1. ONESIAM Super App (สยามพิวรรธน์)
ตัวอย่างที่ชัดเจนและทรงพลังที่สุดในประเทศไทยคือการพัฒนาแอปพลิเคชัน ONESIAM ที่เชื่อมประสบการณ์จาก 4 ศูนย์การค้าระดับพรีเมียม (Siam Paragon, Siam Center, Siam Discovery, ICONSIAM) เข้ากับโลกออนไลน์ ลูกค้าสามารถเดินช็อปปิ้งในศูนย์การค้าเพื่อสัมผัสบรรยากาศจริง ในขณะเดียวกันก็สามารถสะสม ONESIAM Coin ผ่านแอปเพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลด หรือแลกรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เป็นการเชื่อม Ecosystem ของร้านค้าจริงและไลฟ์สไตล์ดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ
2. Nike (เจาะลึกข้อมูลท้องถิ่นผ่านแอป)
ร้าน Nike Live ในลอสแอนเจลิส ใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชันของลูกค้าในละแวกนั้นมาวิเคราะห์ว่าผู้คนในพื้นที่ชอบรองเท้าสไตล์ไหน เพื่อจัดสต็อกสินค้าให้ตรงใจที่สุด ลูกค้าสามารถสแกนบาร์โค้ดผ่านแอปเพื่อเช็กไซส์ หรือกดเรียกให้พนักงานนำรองเท้ามาให้ลองถึงห้องแต่งตัว ผลลัพธ์คือยอดขายในร้านสาขานี้พุ่งสูงกว่าสาขาปกติถึง 30%
3. Amazon Go (เดินเข้า หยิบของ แล้วเดินออก)
ที่สุดของความล้ำหน้า เพียงแค่สแกนแอป Amazon ตอนเดินเข้าร้าน หยิบสินค้าที่ต้องการ แล้วเดินออกได้เลย กล้องและเซนเซอร์ประมวลผลด้วย AI ในร้านจะคำนวณและตัดเงินจากบัญชีอัตโนมัติ ลบปัญหาคิวจ่ายเงินที่น่าเบื่อหน่ายทิ้งไปอย่างสมบูรณ์
4. Sephora (ชอปปิงความงามแบบไม่ต้องเดา) Sephora ขึ้นชื่อเรื่องแอป Virtual Artist ที่ใช้ AR ให้ลูกค้าทดลองสีลิปสติกและอายแชโดว์ผ่านมือถือ เมื่อมาที่หน้าร้าน ก็มีเทคโนโลยี Color IQ สแกนผิวหน้าเพื่อหารองพื้นเบอร์ที่ตรงเป๊ะที่สุด ประสบการณ์ไร้รอยต่อนี้ช่วยเพิ่มอัตราการตัดสินใจซื้อสูงขึ้นมหาศาล
5. Rebecca Minkoff (ห้องลองเสื้ออัจฉริยะ)
กระจกในห้องลองเสื้อของแบรนด์นี้คือหน้าจอทัชสกรีน เมื่อลูกค้านำชุดเข้ามาลอง กระจกจะอ่านค่าแท็ก RFID แล้วแนะนำเครื่องประดับที่เข้าชุดกัน หากใส่ไม่ได้ ก็สามารถกดปุ่มที่กระจกเพื่อสั่งให้พนักงานนำไซส์อื่นมาเปลี่ยนให้ โดยไม่ต้องชะโงกหน้าออกไปตะโกนเรียกให้เขินอาย
ถ้าอยากเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า Phygital Marketing ใช้ได้จริงในสถานการณ์ไหนบ้าง ลองอ่านต่อเรื่องCustomer Experience แบบ Phygital ทำไม O2O ถึงไม่พออีกต่อไป เพื่อเข้าใจความต่างจากโมเดลเดิม จากนั้นดูPhygital Customer Journey วางเส้นทางลูกค้าให้ปิดการขาย และกรณีธุรกิจค้าปลีกที่Phygital Retail คืออะไร ทรานส์ฟอร์มค้าปลีกให้อยู่รอด ก่อนปิดท้ายด้วยพิมพ์เขียว Phygital Marketing เช็ก 3 ข้อก่อนลงทุน สำหรับธุรกิจที่ขายให้องค์กรด้วยกันเอง กลยุทธ์ Phygital ยังต้องปรับต่างจากขายผู้บริโภคทั่วไป อ่านเพิ่มเติมได้ในกลยุทธ์ Phygital Marketing B2B กับ B2C ต่างกันตรงไหน และหัวใจสำคัญที่ทำให้ Phygital Marketing เกิดขึ้นได้จริงคือการเชื่อมข้อมูลหน้าร้านเข้ากับออนไลน์ อ่านเคล็ดลับได้ในเชื่อมข้อมูลหน้าร้านกับออนไลน์ ทำ Phygital ให้เพิ่มกำไรจริง
แบรนด์ SME ไทยจะเริ่มต้นทำ Phygital ในสเกลเล็ก ๆ ได้เหมือนแบรนด์ระดับโลกไหม?
ได้แน่นอน โดยเริ่มจากหลักการเดียวกัน แต่สเกลที่เหมาะสม เช่น คาเฟ่สามารถสร้าง Digital Loyalty Program ผ่าน LINE OA แทนบัตรสะสมแต้มกระดาษ (เหมือน ONESIAM แต่เล็กกว่า) หรือร้านขายเสื้อผ้าสามารถใช้ QR Code บนป้ายสินค้าแสดงตัวเลือกสีและไซส์ที่มีในคลัง (คล้าย Nike แต่ต้นทุนต่ำกว่า) หัวใจสำคัญคือระบุ Pain Point ของลูกค้าก่อน แล้วค่อยเลือกเครื่องมือ