10-K เรียกพนักงานว่า partners และให้พื้นที่กับเรื่องคนหน้าร้านในแผน Back to Starbucks ที่บริษัทประกาศในไตรมาสที่ 4 ของปีบัญชีก่อนหน้า
| หัวข้อ |
สิ่งที่ 10-K ระบุ |
| พนักงานทั่วโลก ณ 28 กันยายน 2025 |
ราว 381,000 คน |
| พนักงานในสหรัฐฯ |
ราว 223,000 คน อยู่ในร้านของบริษัทราว 214,000 คน |
| ร้านในสหรัฐฯ ที่พนักงานมีสหภาพแรงงาน |
ราว 6% ของร้านที่บริษัทดำเนินการเอง |
| ร้านที่ปิดตามแผนปรับโครงสร้าง |
627 แห่งในไตรมาสที่ 4 ค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างและด้อยค่าราว 892.0 ล้านดอลลาร์ |
| งานสัมมนาผู้จัดการร้าน Leadership Experience 2025 |
ค่าใช้จ่าย 81 ล้านดอลลาร์ |
10-K อธิบาย Green Apron Service Model ว่าเป็นรูปแบบการทำงานพื้นฐานที่วางมาตรฐานซ้ำได้ในร้านที่บริษัทดำเนินการเองในสหรัฐฯ มีกิจวัตรและเครื่องมือใหม่ที่ให้พนักงานมีเวลากับการชงและการคุยกับลูกค้ามากขึ้น และใช้เทคโนโลยีช่วยให้คำสั่งซื้อไหลเร็วขึ้น บริษัทยังลงทุนเพิ่มจำนวนพนักงานและชั่วโมงงานในช่วงเวลาที่เหมาะสม
แผน Back to Starbucks มีอะไรบ้าง
10-K ของ Starbucks อธิบายว่าแผน Back to Starbucks ตั้งเป้าให้ลูกค้าทั้งใหม่และเดิมกลับมาที่ร้าน และให้บริษัทกลับมาเติบโต แผนมีสี่ส่วน คือสนับสนุนพนักงานผ้ากันเปื้อนเขียว ปรับประสบการณ์ลูกค้า ทำให้ร้านกลับมาเป็นร้านกาแฟของชุมชน และเสริมแบรนด์ผ่านการพัฒนาสินค้า การตลาด ประสบการณ์ในร้าน และประสบการณ์ดิจิทัล การปิดร้าน 627 แห่งก็อยู่ในแผนเดียวกัน
Green Apron Service Model เกี่ยวกับบัตรเติมเงินอย่างไร
10-K ของ Starbucks ไม่ได้เขียนเชื่อมสองเรื่องนี้เป็นตัวเลข แต่ส่วนที่อธิบายประสบการณ์ในร้านวางบริการของพนักงาน ความสะดวก และประสบการณ์ดิจิทัลที่ไม่สะดุดไว้ในประโยคเดียวกัน ยอดเงินค้างในบัตรคือเงินที่ลูกค้าจ่ายไว้ก่อน ส่วนคนที่ส่งมอบเครื่องดื่มตามยอดนั้นคือพนักงานหน้าร้าน บริษัทคาดว่าโมเดลนี้จะช่วยประสบการณ์ลูกค้าและจำนวนธุรกรรมในอนาคต