หลังปี 2556 สองบริษัทมีโครงสร้างธุรกิจต่างกันชัด ตามที่เอกสารของแต่ละฝ่ายเล่า อิชิตันเหลือธุรกิจเครื่องดื่มอย่างเดียว ส่วนโออิชิยังทำร้านอาหาร อาหารพร้อมทาน และเครื่องดื่ม
แบบ 56-1 ของอิชิตันบรรยายสภาพปัจจุบันไว้ว่าโรงงานอิชิตัน กรีน แฟคทอรี่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะผลิตเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์กว่า 29 รสชาติ บนสายการผลิตบรรจุขวด 8 สาย กำลังการผลิตรวม 1,700 ล้านขวดต่อปี มีตัวแทนจัดจำหน่ายหลัก 3 ราย แยกช่องทางไม่ให้ทับกัน และในปี 2568 รายได้จากชาพร้อมดื่มคิดเป็น 79.1% ของรายได้รวม ส่วนการส่งออกคิดเป็น 8.5% ของยอดขาย
กิจการร่วมค้า 50:50 ในอินโดนีเซียที่ตั้งตั้งแต่ปี 2557 ยังอยู่ในรายงานปีล่าสุด แบบ 56-1 ของอิชิตันระบุส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า 16.6 ล้านบาทในปี 2568 เทียบกับ 9.3 ล้านบาทในปี 2567 และอธิบายว่ายอดขายในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นจากสินค้าใหม่สองรายการ กับการเพิ่มจำนวนผู้จัดจำหน่ายให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น การขยายไปอินโดนีเซียของอิชิตันจึงทำผ่านหุ้นส่วนท้องถิ่นที่ถือหุ้นคนละครึ่ง
หน้าเกี่ยวกับโออิชิบรรยายธุรกิจเครื่องดื่มว่าผลิตชาเขียวด้วยกระบวนการ Cold Aseptic Filling และมีหลายสูตรหลายขนาด ส่วนหน้าประวัติบันทึกการตั้งโรงงานและสายการผลิตหลายแห่ง ทั้งนวนคร อมตะนคร และวังม่วง ควบคู่กับการเปิดร้านอาหารหลายแบรนด์และบริษัทย่อยในต่างประเทศ
ทำไมอิชิตันขายธุรกิจอาหารออกไป
แบบ 56-1 ของอิชิตัน ระบุเหตุผลว่าในปี 2556 บริษัทขายธุรกิจอาหารออกไปเพื่อให้การดำเนินงานเน้นเฉพาะธุรกิจเครื่องดื่ม สนับสนุนเป้าหมายการเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชาเขียวคุณภาพของประเทศไทย และรองรับการพัฒนาสายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอื่นในอนาคต เหตุผลนี้เป็นข้อความของบริษัทเอง ปีต่อมาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์และซื้อสิทธิเครื่องหมายการค้าเครื่องดื่มน้ำผลไม้ไบเล่ ซึ่งเป็นการขยายสายเครื่องดื่มตามเหตุผลที่เขียนไว้