ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง หัก​จริง 1 ต.ค. 2569 หลัง​เลื่อน​หนึ่ง​ปี

อัปเดตล่าสุด 30 กันยายน 2569
เวลาอ่านประมาณ 12 นาที
กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง หัก​จริง 1 ต.ค. 2569 หลัง​เลื่อน​หนึ่ง​ปี

KEY TAKEAWAYS

3 ประเด็น

กฎ​กระทรวง​กำหนด​อัตรา​เงิน​สะสม​และ​เงิน​สมทบ​กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง พ.ศ. 2568 ลง​ราช​กิจ​จา​นุ​เบกษา 15 กันยายน 2568 และ​ใช้​บังคับ 1 ตุลาคม 2569

ฉบับ​นี้​ยกเลิก​กฎ​กระทรวง​เรื่อง​เดียวกัน​ฉบับ​ปี 2567 เพื่อ​ให้​ตรง​กับ​พระ​ราช​กฤษฎีกา​ที่​เลื่อน​วัน​เริ่ม​เก็บ​เงิน​จาก 1 ตุลาคม 2568 ออก​ไป​หนึ่ง​ปี

ช่วง 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574 ลูกจ้าง​และ​นายจ้าง​จ่าย​ฝ่าย​ละ 0.25% ของ​ค่า​จ้าง

แล้ว​เพิ่ม​เป็น​ฝ่าย​ละ 0.5% ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 ลูกจ้าง​เงิน​เดือน 20,000 บาท​จึง​มี​เงิน​เข้า​กองทุน​เดือน​ละ 100 บาท แบ่ง​เป็น​ส่วน​ที่​หัก​จาก​ค่า​จ้าง 50 บาท และ​ส่วน​ที่​นายจ้าง​จ่าย​เพิ่ม 50 บาท

มาตรา 131 ของ พ.ร.บ.คุ้มครอง​แรงงาน​ให้​นายจ้าง​ที่​นำ​ส่ง​ช้า​จ่าย​เงิน​เพิ่ม​ร้อย​ละ​ห้า​ต่อ​เดือน

และ​ห้าม​อ้าง​ว่า​ยัง​ไม่​ได้​หัก​จาก​ค่า​จ้าง ต้นทุน​ที่แท้​จริง​ของ​เรื่อง​นี้​จึง​อยู่​ที่​ระบบ​เงิน​เดือน​ที่​ต้อง​หัก​และ​นำ​ส่ง​ให้​ถูก​ทุก​งวด มากกว่า​ตัวเลข​ร้อย​ละ 0.25

กฎ​กระทรวง​ปี 2568 ยกเลิก​ฉบับ 2567 และ​เลื่อน​การ​หัก​เงิน​กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง​ไป​เริ่ม 1 ตุลาคม 2569 ฝ่าย​ละ 0.25% ของ​ค่า​จ้าง นายจ้าง​ต้องเต​รี​ยม​อะไร​บ้าง

กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง​เป็นก​อง​ทุน​ที่ พ.ร.บ.คุ้มครอง​แรงงาน พ.ศ. 2541 ตั้ง​ไว้​ในกรม​สวัสดิการ​และ​คุ้มครอง​แรงงาน มาตรา 126 เขียน​วัตถุประสงค์​ไว้​ว่า​เพื่อ​เป็น​ทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง​เมื่อ​ออก​จาก​งาน​หรือ​ตาย บทบัญญัติ​มี​มา​นาน​แล้ว แต่​การ​เก็บ​เงิน​จริง​ต้อง​รอ​กฎ​กระทรวง​กำหนด​อัตรา​และ​พระ​ราช​กฤษฎีกา​กำหนด​วัน​เริ่ม

วัน​เริ่ม​ถูก​กำหนด​ครั้ง​แรก​ไว้​ที่ 1 ตุลาคม 2568 แล้ว​เลื่อน​เป็น 1 ตุลาคม 2569 กฎ​กระทรวง​กำหนด​อัตรา​เงิน​สะสม​และ​เงิน​สมทบ​กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง พ.ศ. 2568 ออก​มา​เพื่อ​รองรับ​การ​เลื่อน​นั้น บทความ​นี้​อ่าน​กฎ​กระทรวง​ฉบับ​นี้​ทั้ง​สาม​หน้า ประกอบ​กับ​มาตรา 130 ถึง 133 ของ พ.ร.บ.คุ้มครอง​แรงงาน แล้ว​แปลง​เป็น​งาน​ที่​นายจ้าง​ต้อง​ทำ​ก่อน​จ่าย​ค่า​จ้าง​งวด​แรก​ของ​เดือน​ตุลาคม

