ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เลือก​พาร์​ท​เนอ​ร์ Co-Branding ทำไม​แบรนด์​ดัง​จับ​คู่​แล้ว​คะแนน​ลด

อัปเดตล่าสุด 30 กันยายน 2569
เวลาอ่านประมาณ 11 นาที
เลือก​พาร์​ท​เนอ​ร์ Co-Branding ทำไม​แบรนด์​ดัง​จับ​คู่​แล้ว​คะแนน​ลด

KEY TAKEAWAYS

3 ประเด็น

แบรนด์​แข็ง​สอง​เจ้า​ที่​จับ​คู่​กัน​อาจ​ได้​คะแนน​ต่ำ​กว่า​ตอน​แยก​กัน​อยู่

งาน​ทดลอง​ที่​ตี​พิมพ์​ใน​วารสาร Foods ปี 2565 พบ​ว่า​ผู้​บริโภค​ให้​คะแนน​สินค้า​ร่วม​แบรนด์​ต่ำ​กว่า​ค่า​เฉลี่ย​ของ​สอง​แบรนด์​เดิม นัก​วิจัย​เรียก​ปรากฏการณ์​นี้​ว่า Overexpectation Effect

ความ​เข้า​กัน​แบบ​คุณสมบัติ​เสริม​กัน​คือ​ตัว​ลด​ผล​ลบ

เมื่อ​ผู้​ตอบ​เห็น​ว่า​สอง​แบรนด์​เข้า​กัน​สูง คะแนน​ที่​ลด​ลง​หาย​ไป​จน​ไม่มี​นัย​สำคัญ ส่วน​คู่​ที่​เข้า​กัน​ต่ำ​เสีย​คะแนน​มาก​ที่สุด

คัด​พาร์​ท​เนอ​ร์​จาก​สิ่ง​ที่​อีก​ฝ่าย​มี​แต่​เรา​ไม่มี

แล้ว​ประมาณ​ฐาน​ลูกค้า​ทับ​ซ้อน​และ​ตกลง​ห้า​เรื่อง​ให้​จบ​ก่อน​วัน​ประกาศ ตั้งแต่​สิทธิ​ใน​งาน​ออกแบบ​ร่วม​ไป​จนถึง​สต๊อก​ที่​เหลือ​หลัง​แคมเปญ

งาน​ทดลอง​ปี 2565 พบ​ว่า​แบรนด์​แข็ง​สอง​เจ้า​ที่​จับ​คู่​กัน​ได้​คะแนน​ต่ำ​กว่า​ตอน​แยก​กัน ยกเว้น​เมื่อ​คุณสมบัติ​เสริม​กัน พร้อม​วิธี​ประมาณ​ฐาน​ลูกค้า​ทับ​ซ้อน​และ​ห้า​เรื่อง​ที่​ต้อง​ตกลง​ก่อน

Co-Branding คือ​การนำ​ชื่อ​แบรนด์​สอง​แบรนด์​มา​อยู่​บน​สินค้า​หรือ​บริการ​ชิ้น​เดียวกัน ความ​เชื่อ​ที่​ใช้​ตัด​สิน​ดี​ล​ลักษณะ​นี้​บ่อย​ที่สุด​คือ​การ​จับ​คู่​กับ​แบรนด์​ที่​ดัง​กว่า​หรือ​ดัง​เท่า​กัน​จะ​ยก​ภาพ​ของ​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​ขึ้น งาน​ทดลอง​ของ Marion Garaus, Elisabeth Wolfsteiner และ Arnd Florack ที่​ตี​พิมพ์​ใน​วารสาร Foods ปี 2565 ให้​ผล​อีก​แบบ ผู้​บริโภค​ใน​ออสเตรีย​ให้​คะแนน​สินค้า​ร่วม​แบรนด์​ของ​แบรนด์​อาหาร​ที่​แข็ง​แรง​ต่ำ​กว่า​ค่า​เฉลี่ย​ของ​สอง​แบรนด์​เดิม​ก่อน​จับ​คู่

ผล​ลบ​นี้​ไม่​ได้​เกิด​กับ​ทุก​คู่ คะแนน​ลด​ลง​ชัด​ใน​คู่​ที่​ผู้​ตอบ​มอง​ว่า​เข้า​กัน​ต่ำ​หรือ​ปาน​กลาง และ​แทบ​ไม่​ลด​ใน​คู่​ที่​มอง​ว่า​เข้า​กัน​สูง เจ้าของ​กิจการ​ที่​ได้​รับ​ข้อ​เสนอ​ร่วม​แบรนด์​จึง​ควร​ตั้ง​คำถาม​แรก​ว่า​อีก​ฝ่าย​เติม​คุณสมบัติ​อะไร​ที่​สินค้า​ของ​เรา​ยัง​ไม่มี คำถาม​ว่า​อีก​ฝ่าย​ดัง​แค่​ไหน​มา​ทีหลัง

