เรียงความของ Junghaus ศึกษาภาพชาวโรมาในงานศิลปะยุโรปตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ผู้เขียนระบุว่าภาพวาดชาวโรมาภาพแรกคือภาพลายเส้นของเยอรมันจากช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ซึ่งเก็บอยู่ที่หอศิลป์แห่งชาติในปราก จากนั้นลักษณะบางอย่าง เช่นผ้าคลุมลายทาง ถูกวาดซ้ำเป็นแบบแผนในงานศิลปะต่อมาจนถึงศตวรรษที่ 19
ข้อสรุปที่สำคัญกับงานสื่อสารของแบรนด์คือ ในภาพชาวโรมาหลายพันภาพตลอดประวัติศาสตร์ มีน้อยมากที่เป็นภาพของคนจริง ภาพในศตวรรษที่ 19 และ 20 ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการวาดหน้าตาของบุคคลจริง ภาพเหล่านั้นจึงบอกเราเรื่องความคิดของคนวาดมากกว่าเรื่องชีวิตของคนที่ถูกวาด
เรียงความยังระบุว่าเรื่องราวของชาวโรมาที่เป็นแบบให้ภาพวาดในอดีตยังไม่มีงานวิจัยย้อนหลังรวบรวมไว้ และก่อนปลายศตวรรษที่ 18 แทบไม่มีภาพเหมือนแบบสมจริงที่วาดชาวโรมาในฐานะคนในสังคมชั้นสูง ศิลปินชาวโรมารุ่นหลังจึงพยายามรื้อภาพเหล่านี้ และเล่าเรื่องของตัวเองด้วยงานศิลปะของตัวเอง ผู้เขียนเรียกงานนี้ว่าการทำความเข้าใจความรู้ชุดเก่าเพื่อเลิกใช้มัน
สำหรับแบรนด์ ประเด็นนี้แปลเป็นงานได้ตรงตัว ภาพและคำที่ทีมหยิบมาใช้เพราะ "ดูเป็นโบฮีเมียน" อาจมาจากแบบแผนที่คนนอกวาดซ้ำกันมาหลายร้อยปี การตรวจก่อนใช้จึงต้องถามว่าภาพหรือคำนั้นมาจากไหน ไม่ใช่แค่ถามว่าสวยหรือขายได้ไหม
ทำไมไม่ควรใช้ภาพคนเป็นตัวแทนสไตล์โบฮีเมียน
ไม่ควรใช้เพราะภาพคนที่ถูกจัดให้เป็นตัวแทนสไตล์นี้มักทำซ้ำแบบแผนภาพเก่า เรียงความใน RomArchive ชี้ว่าภาพชาวโรมาในงานศิลปะยุโรปส่วนมากไม่ใช่ภาพของคนจริง แต่เป็นลักษณะที่วาดซ้ำต่อกันมา แบรนด์ที่ถ่ายภาพสินค้าสไตล์โบโฮควรให้ภาพเล่าลาย สี และวัสดุของสินค้า แทนการจัดนางแบบหรือฉากให้ดูเป็นชาติพันธุ์ใดชาติพันธุ์หนึ่ง