งานชื่อ Day-of-week mood patterns in the United States ของ Arthur Stone, Stefan Schneider และ James Harter ตีพิมพ์ใน The Journal of Positive Psychology ปี 2012 ผู้วิจัยใช้คำตอบแบบสอบถามทางโทรศัพท์จากการสำรวจระดับชาติขนาดใหญ่ รวม 340,000 คน แล้ววัดอารมณ์ด้านบวกและด้านลบแยกตามวันในสัปดาห์
| ความเชื่อ |
ผลในบทคัดย่อ |
| วันศุกร์อารมณ์ดี (TGIF) |
มีหลักฐานสนับสนุนชัด |
| สุดสัปดาห์อารมณ์ดีกว่าวันทำงาน |
มีหลักฐานสนับสนุนชัด |
| วันจันทร์อารมณ์แย่เป็นพิเศษ (Blue Monday) |
มีหลักฐานสนับสนุนน้อย |
| วันเสาร์กับวันอาทิตย์ต่างกัน |
ไม่พบความต่าง |
ผู้วิจัยยังทดสอบว่าผลของวันต่างกันตามกลุ่มคนหรือไม่ ผลของวันต่ออารมณ์เล็กลงในผู้ตอบที่อายุมากกว่าและผู้ที่เกษียณแล้ว ส่วนเพศและการมีคู่ทำให้ผลต่างกันน้อย ประโยคปิดของบทคัดย่อสรุปว่าวันในสัปดาห์สัมพันธ์กับอารมณ์ แต่ไม่ได้สัมพันธ์ในแบบที่คนเชื่อเสมอไป
ข้อมูลจากคน 340,000 คนเชื่อได้แค่ไหน
เชื่อได้มากในเรื่องที่ขนาดข้อมูลช่วย และเชื่อได้เท่าเดิมในเรื่องที่ขนาดไม่ช่วย กลุ่มตัวอย่างใหญ่ทำให้ความต่างเล็ก ๆ ระหว่างวันไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ และทำให้แยกผลตามกลุ่มอายุหรือสถานะการทำงานได้ ซึ่งงานก่อนหน้าที่ผู้วิจัยระบุว่ามักมีขนาดเล็กและใช้กลุ่มนักศึกษาทำได้ยาก แต่ขนาดข้อมูลไม่ได้แก้ข้อจำกัดของวิธีเก็บ คำตอบยังเป็นความรู้สึกที่ผู้ตอบรายงานเองทางโทรศัพท์ และยังเป็นคนในประเทศเดียว ผลจึงบอกได้ชัดว่าคนอเมริกันรายงานอารมณ์ในแต่ละวันต่างกันอย่างไร แต่ต้องระวังเมื่อนำไปใช้กับกลุ่มคนอื่น
ทำไมกลุ่มที่เกษียณแล้วจึงได้รับผลจากวันน้อยกว่า
บทคัดย่อไม่ได้อธิบายเหตุผลไว้ บทนี้อ่านว่าคนที่ไม่ได้ทำงานตามตารางจันทร์ถึงศุกร์แล้วมีวันที่คล้ายกันมากขึ้น ความต่างระหว่างวันทำงานกับวันหยุดจึงเล็กลง การอ่านนี้เป็นการตีความ ไม่ใช่ข้อสรุปของผู้วิจัย และไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับบุคลิกของคนในช่วงวัยใด ข้อที่ใช้กับธุรกิจได้คือ ถ้ากลุ่มลูกค้าหลักไม่ได้ทำงานตามสัปดาห์ทำงานปกติ ความเชื่อเรื่องอารมณ์ของแต่ละวันก็อาจใช้กับลูกค้ากลุ่มนั้นได้น้อยลง