งาน​ทดลอง​ที่​วัด​คะแนน​แบรนด์​ก่อน​และ​หลัง​จับ​คู่

งาน​ของ Garaus และ​คณะ มี​การ​ทดลอง​สอง​ชุด ชุด​แรก​ใช้​ผู้​บริโภค​ชาว​ออสเตรีย 195 คน​ที่​คัด​ให้​กระจาย​ตาม​อายุ เพศ และ​ระดับ​การ​ศึกษา ผู้​ตอบ​เห็น​โฆษณา​ของ​แบรนด์​เดี่ยว​แล้ว​ให้​คะแนน จาก​นั้น​เห็น​สินค้า​ที่​นำ​สอง​แบรนด์​มา​รวม​กัน​แล้ว​ให้​คะแนน​อีก​รอบ คะแนน​เฉลี่ย​ของ​แบรนด์​เดี่ยว​อยู่​ที่ 7.02 ส่วน​สินค้า​ร่วม​แบรนด์​ได้ 6.60 ความ​ต่าง​นี้​มี​นัย​สำคัญ​ทาง​สถิติ

ชุด​ที่​สอง​ใช้​ผู้​ตอบ 131 คน​กับ​สินค้า​อาหาร​จริง 12 แบรนด์ และ​แยก​แบรนด์​เป็นก​ลุ่ม​แข็ง​กับ​กลุ่ม​ระดับ​กลาง ผล​ซ้ำ​ทาง​เดิม​ใน​กลุ่ม​แข็ง คะแนน​ลด​จาก 7.13 เหลือ 6.67 ขณะ​ที่​กลุ่ม​ระดับ​กลาง​แทบ​ไม่​เปลี่ยน คือ 6.05 กับ 5.96 ซึ่ง​ไม่​ต่าง​กัน​อย่าง​มี​นัย​สำคัญ อีก​ข้อ​ที่​ควร​รู้​คือ​คะแนน​ของ​แบรนด์​เดี่ยว​หลัง​ผู้​ตอบ​เห็น​สินค้า​ร่วม​แบรนด์​แล้ว​เกือบ​เท่า​เดิม (7.13 กับ 7.17) ผล​ลบ​จึง​ตก​อยู่​กับ​ตัว​สินค้า​ร่วม​แบรนด์ แบรนด์​แม่​ไม่​ได้​เสีย​คะแนน​ตาม​ไป​ใน​การ​ทดลอง​นี้

Overexpectation Effect ใน​งาน​ร่วม​แบรนด์​คือ​อะไร

คือ​อาการ​ที่​ผู้​บริโภค​คาด​หวัง​จาก​สินค้า​ร่วม​แบรนด์​สูง​เกิน​กว่า​ที่​สินค้า​จะ​ให้​ได้ เพราะ​นำ​จุด​เด่น​ของ​ทั้ง​สอง​แบรนด์​มาบ​วก​กัน​ใน​ใจ ผู้​เขียน​อธิบาย​ด้วย​ตัวอย่าง​โย​เกิร์ต​ยี่ห้อ​ดัง​ที่​ร่วม​กับ​ช็อกโกแลต​ยี่ห้อ​ดัง ผู้​บริโภค​คาด​ว่า​จะ​ได้​รสชาติ​ใหม่​ทั้งหมด พอได้​ลอง​แล้ว​รสชาติ​ไม่​ต่าง​จาก​โย​เกิร์ต​เดิม​มาก​นัก คะแนน​จึง​ถูก​ปรับ​ลง ยิ่ง​สอง​แบรนด์​เด่น​ใน​คุณสมบัติ​เดียวกัน ความ​คาด​หวัง​ใน​คุณสมบัติ​นั้น​ยิ่ง​พุ่ง​เกิน​จริง

