เอกสาร NBER Working Paper 16272 เรื่อง The Capital Structure Decisions of New Firms เผยแพร่เดือนสิงหาคม 2553 ใช้ข้อมูลแบบจำกัดสิทธิ์ของ Kauffman Firm Survey ซึ่งติดตามกิจการที่เริ่มในสหรัฐฯ ปี 2547 ทุกปี ผู้วิจัยแบ่งแหล่งเงินตามว่ามาจากเจ้าของ จากคนใกล้ตัว หรือจากคนนอก และแยกหนี้ออกจากทุน
| แหล่งเงินในปีแรก (ค่าเฉลี่ยรวมกิจการที่ไม่ได้ใช้แหล่งนั้น) |
ดอลลาร์สหรัฐ |
| หนี้จากภายนอก (เงินกู้ธนาคาร วงเงินสินเชื่อ บัตรเครดิตธุรกิจ) |
47,847 |
| ทุนจากเจ้าของ |
31,734 |
| ทุนจากนักลงทุนภายนอก |
15,935 |
| หนี้จากคนใกล้ตัว |
6,362 |
| ทุนจากคนใกล้ตัว |
2,102 |
ผู้วิจัยสรุปว่ากิจการใหม่มีเงินทุนเฉลี่ยราว 109,000 ดอลลาร์ ราวครึ่งหนึ่งมาจากแหล่งภายนอก และส่วนใหญ่ของเงินภายนอกอยู่ในรูปหนี้ จำนวนกิจการที่รายงานว่ามีหนี้จากภายนอกมากกว่ากิจการที่มีทุนจากนักลงทุนภายนอกเจ็ดเท่า เงินกู้จากสถาบันการเงินโดยเฉลี่ยมากกว่าหนี้จากคนใกล้ตัวเจ็ดเท่า แม้แต่กิจการที่ยังไม่มีรายได้ก็มีเงินจากเงินกู้ธนาคารมากกว่าจากคนใกล้ตัวสองเท่า
ทำไมผลนี้ต่างจากภาพที่คุ้นเคย
เอกสารระบุว่าความเชื่อทั่วไปคือกิจการเกิดใหม่เข้าไม่ถึงตลาดทุนทางการ จึงต้องพึ่งเพื่อน ครอบครัว และบัตรเครดิต ข้อมูลชุดนี้แย้งความเชื่อนั้น บัตรเครดิตส่วนตัวของเจ้าของคิดเป็นเพียงราว 4 ถึง 5% ของเงินทุนทั้งหมด ส่วนทุนจากนักลงทุนภายนอกสำคัญมากสำหรับกิจการที่ได้รับ มี 205 กิจการที่ได้ทุนแบบนี้ เฉลี่ยเกิน 350,000 ดอลลาร์ ราวสองเท่าของเงินทุนรวมของกิจการทั่วไป และกิจการกลุ่มนี้ยังมีหนี้จากภายนอกราว 25% ของโครงสร้างเงินทุน
นักลงทุนอิสระกับกองทุนร่วมลงทุนให้เงินต่างกันแค่ไหน
ในข้อมูลชุดเดียวกัน กิจการ 205 รายที่ได้ทุนจากภายนอก มากกว่าครึ่งได้เงินจากนักลงทุนอิสระที่ไม่ใช่กองทุน เอกสารเรียกกลุ่มนี้ว่า informal investors ยอดเฉลี่ยราว 245,000 ดอลลาร์ ซึ่งผู้วิจัยระบุว่าราวหนึ่งในสี่ของยอดเฉลี่ยของกิจการจำนวนน้อยที่ได้เงินจากกองทุนร่วมลงทุน ในข้อมูลชุดนี้ เงินจากนักลงทุนอิสระจึงเป็นก้อนที่เล็กกว่าเงินจากกองทุนหลายเท่า ผู้วิจัยยังตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตอบแบบสำรวจบางรายอาจจัดนักลงทุนอิสระเป็นกองทุนร่วมลงทุน ตัวเลขของกลุ่มกองทุนจึงควรอ่านอย่างระวัง
ขอบเขตของแบบสำรวจ Kauffman
ข้อมูลเป็นกิจการในสหรัฐฯ ที่เริ่มปี 2547 และดูเฉพาะปีแรกของการดำเนินงาน ตลาดสินเชื่อ เงื่อนไขหลักประกัน และจำนวนนักลงทุนในไทยต่างออกไป เอกสาร NBER ยังระบุว่าเป็นฉบับเผยแพร่เพื่ออภิปราย ยังไม่ผ่านการกลั่นกรองแบบบทความวารสาร ตัวเลขจึงใช้บอกทิศทางว่าหนี้เป็นเครื่องมือหลักของกิจการเกิดใหม่ ไม่ได้ใช้เป็นสัดส่วนเป้าหมายของกิจการไทย