S-1 นับผู้ใช้และองค์กรเป็นหลายชั้น ชั้นบนสุดคือผู้ใช้รายวัน ชั้นล่างสุดคือลูกค้าที่จ่ายเงินเกิน 100,000 ดอลลาร์ต่อปี
| ชั้น |
ตัวเลข ณ วันสิ้นปีบัญชีล่าสุด |
| ผู้ใช้รายวันในไตรมาสสุดท้าย |
เกิน 10 ล้านคน |
| องค์กรที่มีผู้ใช้ตั้งแต่สามคนขึ้นไป |
เกิน 600,000 แห่ง |
| องค์กรที่ใช้แผนฟรี |
เกิน 500,000 แห่ง |
| ลูกค้าที่จ่ายเงิน |
เกิน 88,000 ราย รวมบริษัทใน Fortune 100 เกิน 65 แห่ง |
| ลูกค้าที่จ่ายเกิน 100,000 ดอลลาร์ต่อปี |
575 ราย |
เอกสารนิยามผู้ใช้รายวันว่าคนที่สร้างหรืออ่านเนื้อหาในช่วง 24 ชั่วโมง ไม่ว่าอยู่แผนฟรีหรือแผนเสียเงิน และนิยามองค์กรว่าบริษัท สถาบัน หรือหน่วยธุรกิจที่แยกกัน ถ้ามีผู้ใช้ตั้งแต่สามคน องค์กรนั้นจึงถูกนับในชั้นที่สอง
ลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มขึ้นจาก 37,000 ราย เป็น 59,000 และ 88,000 ราย ในสามปีบัญชี ลูกค้าที่จ่ายเกิน 100,000 ดอลลาร์เพิ่มจาก 135 เป็น 298 และ 575 ราย กลุ่มหลังนี้ทำรายได้ราว 40% ของปีบัญชีล่าสุด แม้จำนวนจะไม่ถึง 1% ของลูกค้าที่จ่ายเงินทั้งหมด
S-1 ยกตัวอย่างลูกค้าหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัทซอฟต์แวร์อย่าง Autodesk และ Oracle ค้าปลีกอย่าง LVMH และ Everlane บริการการเงินอย่าง Liberty Mutual และหน่วยงานรัฐอย่าง NASA Jet Propulsion Laboratory ตัวอย่างชุดนี้แสดงว่าชั้นบนของกรวยกับชั้นล่างเป็นลูกค้าคนละขนาด ทีมเล็กในธุรกิจขนาดกลางเริ่มจากแผนฟรี ส่วนองค์กรที่มีพนักงานหลายหมื่นคนซื้อ Enterprise Grid ผ่านทีมขาย
Slack มีลูกค้าจ่ายเงินกี่เปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั้งหมด
เมื่อนำตัวเลขใน S-1 ของ Slack มาหารกัน ลูกค้าที่จ่ายเงินเกิน 88,000 รายคิดเป็นราว 15% ขององค์กรที่มีผู้ใช้ตั้งแต่สามคนขึ้นไปเกิน 600,000 แห่ง ณ 31 มกราคม 2019 ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณจากยอดขั้นต่ำที่เอกสารให้ Slack ไม่ได้รายงานอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าจ่ายเงินไว้เป็นตัวเลขเดียว