SAFE ย่อมาจาก Simple Agreement for Future Equity คือสัญญาสั้นที่นักลงทุนจ่ายเงินวันนี้เพื่อแลกกับสิทธิได้หุ้นในอนาคต หน้าเอกสาร SAFE ของ Y Combinator ระบุว่า Carolynn Levy สร้างสัญญานี้ที่ Y Combinator ในปี 2013 SAFE จะแปลงเป็นหุ้นบุริมสิทธิโดยอัตโนมัติเมื่อบริษัทระดมทุนแบบกำหนดราคาหุ้น
ข้อที่ต้องเข้าใจก่อนเซ็นมีสามข้อ
- SAFE ไม่ใช่หนี้และไม่ใช่เงินกู้ ไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีวันครบกำหนด แต่ก็ยังไม่ใช่หุ้นจนกว่าจะแปลงสภาพ
- ต่างจากหุ้นกู้แปลงสภาพ (convertible note) ซึ่งเป็นหนี้ มีดอกเบี้ยสะสมและมีวันครบกำหนดที่ต้องคืนเงินหรือแปลงสภาพ
- post-money SAFE เป็นมาตรฐานของ Y Combinator ตั้งแต่ปี 2018 เพดานมูลค่าคิดรวมเงินที่ได้จาก SAFE ทุกฉบับแล้ว สัดส่วนที่ขายจึงเท่ากับเงินลงทุนหารด้วยเพดานมูลค่า
เพดานมูลค่า (valuation cap) คือมูลค่ากิจการหรือไม่
ไม่ใช่มูลค่าที่ตกลงซื้อขายกัน เพดานมูลค่าคือราคาสูงสุดที่ SAFE จะใช้แปลงเป็นหุ้น ถ้ารอบกำหนดราคาครั้งถัดไปประเมินมูลค่าสูงกว่าเพดาน นักลงทุน SAFE จะได้หุ้นในราคาที่ต่ำกว่า คือราคาตามเพดาน เอกสารของ Y Combinator ยกตัวอย่างผู้ก่อตั้งที่ตั้งเป้าระดม 1 ล้านดอลลาร์และยอมขาย 15% เพดานมูลค่าหลังรับเงินจึงเป็น 1 ล้านหาร 15% หรือราว 6.7 ล้านดอลลาร์ ถ้าระดมได้ 500,000 ดอลลาร์ที่เพดานเดียวกัน สัดส่วนที่ขายจะเหลือราว 7.5%
pre-money SAFE กับ post-money SAFE ต่างกันอย่างไร
ต่างกันที่จุดอ้างอิงของเพดานมูลค่า เอกสารของ Y Combinator อธิบายว่าเพดานของ pre-money SAFE อ้างมูลค่าก่อนรับเงิน ส่วน post-money SAFE อ้างมูลค่าหลังรับเงินจาก SAFE ทุกฉบับแล้ว เพดานแบบหลังจึงไม่นับเงินของรอบกำหนดราคาที่ตามมา และไม่นับกองหุ้นพนักงานที่ตั้งใหม่ในรอบนั้น ข้อดีของแบบ post-money คือผู้ก่อตั้งรู้สัดส่วนที่ขายไปได้ทันทีในวันเซ็น ส่วนแบบ pre-money ต้องรอรู้ว่ามี SAFE ฉบับอื่นรวมกันเท่าไรก่อนจึงคำนวณได้ครบ
MFN SAFE สัญญาที่ยังไม่ระบุเพดาน
MFN ย่อมาจาก Most Favored Nation คือ SAFE ที่ไม่มีเพดานมูลค่าและไม่มีส่วนลด แต่จะรับเงื่อนไขที่ดีที่สุดของ SAFE ฉบับที่บริษัทออกภายหลังโดยอัตโนมัติ นักลงทุนจึงลงเงินได้ก่อนโดยยังไม่ต้องตกลงราคา วันที่ใช้นับคือวันที่ช้ากว่าระหว่างวันเซ็นกับวันที่เงินเข้า