ในหมวดความตรงเชิงทำนาย ข้อ 17 ของหน้า MBTI Facts ยกงานของ Hopkins (1997) ซึ่งสำรวจสมาชิก 133 คนของสมาคมผู้ใช้ทฤษฎีประเภทบุคลิกภาพ ผู้พัฒนาบรรยายกลุ่มตัวอย่างว่ามีการศึกษาสูง อายุงานยาว อยู่ในวัยกลางคน และเป็นคนผิวขาว ผลที่พบคือคนที่รู้สึกว่างานเข้ากับบุคลิกของตัวเองพอใจในงานมากกว่าคนที่รู้สึกว่าไม่เข้า
อีกสองข้อค้นพบจากงานเดียวกันเกี่ยวกับผู้บริหาร ESFJ โดยตรง ข้อแรก กลุ่มที่ชอบรับข้อมูลแบบ S และตัดสินใจแบบ F (SF) เป็นกลุ่มที่พอใจในงานน้อยที่สุด และเมื่อ Hopkins โทรคุยกับผู้ตอบบางคน เขาสังเกตว่ากลุ่ม SF ดูซาบซึ้งที่สุดที่มีคนรับฟังความกังวลของตัวเอง ESFJ อยู่ในกลุ่ม SF ข้อที่สอง เพื่อนร่วมงาน ตัวงาน และการดูแลของหัวหน้า สำคัญต่อความพอใจในงานมากกว่าค่าตอบแทนและการเลื่อนตำแหน่งอย่างมาก
งานชิ้นที่สองคือ Sitzmann, Ployhart และ Kim (2019) ซึ่งใช้ข้อมูลคน 178,087 คนจาก 315 อาชีพ ทีมนี้พบว่าอาชีพที่งานมีผลต่อผู้อื่นสูง เช่นการตัดสินใจกระทบคนจำนวนมาก ความผิดพลาดมีผลใหญ่ หรือต้องรับผิดชอบสุขภาพและความปลอดภัยของคนอื่น มีความหลากหลายของบุคลิกภาพในหมู่คนทำงานน้อยกว่า และความหลากหลายที่น้อยนี้สัมพันธ์กับอายุงานที่ยาวขึ้น
คนอยู่ในงานนานขึ้นเมื่องานเข้ากับบุคลิกหรือไม่
งานสองชิ้นที่ผู้พัฒนา MBTI ยกมาชี้ไปทางนั้น Hopkins (1997) พบว่าคนที่รู้สึกว่างานเข้ากับบุคลิกพอใจในงานมากกว่า ส่วน Sitzmann, Ployhart และ Kim (2019) พบในข้อมูล 178,087 คนว่าอาชีพที่คนทำงานมีบุคลิกคล้ายกันมากสัมพันธ์กับอายุงานที่ยาวขึ้น ทั้งสองชิ้นเป็นความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าความเข้ากันเป็นสาเหตุ
ข้อจำกัดที่ควรอ่านก่อนนำไปใช้
งานของ Hopkins ใช้คน 133 คนที่สนใจทฤษฎีประเภทอยู่แล้ว ผลอาจต่างเมื่อถามพนักงานทั่วไปในบริษัทไทย และข้อสังเกตเรื่องกลุ่ม SF ที่ซาบซึ้งเมื่อมีคนรับฟังมาจากการโทรคุยกับผู้ตอบบางคน ไม่ได้มาจากตัวเลขในแบบสอบถาม ส่วนงานของ Sitzmann และคณะวัดที่ระดับอาชีพ ไม่ได้บอกว่าพนักงานแต่ละคนที่บุคลิกต่างจากเพื่อนร่วมงานจะลาออกเร็ว ผู้บริหารจึงไม่ควรใช้ข้อค้นพบนี้คัดคนที่บุคลิกไม่เหมือนทีม ซึ่งผู้พัฒนาเองก็ห้ามไว้ในข้อ 5 ของหน้าเดียวกัน