กฎ​กระทรวง​ปี 2568 เปลี่ยน​อะไร​จาก​ฉบับ​ก่อน

กฎ​กระทรวง​ฉบับ​นี้​เปลี่ยน​วัน​เริ่ม​ใช้​อัตรา ส่วน​อัตรา​ยัง​เป็น​สอง​ขั้น​เหมือน​เดิม ราช​กิจ​จา​นุ​เบกษา​เล่ม 142 ตอน​ที่ 60 ก หน้า 3 ถึง 5 ลง​วัน​ที่ 15 กันยายน 2568 ระบุ​สาระ​ไว้​สาม​ข้อ

ข้อ เนื้อหา
ข้อ 1 ใช้​บังคับ​ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569
ข้อ 2 ยกเลิก​กฎ​กระทรวง​กำหนด​อัตรา​เงิน​สะสม​และ​เงิน​สมทบ​กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง พ.ศ. 2567
ข้อ 3 (1) 1 ต.ค. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2574 เงิน​สะสม​ของ​ลูกจ้าง 0.25% และ​เงิน​สมทบ​ของ​นายจ้าง 0.25% ของ​ค่า​จ้าง
ข้อ 3 (2) ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เงิน​สะสม​ของ​ลูกจ้าง 0.5% และ​เงิน​สมทบ​ของ​นายจ้าง 0.5% ของ​ค่า​จ้าง

ส่วน​ท้าย​สุด​ของ​ราช​กิจ​จาฯ ฉบับ​นี้​ให้​เหตุผล​การ​ออก​ว่า​ต้อง​ปรับ​กฎ​กระทรวง​ฉบับ 2567 ให้​สอดคล้อง​กับ​พระ​ราช​กฤษฎีกา​ว่า​ด้วย​การ​กำหนด​ระยะ​เวลา​เริ่ม​ดำเนิน​การ​จัด​เก็บ​เงิน​สะสม​และ​เงิน​สมทบ ที่​เลื่อน​จาก 1 ตุลาคม 2568 เป็น 1 ตุลาคม 2569 ฐาน​อำนาจ​ของ​กฎ​กระทรวง​คือ​มาตรา 6 วรรค​หนึ่ง และ​มาตรา 131 วรรค​หนึ่ง​ของ พ.ร.บ.คุ้มครอง​แรงงาน

กิจการ​ที่​เตรียม​ระบบ​ไว้​แล้ว​เมื่อ​ปี 2568 ต้อง​แก้​อะไร

ต้อง​แก้​สอง​จุด จุด​แรก​คือ​วัน​เริ่ม​หัก​ใน​ระบบ​เงิน​เดือน ถ้า​ตั้ง​ไว้​ตั้งแต่​เดือน​ตุลาคม 2568 แล้ว​ยัง​ไม่​ได้​ปิด ต้อง​ตรวจ​ว่า​ไม่​ได้​หัก​เงิน​ลูกจ้าง​ไป​ก่อน​มีหน้า​ที่​ตาม​กฎหมาย จุด​ที่​สอง​คือ​วัน​เปลี่ยน​อัตรา ซึ่ง​ตาม​ฉบับ​ใหม่​คือ 1 ตุลาคม 2574 ระบบ​ที่​ตั้ง​ตาม​ฉบับ​เดิม​อาจ​ตั้ง​วัน​เปลี่ยน​ไว้​คนละ​วัน กิจการ​ที่​ใช้​โปรแกรม​เงิน​เดือน​สำเร็จรูป​ควร​ถาม​ผู้​ให้​บริการ​ว่า​อัปเดต​ตาม​กฎ​กระทรวง​ฉบับ 2568 แล้ว​หรือ​ยัง แทน​การ​สันนิษฐาน​ว่า​ระบบ​เปลี่ยน​ให้​เอง

