หน้าประวัติบน ghibli.jp เขียนด้วยเสียงของคนในสตูดิโอ และไม่ได้ลงวันที่ หน้านี้เล่าว่าตอนเริ่มต้น สตูดิโอคิดแบบทำทีละเรื่อง ถ้าเรื่องไหนสำเร็จก็ทำเรื่องต่อ ถ้าไม่สำเร็จก็จบ เพื่อลดความเสี่ยง สตูดิโอจึงไม่จ้างพนักงานประจำ แต่รวมทีมราว 70 คนต่อเรื่อง และแยกย้ายเมื่องานเสร็จ
หลัง Kiki's Delivery Service มีผู้ชม 2.64 ล้านคนในปี 2532 หน้าประวัติเขียนว่าคนในบริษัทเริ่มถกกันว่าจะให้ Ghibli เป็นบริษัทแบบไหน Miyazaki เสนอสองข้อ คือจ้างทีมเป็นพนักงานประจำที่มีเงินเดือนพร้อมตั้งเป้าเพิ่มค่าจ้างสองเท่า และเปิดรับกับฝึกคนใหม่ทุกปี ตั้งแต่พฤศจิกายน 2532 สตูดิโอจ้างทีมเป็นพนักงานประจำและเริ่มโครงการฝึกนักวาดรุ่นใหม่
การจ้างพนักงานประจำเปลี่ยนต้นทุนของสตูดิโออย่างไร
หน้าประวัติเขียนว่าราว 80% ของต้นทุนสร้างหนังแอนิเมชันเป็นค่าแรง การเพิ่มค่าจ้างสองเท่าจึงทำให้ต้นทุนสร้างเพิ่มเกือบสองเท่าไปด้วย และเมื่อมีพนักงานก็ต้องจ่ายเงินเดือนทุกเดือน หน้าประวัติเขียนว่า Ghibli จึงต้องทำหนังต่อเนื่องไม่หยุด ผู้บริหารในยุคนั้นเรียกแนวทางนี้ว่า 3H คือ High Cost, High Risk, High Return ส่วนกำไรที่ได้ หน้าประวัติเขียนว่าถูกใส่ลงในเรื่องถัดไปทันที จึงแทบไม่เหลือเก็บ
หน้าประวัติเล่าเรื่องผู้กำกับนอกจากผู้ก่อตั้งไว้อย่างไร
หน้าประวัติบันทึกว่าปี 2536 สตูดิโอทำงานสำหรับโทรทัศน์เรื่องแรก และเป็นครั้งแรกที่ผู้กำกับไม่ใช่ Takahata หรือ Miyazaki ผู้กำกับคือ Mochizuki Tomomi อายุ 34 ปีในตอนนั้น ทีมเป็นคนอายุ 20-30 ปีเป็นส่วนใหญ่ งานนี้ใช้งบและเวลาเกินแผนมาก ปี 2538 Kondo Yoshifumi ผู้เคยคุมงานวาด (作画監督) ในหนังของสตูดิโอหลายเรื่อง ได้กำกับหนังเรื่องแรก โดย Miyazaki เป็นโปรดิวเซอร์และเขียนบท ส่วนนักวาดรุ่นที่สตูดิโอรับเข้ามาตั้งแต่ช่วงทำหนัง Only Yesterday กลายเป็นกำลังหลักของงานวาดในหนังเรื่อง Pom Poko ปี 2537