การหาข้อมูลเพื่อวางทิศทางเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลแทบทุกครั้ง ทั้งการสัมภาษณ์ แบบสอบถาม ข้อมูลจากระบบสมาชิก และข้อมูลจากช่องทางสาธารณะ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 27 พฤษภาคม 2562 วางกรอบไว้สองจุดที่เกี่ยวกับงานนี้โดยตรง
จุดแรกคือมาตรา 24 ที่ห้ามเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นที่ระบุไว้ โดยอนุมาตรา (1) ครอบคลุมการเก็บเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ ซึ่งต้องจัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ข้อยกเว้นนี้จึงผูกกับการมีมาตรการรองรับไว้ก่อน
จุดที่สองคือมาตรา 25 ซึ่งกำกับการเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลโดยตรง กรณีนี้ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้าและไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่เก็บ พร้อมได้รับความยินยอม เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 ข้อนี้กระทบงานที่ซื้อฐานข้อมูลจากบุคคลที่สามโดยตรง
ประมวลจริยธรรม ICC/Esomar เพิ่มกติกาที่กฎหมายไม่ได้ระบุไว้ชัดอีกสองข้อ ข้อ 1 กำหนดให้รักษาเส้นแบ่งระหว่างงานวิจัยกับกิจกรรมที่ไม่ใช่งานวิจัย และต้องแจ้งผู้ให้ข้อมูลก่อนเริ่มเก็บหากจะมีกิจกรรมเชิงพาณิชย์ตามมา ส่วนข้อ 7 กำหนดให้แจ้งผู้ว่าจ้างเมื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์ ข้อมูลสังเคราะห์ หรือตัวตนสังเคราะห์ในการรวบรวม วิเคราะห์ หรือตีความ พร้อมระบุขอบเขตการกำกับดูแลโดยมนุษย์
แบบสอบถามที่พ่วงการเสนอขายไว้ท้ายชุดคำถามทำได้หรือไม่
ทำได้ แต่ต้องแจ้งผู้ตอบก่อนเริ่มเก็บข้อมูลว่าจะมีการติดต่อเชิงพาณิชย์ตามมา และขอความยินยอมสำหรับส่วนนั้นแยกจากการตอบแบบสอบถาม การพ่วงไว้เงียบ ๆ ทำให้ข้อมูลที่ได้ถูกตั้งคำถามทั้งชุด เพราะผู้ตอบไม่ได้ตอบภายใต้เงื่อนไขที่รับรู้ล่วงหน้า