ตัวอย่าง​อาหาร​จาก​ออสเตรีย​บอก​อะไร​กับ​ผู้​ประกอบ​การ​ไทย​ได้​บ้าง

บอก​ได้​ใน​ฐานะ​สัญญาณ​เตือน ยัง​ไม่​ถึง​ขั้น​เป็น​กฎ ข้อ​จำกัด​มี​สี่​ข้อ ข้อ​แรก​คือ​ทดลอง​กับ​สินค้า​อาหาร​เท่านั้น ข้อ​ที่​สอง​คือ​ผู้​ตอบ​เป็น​คน​ออสเตรีย​ทั้งหมด ข้อ​ที่​สาม​คือ​ทดลอง​ออนไลน์​และ​วัด​ทัศนคติ ไม่​ได้​วัด​ยอด​ขาย​หรือ​การ​ซื้อ​ซ้ำ ข้อ​ที่​สี่​คือ​สินค้า​ร่วม​แบรนด์​ใน​ชุด​ที่​สอง​เป็น​ภาพ​จำลอง​ที่​นำ​โลโก้​ของ​แบรนด์​หนึ่ง​ไป​วาง​บน​ฉลาก​อีก​แบรนด์ ผู้​บริหาร​จึง​ควร​ใช้​ผล​นี้​ตั้ง​คำถาม​กับ​ข้อ​เสนอ แล้ว​ลอง​กับ​กลุ่ม​ลูกค้า​ประจำ​ก่อน​ลง​นาม

ความ​ดัง​กับ​ความ​เข้า​กัน วัด​คนละ​เรื่อง

งาน​นี้​วัด​ความ​เข้า​กัน​ด้วย​คำถาม​ข้อ​เดียว​ว่า​สอง​แบรนด์​ใน​สินค้า​ชิ้น​นี้​เข้า​กัน​ดี​แค่​ไหน และ​ผู้​เขียน​ตีความ​ความ​เข้า​กัน​ว่า​เป็น​ความ​เสริม​กัน​ของ​คุณสมบัติ โดย​อ้าง​งาน​ของ Park, Jun และ Shocker ปี 2539 ที่​พบ​ว่า​สอง​แบรนด์​แข็ง​ยก​ภาพ​ของ​สินค้า​ร่วม​ขึ้น​ได้​เมื่อ​คุณสมบัติ​เสริม​กัน ตัวอย่าง​ที่​ใช้​อธิบาย​คือ​แบรนด์​หนึ่ง​เด่น​เรื่อง​รสชาติ อีก​แบรนด์​เด่น​เรื่อง​แคลอรี​ต่ำ สินค้า​ร่วม​จึง​ได้​คุณสมบัติ​ใหม่​ที่​แบรนด์​ใด​แบรนด์​หนึ่ง​ให้​เอง​ไม่​ได้

ตัวเลข​ชุด​แรก​แสดง​ระยะ​ห่าง​ชัด ใน​คู่​ที่​เข้า​กัน​ต่ำ คะแนน​สินค้า​ร่วม​แบรนด์​ห่าง​จาก​แบรนด์​เดี่ยว​เฉลี่ย​ราว 0.96 คะแนน ใน​คู่​ที่​เข้า​กัน​ปาน​กลาง​ห่าง​ราว 0.42 คะแนน ส่วน​คู่​ที่​เข้า​กัน​สูง ความ​ต่าง​ไม่มี​นัย​สำคัญ ความ​ดัง​ของ​พาร์​ท​เนอ​ร์​จึง​เพิ่ม​ความ​คาด​หวัง ขณะ​ที่​ความ​เสริม​กัน​เป็น​ตัว​ที่​ทำให้​สินค้า​ทำได้​ตาม​ความ​คาด​หวัง​นั้น

คำถาม​คัด​พาร์​ท​เนอ​ร์ คู่​ที่​เสี่ยง คู่​ที่​งาน​วิจัย​ชี้​ว่า​ไป​ได้
จุด​เด่น​ของ​แต่ละ​ฝ่าย​อยู่​ตรง​ไหน เด่น​เรื่อง​เดียวกัน​ทั้ง​คู่ เช่น ความ​หอม​กับ​ความ​หอม เด่น​คนละ​เรื่อง เช่น รสชาติ​กับ​คุณค่า​ทาง​โภชนาการ
ลูกค้า​จะ​อธิบาย​เหตุผล​ที่​สอง​แบรนด์​มา​อยู่​ด้วย​กัน​ได้​ไหม ต้อง​อธิบาย​ด้วย​คำ​ว่า "พิเศษ" หรือ "ลิ​มิ​เต็ด" อธิบาย​ด้วย​ประโยชน์​ที่​ได้​จริง​ใน​ประโยค​เดียว
ถ้า​ตัด​ชื่อ​แบรนด์​ออก สินค้า​ยัง​ต่าง​จาก​เดิม​ไหม ไม่​ต่าง มี​แค่​บรรจุ​ภัณฑ์​ใหม่ ต่าง เพราะ​มี​ส่วน​ผสม​หรือ​ฟังก์ชัน​จาก​อีก​ฝ่าย

