ตัวอย่างในส่วนนี้เป็นกรณีสมมติที่แบ่งตามสิ่งที่มุกยืมมา ไม่ได้อ้างถึงแคมเปญจริงของแบรนด์ใด
ยืมรูปแบบการเล่า ร้านขนมทำคลิปแนะนำขนมชิ้นใหม่ในจังหวะของงานเปิดตัวสมาร์ตโฟน ไฟสลัว เสียงบรรยายจริงจัง ภาพหมุนรอบตัวสินค้า มุกนี้ยืมฟอร์แมตที่หลายแบรนด์ใช้ร่วมกัน ไม่มีชื่อหรือโลโก้ของใคร และขนมในคลิปมีชื่อร้านชัดเจน ฝั่งนี้เสี่ยงน้อยที่สุด
เอ่ยถึงแบรนด์อื่นในเนื้อเรื่อง คลิปเดียวกันมีตัวละครพูดถึงชื่อสมาร์ตโฟนรุ่นดังเพื่อเทียบเป็นมุก ชื่อนั้นไม่ได้อยู่บนสินค้าของร้านและไม่ได้บอกว่าใครผลิตขนม แต่ถ้าบทพูดอ้างข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสินค้าของแบรนด์นั้น ข้อเท็จจริงนั้นต้องถูกต้อง เพราะมาตรา 272 ใช้กับข้อความเท็จที่ทำให้การค้าของผู้อื่นเสียความเชื่อถือ
ยืมหน้าตามาไว้บนสินค้าตัวเอง ร้านทำกล่องขนมรุ่นพิเศษที่สี ตัวอักษร และรูปทรงโลโก้เหมือนแบรนด์เครื่องดื่มดัง แค่เปลี่ยนคำหนึ่งคำ ฝั่งนี้ตรงกับข้อเท็จจริงในคดี Bad Spaniels คือหน้าตาของคนอื่นกลายเป็นหน้าตาของสินค้าที่ขาย คำถามเรื่องความสับสนและการเลียนเครื่องหมายที่จดทะเบียนจะตามมาทันที ต่อให้คนทำตั้งใจให้ขำ
เปรียบเทียบคู่แข่งด้วยข้อมูลจริง
มุกที่ชวนคนดูเทียบสินค้ากับคู่แข่งทำได้เมื่อตัวเลขและคุณสมบัติที่พูดถึงตรวจสอบได้ ข้อความที่บอกว่าสินค้าของคนอื่นแย่กว่าโดยไม่มีหลักฐานเสี่ยงสองทาง ทางแรกคือมาตรา 272 เรื่องไขข่าวเท็จ ทางที่สองคือกฎเรื่องข้อความโฆษณาที่เกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด ซึ่งมีตัวอย่างคำที่แพลตฟอร์มตีกลับและอำนาจของ สคบ. อยู่ในโฆษณาเกินจริง Google ตีกลับคำไหน และ สคบ. สั่งแก้ได้สี่แบบ
งานในพื้นที่จริงมีกติกาเพิ่ม
มุกล้อเลียนที่ออกไปอยู่บนถนน เช่นป้ายหรือของจัดวางที่ล้อแคมเปญดัง ต้องผ่านเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ด้วย รายละเอียดอยู่ในGuerrilla Marketing ในที่สาธารณะ ต้องขออนุญาตใครก่อนลงมือ ส่วนงานที่ให้คนมาร่วมเล่นกับมุกหน้างาน ใช้กรอบของExperiential Marketing ห้าแบบของประสบการณ์ที่แบรนด์ออกแบบได้ ช่วยวางว่าคนร่วมงานจะได้อะไรกลับไปนอกจากเสียงหัวเราะ