กิจการ​แบบ​ไหน​ต้อง​เข้า​กองทุน​ตาม​มาตรา 130

มาตรา 130 วรรค​หนึ่ง​ให้​ลูกจ้าง​ใน​กิจการ​ที่​จ้าง​คน​สิบ​คน​ขึ้น​ไป​เป็น​สมาชิก​กองทุน และ​มี​สาม​กรณี​ที่​ต่าง​ออก​ไป

  1. กิจการ​ที่​มี​กองทุน​สำรอง​เลี้ยง​ชีพ ตาม​กฎหมาย​ว่า​ด้วย​กองทุน​สำรอง​เลี้ยง​ชีพ วรรค​หนึ่ง​ไม่​ใช้​บังคับ
  2. กิจการ​ที่​จัดการ​สงเคราะห์​เอง เมื่อ​ลูกจ้าง​ออก​จาก​งาน​หรือ​ตาย ตาม​หลัก​เกณฑ์​ใน​กฎ​กระทรวง วรรค​หนึ่ง​ไม่​ใช้​บังคับ​เช่น​กัน
  3. กิจการ​ที่​มี​ลูกจ้าง​น้อย​กว่า​สิบ​คน จะ​เข้า​ข่าย​เมื่อ​มี​พระ​ราช​กฤษฎีกา​กำหนด ส่วน​ลูกจ้าง​ที่​ต้องการ​เป็น​สมาชิก​เอง​สมัคร​ได้​ตาม​ระเบียบ​ของ​คณะ​กรรมการ​กองทุน เมื่อ​นายจ้าง​ยินยอม

มาตรา​เดียวกัน​กำหนด​ให้​นายจ้าง​ที่​มี​ลูกจ้าง​เป็น​สมาชิก​ยื่น​แบบ​รายการ​แสดง​ราย​ชื่อ​ลูกจ้าง แล้วก​รม​สวัสดิการ​และ​คุ้มครอง​แรงงาน (กสร.) ออก​หนังสือ​สำคัญ​แสดง​การ​ขึ้น​ทะเบียน​ให้ เมื่อ​ข้อมูล​ใน​แบบ​เปลี่ยน นายจ้าง​ต้อง​แจ้ง​เป็น​หนังสือ​เพื่อ​ขอ​แก้ไข

ข้อ​ยกเว้น​เรื่อง​การ​จัด​สงเคราะห์​เอง​ต้อง​เป็น​ไป​ตาม​หลัก​เกณฑ์​ใน​กฎ​กระทรวง​อีก​ฉบับ​หนึ่ง ซึ่ง​บทความ​นี้​ไม่​ได้​เปิด​อ่าน กิจการ​ที่​คิด​ว่า​มี​สวัสดิการ​เทียบ​เท่า​อยู่​แล้ว​ควร​ให้​ทนาย​ด้าน​แรงงาน​เทียบ​สวัสดิการ​นั้น​กับ​กฎ​กระทรวง​ฉบับ​ดัง​กล่าว ก่อน​สรุป​ว่า​ไม่​ต้อง​เข้า

มี​กองทุน​สำรอง​เลี้ยง​ชีพ​อยู่​แล้ว ต้อง​ส่ง​เงิน​กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง​ซ้ำ​ไหม

ตาม​มาตรา 130 วรรค​สอง กิจการ​ที่​นายจ้าง​จัด​ให้​มี​กองทุน​สำรอง​เลี้ยง​ชีพ​ตาม​กฎหมาย​ว่า​ด้วย​กองทุน​สำรอง​เลี้ยง​ชีพ ไม่​อยู่​ภาย​ใต้​บังคับ​วรรค​หนึ่ง คือ​ไม่​ต้อง​ให้​ลูกจ้าง​เข้า​กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง จุด​ที่​ต้อง​ตรวจ​คือ​กองทุน​นั้น​จด​ทะเบียน​ตาม​กฎหมาย​จริง และ​ลูกจ้าง​ที่​ยัง​ไม่​ได้​สมัคร​เข้า​กองทุน​สำรอง​เลี้ยง​ชีพ​มี​อยู่​กี่​คน เพราะ​ถ้อยคำ​ใน​มาตรา​พูด​ถึง​กิจการ​ที่ "จัด​ให้​มี" กองทุน ส่วน​คำถาม​ว่า​ลูกจ้าง​ที่​ไม่​ได้​สมัคร​ต้อง​ทำ​อย่างไร ควร​ส่ง​คำถาม​เป็น​หนังสือ​ถึง กสร. โดยตรง แล้ว​เก็บ​คำ​ตอบ​ไว้​กับ​เอกสาร​ของ​กิจการ