แบรนด์​ที่​ยัง​ไม่​ดัง​ได้​เปรียบ​ใน​งาน​ร่วม​แบรนด์​ไหม

ข้อมูล​ชุด​นี้​ตอบ​ได้​เพียง​บาง​ส่วน ใน​การ​ทดลอง​ชุด​ที่​สอง คู่​ของ​แบรนด์​ระดับ​กลาง​ไม่​เสีย​คะแนน​เมื่อ​จับ​คู่​กัน นัก​วิจัย​อธิบาย​ว่า​ความ​คาด​หวัง​ตั้ง​ต้น​ต่ำ​กว่า​จึง​มี​ช่อง​ให้​ผิด​หวัง​น้อย​กว่า แต่​การ​ทดลอง​ไม่​ได้​ทดสอบ​คู่​ของ​แบรนด์​เล็ก​กับ​แบรนด์​ใหญ่​โดยตรง เจ้าของ​แบรนด์​ที่​กำลัง​คุย​กับ​แบรนด์​ใหญ่​กว่า​จึง​ควร​ดู​เรื่อง​ความ​เสริม​กัน​ของ​คุณสมบัติ​เป็น​หลัก ส่วน​งาน​ที่​แบรนด์​เล็ก​ขอ​ใช้​พื้นที่​สื่อ​ของ​แบรนด์​ใหญ่​มี​กติกา​ต่าง​ออก​ไป อ่าน​ได้​ในPiggyback Advertising แบรนด์​เล็ก​ได้​อะไร​จาก​สื่อ​แบรนด์​ใหญ่

ประมาณ​ฐาน​ลูกค้า​ทับ​ซ้อน​ก่อน​นัด​คุย​รอบ​สอง

ความ​เข้า​กัน​ของ​คุณสมบัติ​ตอบ​เรื่อง​คะแนน​ของ​สินค้า ส่วน​ฐาน​ลูกค้า​ทับ​ซ้อน​ตอบ​ว่า​งาน​นี้​จะ​พา​ลูกค้า​ใหม่​มา​เท่าไร ถ้า​ลูกค้า​ของ​สอง​แบรนด์​เป็นก​ลุ่ม​เดียวกัน​เกือบ​ทั้งหมด สินค้า​ร่วม​จะ​ขาย​ให้​คน​ที่​ซื้อ​ทั้ง​สอง​แบรนด์​อยู่​แล้ว ถ้า​ไม่​ทับ​กัน​เลย ลูกค้า​ของ​อีก​ฝ่าย​อาจ​ไม่​เห็น​เหตุผล​ที่​จะ​หยิบ​สินค้า​ชิ้น​นี้ ช่วง​ที่​ควร​หา​คือ​กลุ่ม​ที่​อยู่​ใกล้​กัน​พอ​ให้​เข้าใจ แต่​ยัง​ไม่​ได้​ซื้อ​ของ​อีก​ฝ่าย

วิธี​ประมาณ​ที่​เจ้าของ​กิจการ​ขนาด​เล็ก​ทำ​เอง​ได้​มี​สาม​ทาง ทาง​แรก​คือ​ถาม​ลูกค้า​ประจำ 30-50 คน​ผ่าน​แบบสอบถาม​สั้น​ว่า​รู้จัก​และ​เคย​ซื้อ​สินค้า​ของ​อีก​ฝ่าย​หรือ​ไม่ ทาง​ที่​สอง​คือ​ขอ​ให้​อีก​ฝ่าย​ถาม​ลูกค้า​ของ​เขา​ด้วย​คำถาม​ชุด​เดียวกัน ทาง​ที่​สาม​คือ​เทียบ​ข้อมูล​พื้น​ฐาน​ของ​ลูกค้า​ที่​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​มี​อยู่ เช่น ช่วง​อายุ จังหวัด และ​ช่อง​ทาง​ซื้อ ผล​ที่​ได้​ไม่​แม่น​เท่า​งาน​วิจัย​ตลาด​เต็ม​รูป​แบบ แต่​พอ​บอก​ได้​ว่า​คู่​นี้​ใกล้​เกิน​ไป​หรือ​ไกล​เกิน​ไป

