ระหว่างผลิตเฝือก ทั้งสองคนยังทดลองขึ้นรูปไม้อัดที่ยากขึ้นไปพร้อมกัน หน้าประติมากรรมไม้อัดของ Eames Foundation เล่าว่าชิ้นทดลองชิ้นแรกทำในอพาร์ตเมนต์ มีความหนาเท่ากันทั้งชิ้น และหายไปแล้ว จากนั้นทั้งสองคนต่อยอดความรู้จากการผลิตเฝือกไปลองรูปทรงที่ซับซ้อนขึ้น ส่วนที่บางลง และจำนวนชั้นไม้ที่ไม่เท่ากันในชิ้นเดียว แล้วพบว่ากระบวนการเดิมไม่ละเอียดพอ จึงเปลี่ยนไปใช้เครื่องอัดที่แรงขึ้นและปูแผ่นโลหะบนแม่พิมพ์ ประติมากรรมไม้อัดที่ได้มีเพียงสองชิ้น ชิ้นงานกลุ่มนี้ไม่ได้ทำไว้ขาย แต่ใช้ทดสอบว่ากระบวนการคุมความโค้งสามมิติได้แม่นแค่ไหน
Eames Demetrios อธิบายไว้ในหน้าเดียวกันว่าการทำไม้อัดด้วยมือช่วงแรกบังคับให้ทั้งสองคนออกแบบเครื่องมือจำนวนมาก และการออกแบบเครื่องมือทำให้ต้องรู้ชัดว่าเครื่องมือนั้นจะทำอะไร สำหรับธุรกิจเล็ก ชิ้นทดลองที่ไม่ได้ขายคือค่าใช้จ่ายที่ซื้อความรู้เรื่องกระบวนการผลิต ก่อนไปจ่ายค่าแม่พิมพ์ของโรงงาน
หน้าเก้าอี้ LCW ของมูลนิธิเล่าว่าในปี 1945 เมื่อสงครามใกล้จบ Eames Office ซึ่งตั้งมาได้สองปีและมีคนราว 15 คน รวมคนงานที่ผลิตเฝือก หันกลับไปทำเฟอร์นิเจอร์ ทีมตั้งเป้าเปิดตัวเฟอร์นิเจอร์ที่งานแสดงในโรงแรม Barclay ช่วงเดือนธันวาคม และตั้งโจทย์ว่าจะทำเปลือกเก้าอี้ไม้อัดชิ้นเดียวที่โค้งหลายทิศได้ไหม
คำตอบคือไม่ได้ ทุกครั้งที่ลองต้องผ่าชิ้นงานจึงจะโค้งได้ ทีมจึงเลิกแนวคิดเปลือกชิ้นเดียว แล้วแยกเป็นสองชิ้นคือที่นั่งกับพนักพิง มูลนิธิเรียกการตัดสินใจนี้ว่าการค้นพบ "การใช้ไม้อัดขึ้นรูปอย่างซื่อตรง" ผลลัพธ์คือเก้าอี้ LCW (Lounge Chair Wood) ที่เปิดตัวในงานนั้น และวางขายต่อสาธารณะในปีถัดมา
เก้าอี้ LCW ของ Eames ทำจากอะไร
เก้าอี้ LCW ทำจากไม้อัดขึ้นรูปด้วย "Eames process" ที่ขึ้นรูปแผ่นไม้อัดกับความโค้งไปพร้อมกัน ตามหน้าเก้าอี้ของ Eames Foundation ตัวเก้าอี้แยกที่นั่งกับพนักพิงเป็นสองชิ้น หลังทีมพยายามทำเปลือกชิ้นเดียวแล้วไม่สำเร็จ ชิ้นส่วนเบาและผลิตจำนวนมากได้ ประสบการณ์จากการผลิตเฝือกช่วงสงครามคือพื้นฐานของกระบวนการนี้