| วันที่โพสต์ |
มูลค่าบริษัท |
ตัวเลขประกอบที่โพสต์ให้ |
| 7 เม.ย. 2564 |
1,600 ล้านดอลลาร์ (Series B 115 ล้าน) |
ลูกค้ากว่า 1,000 ราย · ธุรกรรมโตราว 400% ในหกเดือน |
| 3 มี.ค. 2568 |
13,000 ล้านดอลลาร์ |
ช่วยลูกค้าประหยัด 2,000 ล้านดอลลาร์และ 20 ล้านชั่วโมงสะสม · ลูกค้ากว่า 30,000 บริษัท |
| 16 มิ.ย. 2568 |
16,000 ล้านดอลลาร์ |
ลูกค้า 40,000 บริษัท · บริษัทบอกว่าให้บริการเพียง 1.5% ของตลาดสหรัฐฯ |
| 30 ก.ค. 2568 |
22,500 ล้านดอลลาร์ (ระดมเพิ่ม 500 ล้าน) |
ระดมทุนห่างจากรอบก่อน 45 วัน |
| 17 พ.ย. 2568 |
32,000 ล้านดอลลาร์ (ตามชื่อโพสต์) |
รายได้จาก 500 ล้านเป็นเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ใน 12 เดือน |
ชื่อเดิมของบทนี้อ้างมูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์ หน้าข่าวของ Ramp ลิงก์ตัวเลขนั้นไปที่บทความของ Bloomberg เดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งต้องสมัครสมาชิกจึงอ่านได้ บทนี้จึงหยุดที่ตัวเลขล่าสุดที่บริษัทเขียนเองในบล็อก
ปี 2568 Ramp ประกาศมูลค่าใหม่กี่ครั้ง
ปี 2568 มีโพสต์ประกาศมูลค่าสี่ฉบับ ห่างกันราว 3 เดือนครึ่ง 45 วัน และ 3 เดือนครึ่งตามลำดับ มูลค่าขยับจาก 13,000 ล้านในเดือนมีนาคมเป็น 32,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน หรือราว 2.5 เท่าในแปดเดือนครึ่งตามการคำนวณของบทนี้ โพสต์เดือนกรกฎาคมตั้งคำถามเองว่าทำไมระดมทุนเพิ่ม 500 ล้านดอลลาร์ หลังรอบก่อนเพียง 45 วัน และตอบว่าบริษัทมองว่าวงการการเงินกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงพิเศษ
Ramp เริ่มต้นอย่างไรตามโพสต์ปี 2564
โพสต์ปี 2564 เล่าว่า Eric Glyman กับผู้ร่วมก่อตั้งเคยทำ Paribus ในเดือนพฤษภาคม 2558 ซึ่งช่วยผู้บริโภคขอเงินคืนเมื่อสินค้าลดราคา แล้วขายบริษัทให้แผนกบัตรเครดิตของ Capital One Ramp ก่อตั้งในเดือนมีนาคม 2562 ได้ลูกค้ารายแรกในเดือนสิงหาคม 2562 และเปิดตัวต่อสาธารณะในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 สินค้าแรกคือบัตรองค์กรคืนเงิน 1.5% ที่ผูกกับซอฟต์แวร์จัดการค่าใช้จ่าย โพสต์บอกว่าบริษัทต้องการสร้างซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ธุรกิจใช้จ่ายน้อยลง
20 ล้านชั่วโมงที่โพสต์เดือนมีนาคม 2568 อ้างนับจากอะไร
โพสต์เดือนมีนาคม 2568 บอกว่า Ramp ช่วยลูกค้าประหยัด 2,000 ล้านดอลลาร์และ 20 ล้านชั่วโมงนับตั้งแต่ก่อตั้ง โดยกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์และ 10 ล้านชั่วโมงเกิดในสิบสองเดือนล่าสุด โพสต์ไม่ได้อธิบายวิธีนับชั่วโมง แต่ให้เหตุผลเรื่องเงินไว้ว่าธุรกิจสหรัฐฯ มีอัตรากำไรเฉลี่ย 8.5% การลดต้นทุนหนึ่งดอลลาร์จึงเท่ากับการเพิ่มรายได้ราว 12 ดอลลาร์ ตัวเลข 12 มาจาก 1 หาร 0.085 ซึ่งได้ราว 11.8 โพสต์เดียวกันบอกว่าปี 2567 บริษัทปล่อยฟีเจอร์ใหม่กว่า 200 รายการและสายผลิตภัณฑ์ใหม่สามสาย