วิธี​อ่าน​ผล​แบบ​ง่าย​คือ​ดู​สัดส่วน​ลูกค้า​ประจำ​ของ​เรา​ที่​เคย​ซื้อ​สินค้า​ของ​อีก​ฝ่าย​แล้ว ถ้า​สัดส่วน​สูง​มาก สินค้า​ร่วม​จะ​ขาย​ให้​คน​กลุ่ม​เดิม​ซ้ำ ถ้า​แทบ​ไม่มี​ใคร​รู้จัก​อีก​ฝ่าย​เลย ต้อง​เผื่อ​งบ​สื่อสาร​เพื่อ​อธิบาย​เหตุผล​ของ​การ​จับ​คู่​มาก​ขึ้น ตัวเลข​นี้​ควร​จด​ไว้​ตั้งแต่​ก่อน​เริ่ม เพื่อ​ใช้​เทียบ​กับ​จำนวน​ลูกค้า​ใหม่​ที่​นับ​ได้​จริง​หลัง​จบ​งาน

ควร​ขอ​ข้อมูล​ลูกค้า​จาก​อีก​ฝ่าย​ตรง ๆ ได้​ไหม

ขอ​ได้​เฉพาะ​ข้อมูล​สรุป​ที่​ไม่​ระบุ​ตัว​บุคคล เช่น สัดส่วน​ช่วง​อายุ​หรือ​สัดส่วน​ยอด​ขาย​ตาม​ช่อง​ทาง การ​ขอ​ราย​ชื่อ​หรือ​เบอร์​โทร​ของ​ลูกค้า​มา​เทียบ​กัน​เป็นการ​ใช้​ข้อมูล​ส่วน​บุคคล​นอก​วัตถุประสงค์​ที่​ลูกค้า​ให้​ไว้ ซึ่ง​ขัด​กับ​หลัก​ของ PDPA ได้​ง่าย วิธี​ที่​ปลอดภัย​กว่า​คือ​ให้​แต่ละ​ฝ่าย​คำนวณ​ตัวเลข​จาก​ข้อมูล​ของ​ตัว​เอง​แล้ว​แลก​กัน​เฉพาะ​ผล​สรุป

ห้า​เรื่อง​ที่​ต้อง​ตกลง​ก่อน​วัน​ประกาศ

ความ​ร่วม​มือ​ส่วน​ใหญ่​ที่​มี​ปัญหา​ภาย​หลัง​ไม่​ได้​พัง​เพราะ​เลือก​พาร์​ท​เนอ​ร์​ผิด​ตั้งแต่​ต้น หลาย​ครั้ง​พัง​เพราะ​เรื่อง​ที่​ไม่​ได้​ตกลง​ไว้​ก่อน​เริ่ม ห้า​เรื่อง​ด้าน​ล่าง​ควร​อยู่​ใน​เอกสาร​ที่​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​ลง​นาม ก่อน​ที่​ใคร​จะ​โพสต์​ประกาศ​ความ​ร่วม​มือ

เรื่อง คำถาม​ที่​ต้อง​ได้​คำ​ตอบ ถ้า​ไม่​ตกลง​ไว้
สิทธิ​ใน​งาน​ออกแบบ​ร่วม ลาย ฉลาก ภาพถ่าย และ​ชื่อ​รุ่น​เป็น​ของ​ใคร ใช้​ต่อ​ได้​ไหม​หลัง​จบ​งาน ต่าง​ฝ่าย​ต่าง​ใช้​ต่อ​ไม่​ได้ หรือ​ใช้​แล้ว​มี​ข้อ​พิพาท
คน​พูด​แทน​งาน​นี้ ใคร​ตอบ​สื่อ ใคร​ตอบ​คอม​เมน​ต์ และ​ต้อง​อนุมัติ​ข้อความ​ร่วม​กัน​ไหม ข้อความ​สอง​ชุด​ขัด​กัน​ใน​วัน​ที่​มี​คำถาม​จาก​ลูกค้า
ตัวเลข​ที่​ใช้​วัดผล นับ​ยอด​ขาย ลูกค้า​ใหม่ หรือ​ยอด​การ​มอง​เห็น และ​ใคร​เป็น​คน​นับ จบ​งาน​แล้ว​สรุป​ผล​คนละ​ตัวเลข
เงื่อนไข​เลิก​ก่อน​กำหนด เหตุ​ใด​ที่​ให้​ฝ่าย​หนึ่ง​ยุติ​ได้​ทันที และ​ต้อง​แจ้ง​ล่วง​หน้า​กี่​วัน ต้อง​เจรจา​กัน​ใหม่​ทั้งหมด​ใน​วัน​ที่​อีก​ฝ่าย​กำลัง​มี​ปัญหา
สต๊อก​ที่​เหลือ สินค้า​ที่​มี​สอง​ชื่อ​ค้าง​อยู่​เท่าไร​จึง​ขาย​ต่อ​ได้ และ​ใคร​รับ​ภาระ ของ​ค้าง​ที่​ขาย​ไม่​ได้​และ​ทิ้ง​ไม่​ได้