เงิน​เข้า​กองทุน​เดือน​ละ​เท่าไร คิด​จาก​ค่า​จ้าง​จริง

มาตรา 131 ให้​หัก​เงิน​สะสม​ทุก​ครั้ง​ที่​จ่าย​ค่า​จ้าง และ​นายจ้าง​จ่าย​เงิน​สมทบ​เท่า​กัน ตาม​อัตรา​ใน​กฎ​กระทรวง โดย​กฎหมาย​วาง​เพดาน​ไว้​ไม่​เกิน​ร้อย​ละ​ห้า​ของ​ค่า​จ้าง ตาราง​นี้​คำนวณ​จาก​อัตรา​สอง​ช่วง​ของ​กฎ​กระทรวง​ฉบับ 2568

ค่า​จ้าง​ต่อ​เดือน (บาท) 1 ต.ค. 2569-30 ก.ย. 2574 ลูกจ้าง / นายจ้าง ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 ลูกจ้าง / นายจ้าง
15,000 37.50 / 37.50 75 / 75
20,000 50 / 50 100 / 100
25,000 62.50 / 62.50 125 / 125
35,000 87.50 / 87.50 175 / 175

กิจการ​ที่​มี​ลูกจ้าง 50 คน ค่า​จ้าง​เฉลี่ย 18,000 บาท จ่าย​เงิน​สมทบ​ฝ่าย​นายจ้าง​เดือน​ละ 2,250 บาท​ใน​ช่วง​แรก ตัวเลข​นี้​ไม่​ใหญ่​เมื่อ​เทียบ​กับ​ต้นทุน​คน​ทั้งหมด งาน​ที่​ใช้​เวลา​จริง​คือ​การ​ตั้ง​ระบบ​ให้​หัก​ถูก​คน ถูก​ฐาน​ค่า​จ้าง และ​นำ​ส่ง​ตรง​กำหนด​ทุก​งวด

กิจการ​ที่​จ่าย​ค่า​จ้าง​สอง​รอบ​ต่อ​เดือน ต้อง​หัก​กี่​ครั้ง

หัก​ทุก​ครั้ง​ที่​จ่าย​ค่า​จ้าง ตาม​ถ้อยคำ​ใน​มาตรา 131 วรรค​หนึ่ง กิจการ​ที่​จ่าย​ทุก​วัน​ที่ 15 และ​สิ้น​เดือน​จึง​ต้อง​คำนวณ​เงิน​สะสม​จาก​ค่า​จ้าง​ของ​แต่ละ​รอบ ส่วน​วิธี​และ​กำหนด​เวลา​นำ​ส่ง​เข้า​กองทุน​เป็น​ไป​ตาม​หลัก​เกณฑ์​ที่​คณะ​กรรมการ​กองทุน​กำหนด​ตาม​วรรค​สี่​ของ​มาตรา​เดียวกัน ฝ่าย​บัญชี​ควร​ขอ​ประกาศ​ของ​คณะ​กรรมการ​ฉบับ​ปัจจุบัน​มา​เก็บ​ไว้ แทน​การ​จด​วัน​ที่​จาก​บทความ​หรือ​จาก​ความ​จำ เพราะ​หลัก​เกณฑ์​ระดับ​นี้​แก้ไข​ได้​โดย​ไม่​ต้อง​ออก​กฎ​กระทรวง​ใหม่

นำ​ส่ง​ช้า​หรือ​ไม่​ครบ มาตรา 131 และ 132 ว่า​อย่างไร

ความ​รับ​ผิด​ของ​นายจ้าง​ผูก​กับ​การ​จ่าย​ค่า​จ้าง ไม่​ได้​ผูก​กับ​การ​หัก​เงิน​จริง มาตรา 131 กับ 132 วาง​ไว้​สาม​ชั้น

