ข้อ 17 ในหน้าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ MBTI ของ The Myers-Briggs Company มีรายการการใช้งาน MBTI ที่บริษัทอ้างว่ามีงานวิจัยรองรับ หัวข้อการรับมือความขัดแย้งอ้างงานสามชิ้น สองชิ้นที่เปิดอ่านบทคัดย่อได้คือ Kilmann และ Thomas ปี 1975 และ Mills, Robey และ Smith ปี 1985 ทั้งสองตีพิมพ์ในวารสาร Psychological Reports
บทคัดย่อของ Kilmann และ Thomas อธิบายว่างานนี้หาความสัมพันธ์ระหว่างประเภททางจิตวิทยาตามแนวของ Jung กับวิธีรับมือความขัดแย้งห้าแบบ ซึ่งนิยามด้วยสองมิติ คือความยืนกรานในเรื่องของตัวเอง (assertiveness) และความร่วมมือกับอีกฝ่าย (cooperativeness) ผลของงานชิ้นนี้ชี้ว่าคู่ Thinking-Feeling และคู่ Introversion-Extraversion สัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับวิธีที่คนเลือก
ห้าแบบของการรับมือความขัดแย้งต่างกันอย่างไร
หน้าภาพรวมของ Ralph Kilmann ผู้ร่วมพัฒนาแบบวัดนี้ นิยามไว้ว่า แข่งขันคือยืนกรานแต่ไม่ร่วมมือ ยอมตามคือไม่ยืนกรานแต่ร่วมมือ หลีกเลี่ยงคือไม่ยืนกรานและไม่ร่วมมือ ไม่ได้ผลักดันทั้งเรื่องของตัวเองและของอีกฝ่าย ร่วมมือคือทั้งยืนกรานและร่วมมือ ส่วนประนีประนอมอยู่กลางทั้งสองมิติ เป้าหมายคือหาทางออกที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่ายแม้ไม่มีใครได้ครบ
งานชิ้นหลังเพิ่มอะไรจากงานเดิม
บทคัดย่อของ Mills, Robey และ Smith ใช้บุคลากรสายบริหารโครงการ 199 คนที่ทำทั้ง MBTI และแบบวัดความขัดแย้งของ Thomas และ Kilmann ผลสนับสนุนงานของ Kilmann และ Thomas แต่มีสองจุดที่ต่าง จุดที่ชัดคือ Extraversion ในกลุ่มนี้ไม่สัมพันธ์กับความร่วมมือ ความสัมพันธ์ที่พบในกลุ่มหนึ่งจึงอาจไม่เกิดในอีกกลุ่ม ผู้บริหารที่อ่านงานวิจัยแบบนี้ควรจำไว้ว่าผลบอกแนวโน้มของกลุ่มที่ศึกษา ไม่ได้บอกว่าคนตรงหน้าจะเลือกวิธีไหน
ผู้จำหน่ายแบบวัดบอกว่าวิธีไหนดีที่สุด
หน้าแบบวัดความขัดแย้ง TKI ของ The Myers-Briggs Company เขียนว่า ตรงข้ามกับความเชื่อทั่วไป ไม่มีวิธีใดดีที่สุด แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสีย และทางเลือกที่ดีขึ้นกับสถานการณ์ ข้อความนี้สำคัญกับผู้บริหาร ESFP เพราะการหลีกเลี่ยงไม่ใช่ความผิดในตัว ปัญหาอยู่ที่การใช้วิธีเดียวกับทุกสถานการณ์