สอง​เรื่อง​ท้าย​ตาราง​เป็น​เรื่อง​ที่​คน​มัก​ข้าม​เพราะ​รู้สึก​ว่า​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา กรณี​ที่​แบรนด์​ใหญ่​ต้อง​ยุติ​ความ​ร่วม​มือ​กลาง​ทาง​และ​จัดการ​สินค้า​คง​ค้าง​มูลค่า​หลาย​ร้อย​ล้าน​ยูโร เล่า​ไว้​ในความ​เสี่ยง Co-Branding เลิก​กลาง​ทาง​แล้ว​สต๊อก​ร่วม​แบรนด์​ไป​ไหน

ควร​ทดลอง​กับ​แคมเปญ​เล็ก​ก่อน​เซ็น​สัญญา​ระยะ​ยาว​ไหม

ควร ถ้า​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​ยัง​ไม่​เคย​ทำงาน​ด้วย​กัน รูป​แบบ​ที่​ใช้ได้​คือ​สิน​ค้า​ล็อต​เล็ก​จำนวน​จำกัด ขาย​ใน​ช่อง​ทาง​เดียว​สี่​ถึง​แปด​สัปดาห์ แล้ว​นับ​ลูกค้า​ที่​ซื้อ​ครั้ง​แรก​จาก​ฝั่ง​ของ​แต่ละ​แบรนด์ ผล​ที่​ได้​จะ​บอก​ทั้ง​เรื่อง​ความ​เข้า​กัน​ใน​สายตา​ผู้​ซื้อ​และ​วิธี​ทำงาน​ของ​อีก​ฝ่าย เช่น ส่ง​ของ​ตรง​เวลา​ไหม ตอบ​คำถาม​เร็ว​แค่​ไหน ความ​น่า​เชื่อ​ถือ​ที่​สะสม​จาก​งาน​เล็ก​ครั้ง​แรก​คือ​สิ่ง​ที่​ต่อย​อด​เป็น​ความ​ร่วม​มือ​ที่​ใหญ่​ขึ้น​ได้ ซึ่ง​อธิบาย​เพิ่ม​ไว้​ในGoodwill ธุรกิจ เมื่อ​ลูกค้า​ผูก​กับ​พนักงาน​มากกว่า​บริษัท

คัด​พาร์​ท​เนอ​ร์​ใน​หนึ่ง​เดือน​ด้วย​กระดาษ​สาม​แผ่น

การ​เลือก​พาร์​ท​เนอ​ร์​ร่วม​แบรนด์​ทำให้​เป็น​ระบบ​ได้​โดย​ไม่​ต้อง​ใช้​งบ​วิจัย​ก้อน​ใหญ่ เจ้าของ​กิจการ​ขนาด​เล็ก​เริ่ม​ได้​จาก​กระดาษ​สาม​แผ่น​ที่​เขียน​ก่อน​นัด​คุย​รอบ​สอง

  1. แผ่น​แรก จุด​เด่น​ของ​สอง​ฝ่าย เขียน​คุณสมบัติ​ที่​ลูกค้า​จำ​ได้​ของ​แต่ละ​แบรนด์​ฝั่ง​ละ​สาม​ข้อ ถ้า​ข้อ​ที่​หนึ่ง​ของ​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​เป็น​เรื่อง​เดียวกัน ให้​ถือ​เป็น​สัญญาณ​เตือน​ตาม​ผล​การ​ทดลอง
  2. แผ่น​ที่​สอง ฐาน​ลูกค้า ใส่​ผล​จาก​แบบสอบถาม​ลูกค้า​ประจำ​และ​ข้อมูล​สรุป​ที่​แลก​กับ​อีก​ฝ่าย แล้ว​ประเมิน​ว่า​ใกล้​เกิน​ไป ไกล​เกิน​ไป หรือ​พอดี
  3. แผ่น​ที่​สาม ห้า​เรื่อง​ที่​ต้อง​ตกลง เขียน​คำ​ตอบ​ที่​ต้องการ​ของ​แต่ละ​ข้อ​ก่อน​เข้า​ห้อง​เจรจา เพื่อ​รู้​ว่า​ข้อ​ไหน​ยอม​ได้​และ​ข้อ​ไหน​ยอม​ไม่​ได้

