ร้านค้าในย่านเดียวกันที่ขายของคล้ายกันถูกชวนให้ร่วมมือกันบ่อยขึ้น ทั้งจัดงานประจำปีของย่าน รวมกลุ่มซื้อวัตถุดิบ หรือทำโปรโมชันพร้อมกันผ่านกลุ่มผู้ประกอบการ ความร่วมมือหลายแบบช่วยให้ทุกร้านได้ลูกค้าเพิ่ม แต่บางแบบเข้าข่ายการตกลงร่วมกันที่กฎหมายแข่งขันทางการค้าห้าม และเจ้าของร้านอาจไม่รู้ตัวจนได้รับหนังสือจากหน่วยงาน บทนี้อ่านหน้าอธิบายมาตรา 54 และมาตรา 55 ที่หน่วยงานกำกับการแข่งขันทางการค้า (สขค.) เผยแพร่ไว้ แยกให้เห็นว่าเรื่องไหนคู่แข่งตกลงกันไม่ได้ ข้อตกลงแบบไหนถูกนับ และเกณฑ์ส่วนแบ่งตลาดที่ใช้ตัดสินเรื่องที่เหลือ ให้เจ้าของธุรกิจตอบคำชวนของคู่แข่งได้โดยรู้ว่าต้องตัดเงื่อนไขไหนออก
Brand Co-opetition หมายถึงการที่แบรนด์ซึ่งแข่งขันกันในตลาดเดียวกันตกลงร่วมมือกันในบางเรื่อง แล้วแข่งกันต่อในเรื่องที่เหลือ คำนี้มาจากการรวมคำว่า cooperation กับ competition ความต่างจากการร่วมแบรนด์ทั่วไปคือคู่ที่ร่วมมือเป็นคู่แข่งตรง กฎหมายแข่งขันทางการค้าจึงเข้ามาเกี่ยวตั้งแต่ขั้นเจรจา
แหล่งหลักคือหน้าอธิบายมาตรา 54 และมาตรา 55 บนเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ซึ่งสรุปกฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับปี 2560 พร้อมประกาศคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างต่างประเทศใช้ข่าวประกาศของ Apple วันที่ 10 เมษายน 2020 ข้อความตรวจเมื่อ 27 ก.ย. 2569 บทนี้อธิบายเกณฑ์ตามที่หน่วยงานเผยแพร่ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายต่อข้อตกลงฉบับใด




