งานคอนเทนต์ของแบรนด์เป็นการใช้งานเชิงพาณิชย์เสมอ ข้อยกเว้นที่คนทั่วไปเข้าใจว่าใช้ได้จึงมักไม่ครอบคลุมงานลักษณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 32 วรรคหนึ่ง วางหลักไว้ว่าการกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่น หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานนั้นตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วนวรรคสองระบุกรณีเฉพาะไว้ เช่น การวิจัยหรือศึกษางานนั้นอันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร การติชมวิจารณ์หรือแนะนำผลงาน และการเสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชน โดยสองกรณีหลังต้องมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
กรณีเหล่านี้ผูกกับเงื่อนไขว่าไม่ได้ทำเพื่อหากำไร หรือเป็นการวิจารณ์และรายงานข่าวที่ให้เครดิตเจ้าของงาน ซึ่งต่างจากการนำเพลงหรือภาพมาประกอบคลิปที่โฆษณาสินค้า บทกำหนดโทษในกฎหมายฉบับเดียวกัน มาตรา 69 ระบุว่าผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และถ้าเป็นการกระทำเพื่อการค้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในทางปฏิบัติคือเก็บหลักฐานสิทธิ์ของวัสดุทุกชิ้นไว้คู่กับไฟล์งาน ระบุว่ามาจากคลังใด สัญญาอนุญาตครอบคลุมการใช้เชิงพาณิชย์กี่ช่องทาง และหมดอายุเมื่อใด เอกสารชุดนี้ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่เป็นสิ่งเดียวที่ตอบได้เมื่อมีผู้อ้างสิทธิ์ภายหลัง
คลังเพลงในแอปใช้กับบัญชีธุรกิจได้ทุกเพลงหรือไม่
ไม่ทุกเพลง เพราะคลังเสียงของแต่ละแพลตฟอร์มแยกสิทธิ์ระหว่างบัญชีทั่วไปกับบัญชีธุรกิจ และบางรายการอนุญาตเฉพาะการใช้ที่ไม่ใช่การโฆษณา วิธีตรวจที่ใช้เวลาน้อยที่สุดคืออ่านเงื่อนไขของคลังนั้นก่อนเลือกเพลง แล้วบันทึกชื่อเพลงพร้อมประเภทสิทธิ์ไว้ในไฟล์งานตั้งแต่ตอนผลิต