  1. จ่าย​ค่า​จ้าง​ไม่​ตรง​เวลา​ก็​ยัง​ต้อง​นำ​ส่ง มาตรา 131 วรรค​สอง​ให้​นายจ้าง​นำ​ส่ง​เงิน​สะสม​และ​เงิน​สมทบ​โดย​ถือ​เสมือน​ว่า​ได้​จ่าย​ค่า​จ้าง​แล้ว
  2. ส่ง​ช้า​หรือ​ไม่​ครบ​เสีย​เงิน​เพิ่ม​ร้อย​ละ​ห้า​ต่อ​เดือน ของ​จำนวน​ที่​ยัง​ไม่​ได้​ส่ง นับ​จาก​วัน​ที่​ต้อง​ส่ง เศษ​ของ​เดือน​ตั้งแต่ 15 วัน​ขึ้น​ไป​นับ​เป็น​หนึ่ง​เดือน ต่ำ​กว่า​นั้น​ปัด​ทิ้ง และ​นายจ้าง​อ้าง​ว่า​ยัง​ไม่​ได้​หัก​หรือ​หัก​ไม่​ครบ​เพื่อ​พ้น​ความ​รับ​ผิด​ไม่​ได้
  3. พนักงาน​ตรวจ​แรงงาน​มี​คำ​เตือน​เป็น​หนังสือ ตาม​มาตรา 132 ให้​นำ​เงิน​ค้าง​มา​ชำระ​ภายใน​ไม่​น้อย​กว่า​สามสิบ​วัน​นับ​แต่​ได้​รับ​หนังสือ ถ้า​ไม่รู้​ค่า​จ้าง​แน่ชัด พนักงาน​ตรวจ​แรงงาน​ประเมิน​เงิน​ที่​ต้อง​ส่ง​เอง​ได้

เงิน​เพิ่ม​ร้อย​ละ​ห้า​ต่อ​เดือน​เท่ากับ​ปี​ละ​หก​สิบ​เปอร์เซ็นต์​แบบ​ไม่​ทบ​ต้น ถ้า​กิจการ​ลืม​ตั้ง​ระบบ​หก​เดือน​แล้ว​นำ​ส่ง​ย้อน​หลังค​รั้ง​เดียว งวด​แรก​จะ​ช้า​หก​เดือน งวด​สุดท้าย​ช้า​หนึ่ง​เดือน เงิน​เพิ่ม​รวม​คิด​ได้​ราว 17.5% ของ​ยอด​ที่​ค้าง​ทั้งหมด

ลูกจ้าง​ลา​ออก​กลาง​เดือน ต้อง​หัก​จาก​ค่า​จ้าง​งวด​สุดท้าย​ไหม

ต้อง​หัก เพราะ​มาตรา 131 ให้​หัก​ทุก​ครั้ง​ที่​จ่าย​ค่า​จ้าง​นับ​แต่​วัน​ที่​ลูกจ้าง​เป็น​สมาชิก ค่า​จ้าง​งวด​สุดท้าย​ก็​เป็น​ค่า​จ้าง​ที่​จ่าย​ระหว่าง​เป็น​สมาชิก จุด​ที่​ต้อง​ตรวจ​คือ​ค่า​จ้าง​งวด​นี้​มัก​จ่าย​พร้อม​เงิน​ประเภท​อื่น เช่น ค่า​ชดเชย​หรือ​ค่า​จ้าง​แทน​การ​บอก​กล่าว​ล่วง​หน้า ฝ่าย​บัญชี​ต้อง​แยก​ให้​ได้​ว่า​รายการ​ใด​เป็น​ค่า​จ้าง​ตาม​นิยาม​ของ​กฎหมาย แล้ว​คิด​เงิน​สะสม​จาก​รายการ​นั้น ถ้า​ไม่​แน่ใจ​เรื่อง​นิยาม ให้​ถาม​พนักงาน​ตรวจ​แรงงาน​ใน​พื้นที่​ก่อน​ปิด​งวด

ลูกจ้าง​ได้​เงิน​คืน​เมื่อไร​ตาม​มาตรา 133

เมื่อ​ลูกจ้าง​ออก​จาก​งาน มาตรา 133 ให้​กรม​สวัสดิการ​และ​คุ้มครอง​แรงงาน​จ่าย​เงิน​สะสม เงิน​สมทบ และ​ดอก​ผล​ของ​เงิน​นั้น​ให้​ลูกจ้าง เงิน​ที่​นายจ้าง​สมทบ​จึง​ไม่​ได้​กลับ​มา​ที่​นายจ้าง แต่​ไป​ถึง​ลูกจ้าง​พร้อม​เงิน​ของ​ลูกจ้าง​เอง

กรณี​ลูกจ้าง​ตาย เงิน​จะ​จ่าย​ให้​บุคคล​ที่​ลูกจ้าง​ระบุ​ไว้​เป็น​หนังสือ​ตาม​แบบ​ที่​อธิบดี​กำหนด ถ้า​ไม่​ได้​ระบุ หรือ​ผู้​ที่​ระบุ​เสีย​ชีวิต​ไป​ก่อน ให้​จ่าย​แก่​บุตร สามี ภรรยา บิดา มารดา​ที่​มี​ชีวิต​อยู่ คนละ​ส่วน​เท่า​กัน และ​ถ้า​ไม่มี​ใคร​เลย เงิน​ตก​เป็น​ของกอง​ทุน

ข้อ​นี้​เป็น​เรื่อง​ที่​นายจ้าง​ควร​บอก​ลูกจ้าง​ตั้งแต่​วัน​แรก​ที่​เริ่ม​หัก ลูกจ้าง​ที่​เห็น​รายการ​หัก​ใหม่​ใน​สลิป​เงิน​เดือน​โดย​ไม่มี​คำ​อธิบาย​มัก​ถาม​ฝ่าย​บุคคล​ก่อน​ถาม​ที่​อื่น และ​การ​ตอบ​ได้​ว่า​เงิน​นี้​กลับ​ไป​หา​ใคร​และ​เมื่อไร ช่วย​ให้​คำถาม​จบ​ใน​รอบ​เดียว ส่วน​เอกสาร​ตอน​จ้าง​คน​แรก เช่น สัญญา​ทดลอง​งาน​และ​เส้น 120 วัน​ของ​ค่า​ชดเชย ดู​ได้​จากจ้าง​พนักงาน​คน​แรก สัญญา​ทดลอง​งาน​ตาม​มาตรา 17 กับ​วัน​ที่ 120 ก่อน​กิจการ​จะ​มี​ลูกจ้าง​ครบ​สิบ​คน

งาน​ห้า​ข้อ​ก่อน​งวด​ค่า​จ้าง​แรก​ของ​เดือน​ตุลาคม

วัน​ที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็น​วัน​เริ่ม​ใช้​อัตรา งวด​ค่า​จ้าง​แรก​ที่​ต้อง​หัก​คือ​งวด​แรก​ที่​จ่าย​หลัง​วัน​นั้น งาน​ห้า​ข้อ​ต่อ​ไป​นี้​ควร​เสร็จ​ก่อน​ปิด​งวด

  1. นับ​ลูกจ้าง​และ​ตรวจ​ข้อ​ยกเว้น ว่า​กิจการ​มี​ลูกจ้าง​ตั้งแต่​สิบ​คน และ​ไม่มี​กองทุน​สำรอง​เลี้ยง​ชีพ​ที่​จด​ทะเบียน​ตาม​กฎหมาย
  2. ยื่น​แบบ​รายการ​แสดง​ราย​ชื่อ​ลูกจ้าง ตาม​มาตรา 130 และ​เก็บ​หนังสือ​สำคัญ​แสดง​การ​ขึ้น​ทะเบียน​ไว้​กับ​เอกสาร​บริษัท
  3. ตั้ง​ระบบ​เงิน​เดือน ให้​หัก 0.25% จาก​ค่า​จ้าง​ทุก​งวด และ​ตั้ง​วัน​เปลี่ยน​อัตรา​เป็น 1 ตุลาคม 2574
  4. ขอ​หลัก​เกณฑ์​การนำ​ส่ง​ฉบับ​ปัจจุบัน ของ​คณะ​กรรมการ​กองทุน แล้ว​ลง​วัน​นำ​ส่ง​ใน​ปฏิทิน​การ​เงิน​ของ​เดือน
  5. แจ้ง​ลูกจ้าง​เป็น​ลาย​ลักษณ์​อักษร ว่า​รายการ​หัก​ใหม่​คือ​อะไร จ่าย​คืน​เมื่อไร และ​ให้​ระบุ​ผู้รับ​เงิน​กรณี​ตาย​ตาม​แบบ​ของ​อธิบดี

กิจการ​ที่​เงินสด​ตึง​ใน​เดือน​ที่​เริ่ม​หัก ควร​ดู​รอบ​รับ​เงิน​จาก​ลูกค้า​เทียบ​กับ​วัน​นำ​ส่ง​ด้วย ตาม​หลัก​ที่​ไล่​ไว้​ในบริหาร​กระแส​เงินสด​แบบ cash-rich ภาย​ใต้​เครดิต​เทอม 45 วัน ส่วน​ภาระ​ทาง​กฎหมาย​ด้าน​ลูกจ้าง​ที่​เริ่ม​คนละ​วัน​กับ​ด้าน​สัญญา​และ​ข้อมูล​ส่วน​บุคคล แยก​เป็น​สี่​กอง​ไว้​ในกฎหมาย​ธุรกิจ​พื้น​ฐาน อายุ​ความ​หนี้​การ​ค้า​สอง​ปี​กับ​ห้า​ปี

สรุป

กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง​เริ่ม​เก็บ​เงิน​จริง​วัน​ที่ 1 ตุลาคม 2569 ตาม​กฎ​กระทรวง​ปี 2568 ที่​ยกเลิก​ฉบับ 2567 และ​เลื่อน​วัน​เริ่ม​ออก​ไป​หนึ่ง​ปี กิจการ​ที่​มี​ลูกจ้าง​ตั้งแต่​สิบ​คน​และ​ไม่มี​กองทุน​สำรอง​เลี้ยง​ชีพ ต้อง​หัก​ลูกจ้าง 0.25% และ​สมทบ​อีก 0.25% ของ​ค่า​จ้าง​ทุก​งวด​จนถึง 30 กันยายน 2574 แล้ว​ขึ้น​เป็น​ฝ่าย​ละ 0.5% เงิน​เพิ่ม​ร้อย​ละ​ห้า​ต่อ​เดือน​เมื่อ​ส่ง​ช้า​คือ​ความ​เสี่ยง​ที่​ใหญ่​กว่า​ตัว​อัตรา งาน​ที่​ต้อง​เสร็จ​ก่อน​งวด​แรก​จึง​เป็นการ​ขึ้น​ทะเบียน ตั้ง​ระบบ​เงิน​เดือน และ​แจ้ง​ลูกจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มาตรา 130 วรรค​หนึ่ง​ใช้​กับ​กิจการ​ที่​มี​ลูกจ้าง​ตั้งแต่​สิบ​คน ส่วน​กิจการ​ที่​ต่ำ​กว่า​นั้น​จะ​เข้า​ข่าย​เมื่อ​มี​พระ​ราช​กฤษฎีกา​กำหนด ลูกจ้าง​ยัง​สมัคร​เป็น​สมาชิก​ได้​เอง​ตาม​ระเบียบ​ของ​คณะ​กรรมการ​กองทุน​เมื่อ​นายจ้าง​ยินยอม กิจการ​ที่​จะ​จ้าง​คน​ที่​สิบ​ใน​ปี​นี้​ควร​เตรียม​ระบบ​ไว้​ก่อน​วัน​จ้าง

มาตรา 131 วาง​เพดาน​ไว้​ไม่​เกิน​ร้อย​ละ​ห้า​ของ​ค่า​จ้าง อัตรา​จริง​กำหนด​ด้วย​กฎ​กระทรวง ซึ่ง​ฉบับ 2568 วาง​ไว้​สอง​ขั้น​คือ 0.25% และ 0.5% การ​เปลี่ยน​อัตรา​ครั้ง​ต่อ​ไป​ต้อง​ออก​กฎ​กระทรวง​ใหม่​และ​ลง​ราช​กิจ​จา​นุ​เบกษา

พ.ร.บ.คุ้มครอง​แรงงาน​ให้​มี​คณะ​กรรมการ​กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง มี​ปลัด​กระทรวง​แรงงาน​เป็น​ประธาน มี​ผู้​แทน​กระทรวง​การ​คลัง สภาพัฒน์ และ​ธนาคาร​แห่ง​ประเทศไทย กับ​ผู้​แทน​ฝ่าย​นายจ้าง​และ​ฝ่าย​ลูกจ้าง​ฝ่าย​ละ​ห้า​คน คณะ​กรรมการ​วาง​ระเบียบ​การ​รับ​จ่าย​เงิน​และ​การ​จัดหา​ผล​ประโยชน์​ของกอง​ทุน

นายจ้าง​ต้อง​จ่าย​เงิน​เพิ่ม​ร้อย​ละ​ห้า​ต่อ​เดือน​ของ​จำนวน​ที่​ยัง​ไม่​ได้​ส่ง และ​พนักงาน​ตรวจ​แรงงาน​มี​คำ​เตือน​ให้​ชำระ​ภายใน​เวลา​ไม่​น้อย​กว่า​สามสิบ​วัน นอกจาก​นั้น​ยัง​เป็น​เงิน​ของ​ลูกจ้าง​ที่​ถูก​หัก​ไป​แล้ว ซึ่ง​กระทบ​ความ​เชื่อ​ใจ​ของ​ทีม​โดยตรง

มาตรา 130 ใช้​คำ​ว่า​กิจการ​ที่​มี​ลูกจ้าง​ตั้งแต่​สิบ​คน กลุ่ม​ที่​แยก​เป็น​หลาย​นิติบุคคล​ควร​ตรวจ​ที​ละ​นายจ้าง และ​ให้​ที่​ปรึกษา​กฎหมาย​แรงงาน​ยืนยัน​วิธี​นับ​กับ กสร. ก่อน​ตัดสิน​ว่า​นิติบุคคล​ใด​ยัง​ไม่​ต้อง​เข้า เพราะ​การ​นับ​ผิด​ทำให้​เสีย​เงิน​เพิ่ม​ย้อน​หลัง​ได้

ใส่​ใน​ต้นทุน​คน​ต่อ​หัว คู่​กับ​เงิน​สมทบ​ประกัน​สังคม เพื่อ​ให้​ตัวเลข​ขยับ​ตาม​จำนวน​พนักงาน​และ​ค่า​จ้าง​โดย​อัตโนมัติ ตัว​ชี้​วัด​การ​เงิน​ที่​ผู้​บริหาร​ควร​เห็น​ทุก​เดือน รวม​ถึง​การ​ปิด​ตัวเลข​ให้​ทัน​กำหนด​ยื่น​ภาษี อยู่​ในKPI การ​เงิน​ที่ CEO ต้อง​ดู​ทุก​เดือน ปิด​ตัวเลข​ให้​ทัน​วัน​ยื่น​ภาษี

PHYGITAL INSIGHT

ฟิจิ⁠ทัล​นับ​กองทุน​สงเคราะห์​ลูกจ้าง​เป็น​หนึ่ง​ใน​ต้นทุน​ที่ SME มัก​เห็น​ช้า เพราะ​ตัวเลข​เล็ก​จน​ไม่มี​ใคร​ยก​ขึ้น​มา​คุย​ใน​วาระ​งบ​ประมาณ ขณะ​ที่​ความ​เสี่ยง​อยู่​ที่​เงิน​เพิ่ม​ร้อย​ละ​ห้า​ต่อ​เดือน​เมื่อ​ระบบ​เงิน​เดือน​พลาด การ​ไล่​หา​ต้นทุน​แบบ​นี้​ให้​ครบ​ทุก​บรรทัด​คือ​งาน​ของ​บริการ​ที่​ปรึกษา​ชิน​ดัง​ของ​ฟิจิ⁠ทัล ซึ่ง​วินิจฉัย​โครงสร้าง​ต้นทุน​คน​ของ​กิจการ​ก่อน​วางแผน​ขยาย​ทีม และ​บอก​ได้​ว่า​จุด​ไหน​จะ​รั่ว​เมื่อ​จำนวน​พนักงาน​ข้าม​เกณฑ์​สิบ​คน

ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง

ต้นทุน​คน​ที่​เพิ่ม​ครั้ง​ละ​ไม่​ถึง​หนึ่ง​เปอร์เซ็นต์​มัก​หลุด​จาก​วาระ​งบ​ประมาณ จน​กลาย​เป็น​เงิน​เพิ่ม​ย้อน​หลัง

PHYGITAL AGENCY วินิจฉัย​โครงสร้าง​ต้นทุน​พนักงาน​ของ​กิจการ ไล่​รายการ​ที่​เกิด​จาก​กฎหมาย​แรงงาน​และ​รอบ​การ​จ่าย​เงิน แล้ว​วาง​ลำดับ​งาน​ให้​ทีม​บัญชี​และ​บุคคล​ปิด​ได้​ก่อน​วัน​ที่​กิจการ​ต้อง​เริ่ม​จ่าย​จริง

PARANATH PANARATANA

WRITTEN BY

PARANATH PANARATANA

CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY

ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย