ที่ทำงานมีรุ่นของตัวเองเหมือนห้องเรียน พนักงานที่เข้ามาพร้อมกันถูกประเมินด้วยเกณฑ์เดียวกัน แม้บางคนเพิ่งจบใหม่และบางคนมีประสบการณ์มาหลายปี คนที่ตั้งต้นช้ากว่ามักดูอ่อนกว่าในช่วงแรกและได้งานสำคัญน้อยกว่า ถ้าไม่มีใครสังเกต ช่องว่างนี้สะสมแบบเดียวกับที่งานวิจัยเรื่อง CEO อธิบาย
ประเมินพนักงานใหม่ให้เป็นธรรมควรดูอะไร
ดูความก้าวหน้าเทียบกับจุดเริ่มต้นของแต่ละคน ไม่ใช่เทียบกับคนที่เก่งที่สุดในรุ่น ตัวอย่างเช่น เทียบงานเดือนที่สามกับงานเดือนแรกของคนคนเดียวกัน และบันทึกว่าได้รับโอกาสฝึกงานสำคัญกี่ครั้ง ถ้าคนหนึ่งได้โอกาสน้อยกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างชัดเจน หัวหน้าควรแก้ที่การแบ่งโอกาสก่อนสรุปว่าคนนั้นทำงานไม่ได้
หัวหน้าที่กันแรงกดดันไว้ให้ทีมเสียอะไรไป
ทีมได้บรรยากาศที่ดีและคนอยู่นาน แต่ลูกน้องอาจไม่เคยได้ยินว่างานของตัวเองดีหรือขาดอะไร คนที่ได้รับผลมากที่สุดคือคนเก่ง เพราะคนกลุ่มนี้อยากรู้เส้นทางข้างหน้ามากกว่าอยากได้ความสบาย เมื่อไม่มีใครบอก เขาจะไปหาคำตอบจากที่อื่น ทางแก้ที่ไม่ต้องเปลี่ยนนิสัยของหัวหน้าคือกำหนดวันคุยเรื่องเป้าหมายของแต่ละคนไว้ในปฏิทินทุกไตรมาส แล้วเตรียมข้อมูลผลงานจริงไปคุย
งานที่ต้องรอหัวหน้าคนเดียวเสมอบอกอะไร
บอกว่าขั้นตอนของงานนั้นยังไม่เคยถูกเขียนออกมาให้คนอื่นอ่าน วิธีตรวจที่ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์คือจดทุกครั้งที่มีคนมาถามหรือขออนุมัติ แล้วดูตอนปลายสัปดาห์ว่าเรื่องไหนซ้ำเกินสองครั้ง เรื่องนั้นคือเรื่องที่ควรมีขั้นตอนเขียนไว้ พร้อมระบุว่าใครตัดสินใจได้ถึงระดับไหน การเขียนทีละเรื่องต่อสัปดาห์ได้เอกสารที่ตรงกับงานจริงมากกว่านั่งเขียนคู่มือทั้งเล่มในครั้งเดียว
ให้ฟีดแบ็กตรงอย่างไรโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์
พูดถึงเหตุการณ์และผลของมัน แทนการพูดถึงนิสัยของคน ประโยคที่ใช้ได้มีสามส่วน คือระบุเหตุการณ์ที่เจาะจง บอกผลที่เกิดกับงานหรือลูกค้า และถามว่ารอบหน้าจะทำต่างไปอย่างไร หัวหน้าที่ตำราบรรยายว่าเลี่ยงการเผชิญหน้าใช้แบบฟอร์มสั้นให้ทั้งสองฝ่ายกรอกก่อนคุยได้ การคุยสั้นทุกเดือนทำให้แต่ละครั้งมีเรื่องน้อยและไม่หนัก