ถ้า​ผ่าน​ทั้ง​สาม​แผ่น ขั้น​ถัด​ไป​คือ​แคมเปญ​ทดลอง​ขนาด​เล็ก​ตาม​ที่​อธิบาย​ไว้​ข้าง​ต้น ผู้​บริหาร​ที่​อยาก​เห็น​ว่า​เรื่อง​พันธมิตร​อยู่​ตรง​ไหน​ใน​ภาพ​รวม​ของ​งาน​บริหาร เปิด​ดู​แผนที่​หัวข้อ​ได้​ในความ​รู้​บริหาร​จัดการ 9 หมวด​ที่ CEO ต้อง​รู้ ผลิต​ภาพ​ขึ้น 17%

สรุป

การ​ทดลอง​ของ Garaus และ​คณะ​ที่​ตี​พิมพ์​ปี 2565 พบ​ว่า​สินค้า​ร่วม​แบรนด์​ของ​แบรนด์​แข็ง​สอง​เจ้า​ได้​คะแนน​ต่ำ​กว่า​ค่า​เฉลี่ย​ของ​แบรนด์​เดิม เพราะ​ผู้​บริโภค​คาด​หวัง​สูง​เกิน​จริง ผล​ลบ​นี้​ลด​ลง​จน​ไม่มี​นัย​สำคัญ​เมื่อ​สอง​แบรนด์​เข้า​กัน​สูง ผู้​บริหาร​จึง​ควร​คัด​พาร์​ท​เนอ​ร์​จาก​คุณสมบัติ​ที่​เสริม​กัน ประมาณ​ฐาน​ลูกค้า​ทับ​ซ้อน​ด้วย​ข้อมูล​สรุป​ที่​ไม่​ระบุ​ตัว​บุคคล และ​ตกลง​เรื่อง​สิทธิ ผู้​พูด​แทน ตัวเลข​วัดผล เงื่อนไข​เลิก และ​สต๊อก​ที่​เหลือ​ให้​จบ​ก่อน​ประกาศ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Co-Branding นำ​ชื่อ​สอง​แบรนด์​ไป​อยู่​บน​สินค้า​หรือ​บริการ​ชิ้น​เดียวกัน ทั้ง​สอง​ฝ่าย​จึง​รับ​ทั้ง​ผล​ดี​และ​ผล​เสีย​ของ​สินค้า​ชิ้น​นั้น​ร่วม​กัน การ​จ้า​งอินฟลู​เอน​เซอร์​หรือ​เป็น​ส​ปอน​เซอร์​เป็นการ​ซื้อ​พื้นที่​หรือ​การ​แนะนำ ชื่อ​ของ​ผู้รับ​จ้าง​ไม่​ได้​อยู่​บน​ตัว​สินค้า ความ​ผูกพัน​จึง​สั้น​กว่า​และ​ถอน​ตัว​ได้​ง่าย​กว่า

ทำได้​ใน​บาง​เรื่อง แต่​ต้อง​ระวัง​กฎหมาย​การ​แข่งขัน​ทางการ​ค้า เช่น การ​ตกลง​ราคา​หรือ​แบ่ง​ตลาด​กัน เรื่อง​ที่​คู่​แข่ง​ร่วม​มือ​กัน​ได้​และ​เรื่อง​ที่​ต้อง​หลีก​เลี่ยง​รวบรวม​ไว้​ในBrand Co-opetition จับ​มือ​คู่​แข่ง​เรื่อง​ไหน​ไม่​ผิด​กฎหมาย

มี​สาม​แบบ​หลัก แบบ​แรก​คือ​ฝ่าย​ผลิต​จ่าย​ค่า​สิทธิ์​ใช้​ชื่อ​เป็น​เปอร์เซ็นต์​ของ​ยอด​ขาย แบบ​ที่​สอง​คือ​แบ่ง​กำไร​หลัง​หัก​ต้นทุน​ตาม​สัดส่วน​ที่​ตกลง แบบ​ที่​สาม​คือ​ต่าง​ฝ่าย​ต่าง​ขาย​ใน​ช่อง​ทาง​ของ​ตัว​เอง​และ​เก็บ​ราย​ได้​เอง แบบ​ที่​เหมาะ​ขึ้น​กับ​ว่า​ฝ่าย​ไหน​ลงทุน​ผลิต​และ​ฝ่าย​ไหน​ถือ​สต๊อก ควร​เขียน​วิธี​นับ​ยอด​ขาย​ให้​ชัด​ตั้งแต่​แรก

ใน​การ​ทดลอง​ของ Garaus และ​คณะ คะแนน​ของ​แบรนด์​เดี่ยว​หลัง​ผู้​ตอบ​เห็น​สินค้า​ร่วม​แทบ​ไม่​เปลี่ยน ผล​ลบ​อยู่​ที่​ตัว​สินค้า​ร่วม​เป็น​หลัก แต่​การ​ทดลอง​นี้​วัด​ครั้ง​เดียว​ใน​เวลา​สั้น ไม่​ได้​ครอบคลุม​กรณี​ที่​สินค้า​ร่วม​มี​ปัญหา​คุณภาพ​หรือ​พาร์​ท​เนอ​ร์​ตก​เป็น​ข่าว ซึ่ง​เป็น​ความ​เสี่ยง​อีก​ชุด​ที่​ต้อง​วางแผน​แยก

ระยะ​ที่​พอดี​ผูก​กับ​ความถี่​ที่​ลูกค้า​ซื้อ​ซ้ำ ของ​ที่​ลูกค้า​ซื้อ​ทุก​สัปดาห์​วัด​ได้​ภายใน​หนึ่ง​ถึง​สอง​เดือน สินค้า​ที่​ซื้อ​ปี​ละ​ครั้ง​ต้อง​ใช้​ระยะ​ยาว​กว่า ตัวเลข​ที่​ควร​ดู​คือ​ลูกค้า​ที่​ซื้อ​ครั้ง​แรก​จาก​ฝั่ง​พาร์​ท​เนอ​ร์​และ​กลับ​มา​ซื้อ​สินค้า​ปกติ​ของ​เรา​หลัง​จบ​แคมเปญ ยอด​การ​มอง​เห็น​ใน​สัปดาห์​แรก​บอก​ได้​แค่​ว่า​มี​คน​เห็น

PHYGITAL INSIGHT

ฟิจิ⁠ทัล​เสนอ​ให้​แบรนด์​ขนาด​เล็ก​วัด​ความ​เข้า​กัน​กับ​ลูกค้า​จริง​ก่อน​เซ็น​สัญญา โดย​ทำ​ต้นแบบ​ฉลาก​สอง​ถึง​สาม​แบบ​ที่​บอก​ประโยชน์​จาก​แต่ละ​ฝ่าย​แยก​กัน​ชัด แล้ว​ถาม​ลูกค้า​ประจำ​ว่า​เข้าใจ​เหตุผล​ที่​สอง​ชื่อ​อยู่​ด้วย​กัน​หรือ​ไม่ ต้นทุน​ของ​ขั้น​นี้​ต่ำ​กว่า​การ​ผลิ​ตล็อต​แรก​หลาย​เท่า งาน​ที่​ช่วย​ทำ​ต้นแบบ​ชุด​นี้​คือ​บริการ​ออกแบบ​บรรจุ​ภัณฑ์​รุ่น​ทดลอง​ของ​ฟิจิ⁠ทัล ซึ่ง​วาง​ตำแหน่ง​ชื่อ​และ​จุด​เด่น​ของ​สอง​ฝ่าย​ให้​ผู้​ซื้อ​อ่าน​ออก​ภายใน​ไม่​กี่​วินาที​บน​ชั้น​วาง

ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง

สินค้า​ร่วม​แบรนด์​ขาย​ผ่าน​ฉลาก ถ้า​ผู้​ซื้อ​อ่าน​ไม่​ออก​ว่า​สอง​ชื่อ​มา​อยู่​ด้วย​กัน​ทำไม ความ​เข้า​กัน​ที่​คิด​ไว้​ก็​ไม่​ถึง​มือ​เขา

PHYGITAL AGENCY ออกแบบ​บรรจุ​ภัณฑ์​ร่วม​แบรนด์​และ​ทำ​ต้นแบบ​ฉลาก​หลาย​แบบ​ให้​ทดสอบ​กับ​ลูกค้า​จริง​ก่อน​สั่ง​ผลิต เพื่อ​ให้​เจ้าของ​แบรนด์​ตัดสิน​ใจ​เรื่อง​พาร์​ท​เนอ​ร์​จาก​ปฏิกิริยา​ของ​ผู้​ซื้อ

PARANATH PANARATANA

WRITTEN BY

PARANATH PANARATANA

CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY

ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย