ข้อ 8 ในหน้า MBTI Facts ที่บริษัทเจ้าของแบบประเมิน The Myers-Briggs Company จัดทำ อธิบายว่า Jung เขียนถึงความชอบสามในสี่คู่ไว้ในหนังสือ Psychological Types ได้แก่ การหันพลังออกนอกหรือเข้าใน (E-I) วิธีรับข้อมูล (S-N) และวิธีตัดสินใจ (T-F) Isabel Briggs Myers กับ Katharine Cook Briggs เพิ่มคู่ที่สี่ คือการตัดสินกับการรับรู้ (J-P) จนได้แบบจำลอง 16 ประเภท เป้าหมายของทั้งสองคือทำให้คนทั่วไปเข้าถึงทฤษฎีของ Jung ได้
ข้อเดียวกันยกประโยคของ Jung จากหนังสือเล่มนี้ (ฉบับแปลปี 1971 หน้า 516) ว่า "บุคคลทุกคนเป็นข้อยกเว้นของกฎ" ผู้พัฒนาอธิบายว่า Jung ไม่ได้หักล้างทฤษฎีของตัวเอง แต่เตือนไม่ให้ใครสรุปประเภทของคนอื่นจากสิ่งที่เห็นเพียงไม่กี่อย่าง การยืนยันประเภทที่ตรงตัวที่สุดจึงต้องผ่านการคุยผลกับผู้ที่เข้าใจเครื่องมือ
ผู้พัฒนายังอ้างประโยคของ Myers (2015) ที่ใช้ ENFP เป็นตัวอย่างพอดี คือ ENFP คนหนึ่งเหมือน ENFP ทุกคนในบางด้าน เหมือน ENFP บางคนในบางด้าน และไม่เหมือน ENFP คนใดเลยในอีกบางด้าน คนที่มีประเภทเดียวกันยังต่างกันตามประสบการณ์ชีวิต วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ที่ผ่านมา
MBTI กับทฤษฎีของ Jung เกี่ยวข้องกันอย่างไร
MBTI ใช้ความชอบสามคู่ที่ Jung อธิบายไว้ใน Psychological Types คือ E-I, S-N และ T-F แล้ว Myers กับ Briggs เพิ่มคู่ J-P จนได้ 16 ประเภท ข้อ 8 ของหน้า MBTI Facts ระบุว่าทั้งสองตั้งใจทำให้ทฤษฎีของ Jung ใช้ได้กับคนทั่วไป และยกคำเตือนของ Jung ว่าบุคคลทุกคนเป็นข้อยกเว้นของกฎ
Jung เปรียบทฤษฎีของตัวเองกับเข็มทิศ
อีกประโยคที่ข้อ 8 ยกมาคือ Jung เทียบแบบจำลองของตัวเองกับทิศทั้งสี่บนเข็มทิศ ว่า "กำหนดขึ้นเองพอ ๆ กัน และขาดไม่ได้พอ ๆ กัน" (หน้า 541) ผู้พัฒนาตีความว่าไม่มีทฤษฎีบุคลิกภาพใดสมบูรณ์ แต่การเข้าใจความต่างพื้นฐานระหว่างคนยังมีประโยชน์ ผู้บริหารที่ใช้ MBTI จึงควรถือผลเป็นเข็มทิศบอกทิศทางคร่าว ๆ ไม่ใช่แผนที่ที่บอกทุกซอย