บทคัดย่อของ Kluger และ DeNisi เสนอว่าฟีดแบ็กเปลี่ยนที่ตั้งของความสนใจของผู้รับ โดยแบ่งระดับความสนใจเป็นสามชั้น ชั้นแรกคือการเรียนรู้ตัวงาน ชั้นที่สองคือแรงจูงใจต่องาน ชั้นที่สามคือกระบวนการที่อยู่เหนือตัวงาน ซึ่งรวมเรื่องที่เกี่ยวกับตัวตน ผลที่ผู้วิจัยพบคือประสิทธิผลของฟีดแบ็กลดลงเมื่อความสนใจเลื่อนขึ้นไปใกล้ตัวตนและห่างจากตัวงาน
| ชั้นความสนใจ (ตามบทคัดย่อ) |
ตัวอย่างประโยคของหัวหน้า (ตัวอย่างของบทนี้) |
| การเรียนรู้ตัวงาน |
"ใบเสนอราคาสามใบล่าสุดขาดเงื่อนไขการชำระเงิน ลองใช้เช็กลิสต์ข้อ 4 ก่อนส่ง" |
| แรงจูงใจต่องาน |
"ลูกค้ารายนี้ต่อสัญญาเพราะรายงานส่งตรงวันสามเดือนติด" |
| ตัวตน |
"คุณเป็นคนไม่ละเอียด" หรือ "คุณเก่งที่สุดในทีม" |
ประโยคในแถวสุดท้ายเป็นได้ทั้งคำติและคำชม ทั้งสองแบบดึงความสนใจของผู้ฟังไปที่ตัวเขาเอง แทนงานชิ้นที่ต้องแก้หรือทำซ้ำ
ชมอย่างเดียวปลอดภัยกว่าติไหม
ไม่ใช่ข้อสรุปจากงานชิ้นนี้ บทคัดย่อระบุว่าผลที่ติดลบอธิบายไม่ได้ด้วยทิศทางของฟีดแบ็ก คือไม่ได้เกิดจากการเป็นคำชมหรือคำติ สิ่งที่ผู้วิจัยใช้อธิบายคือระดับของความสนใจ คำชมที่พูดถึงตัวตนจึงอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเดียวกับคำติที่พูดถึงตัวตน หัวหน้าที่อยากให้ฟีดแบ็กปลอดภัยขึ้นควรเปลี่ยนประธานของประโยคจาก "คุณ" เป็นงานชิ้นนั้น มากกว่าเปลี่ยนจากติเป็นชม
ทำไมรีวิวปีละครั้งเสี่ยงดึงความสนใจไปที่ตัวตน
ย่อหน้านี้เป็นความเห็นของผู้เขียนบท งานวิจัยไม่ได้ทดสอบเรื่องนี้ รีวิวปลายปีสรุปงานทั้งปีในการคุยครั้งเดียว หัวหน้าจึงเลี่ยงการพูดถึงงานทีละชิ้นได้ยาก และมักสรุปเป็นคำบรรยายคน เช่น ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ หรือทัศนคติ ซึ่งอยู่ในชั้นตัวตนตามกรอบของบทคัดย่อ รอบคุยที่สั้นกว่าเปิดโอกาสให้พูดถึงงานชิ้นที่เพิ่งเกิด ซึ่งอยู่ในชั้นตัวงาน