คาเฟ่ที่ตกแต่งร้านสวยจนมีคนแวะมาถ่ายรูปเช็กอินไม่ขาด หลายร้านกลับพบว่าลูกค้ามีแต่ขาจร มาครั้งเดียวแล้วย้ายไปร้านเปิดใหม่ในสัปดาห์ถัดไป ยอดขายช่วงแรกดูดี แต่เจ้าของร้านไม่รู้เลยว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะเลิกเห่อเมื่อไร บทนี้ชวนเจ้าของคาเฟ่มองว่าทำไมร้านสวยจึงยังรักษาลูกค้าไม่ได้ กาแฟกับข้อมูลลูกค้าสร้างประสบการณ์แบบไหนที่ร้านอื่นลอกไม่ได้ มีไอเดีย Phygital อะไรที่ทำได้เลยโดยไม่ต้องรอกล้อง AI และจะทักลูกค้าด้วยข้อมูลอย่างไรไม่ให้กลายเป็นผลลบ
กลยุทธ์ Phygital สำหรับคาเฟ่ ที่ได้ผลจริง คือการเปลี่ยนเมนูกาแฟให้กลายเป็น Digital Storytelling และระบบสะสมแต้มให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ลูกค้าอยากกลับมาอีก เพื่อแก้ปัญหาลูกค้า "ขาจร" ที่มาถ่ายรูปเช็กอินครั้งเดียวแล้วหายไป ให้กลายเป็น "ขาประจำ" ที่พร้อมจ่ายเงินซื้อกาแฟแก้วต่อไปอย่างเต็มใจ เงื่อนไขที่ทำให้ได้ผลคือลูกค้าต้องได้อะไรกลับไปทันทีในจังหวะที่ยอมให้ข้อมูล และข้อมูลที่เก็บไว้ต้องสดพอจะใช้ทักได้จริง
เชียงใหม่คือเมืองหลวงแห่งคาเฟ่ ทุกตารางกิโลเมตรเต็มไปด้วยร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถัน แข่งขันกันด้วยสไตล์ตั้งแต่สไตล์มินิมอล มูจิ ไปจนถึงลอฟต์ดิบ ๆ แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ เจ้าของร้านหลายคนกำลังเผชิญกับปัญหาชวนปวดหัว นั่นคือ "ลูกค้าร้านเรา มีแต่ขาจร"
พฤติกรรมของ "Cafe Hopper" หรือสายคาเฟ่ในปัจจุบัน คือการตระเวนไปร้านเปิดใหม่ ถ่ายรูปเช็กอิน อัปโหลดลง Instagram แล้วสัปดาห์ถัดไปก็ย้ายไปร้านอื่น สิ่งนี้สร้างยอดขายกระแสเงินสด (Cash Flow) ได้ดีในช่วงแรกที่เปิดร้าน แต่ในระยะยาว การพึ่งพาลูกค้ากลุ่มนี้ 100% คือความเสี่ยง เพราะแบรนด์ไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาจะเลิกเห่อร้านเรา
ภาพรวมตลาดยิ่งทำให้ข้อนี้สำคัญขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2568 ว่าธุรกิจร้านเครื่องดื่มซึ่งรวมร้านเบเกอรี่และไอศกรีมด้วย จะมีมูลค่าตลาดราว 84,200 ล้านบาทในปี 2568 เติบโตเพียง 1.9% จากปีก่อนหน้า พร้อมระบุว่าการแข่งขันสูงและต้นทุนวัตถุดิบผันผวนขณะที่ปรับราคาได้จำกัด เมื่อทั้งตลาดโตช้าลง การเติบโตของร้านหนึ่งจึงต้องมาจากการทำให้ลูกค้าเดิมกลับมาบ่อยขึ้น มากกว่าการรอลูกค้าหน้าใหม่




