แบบ 10-K ที่ Figma ยื่นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2026 ต่องบได้อีกหนึ่งปี และมีรายการครั้งเดียวชุดใหม่ที่เกิดจากการเข้าตลาดหุ้น
| ตัวเลขสามปี (ล้านดอลลาร์) |
ปีที่ได้ค่ายกเลิกสัญญา |
ปีถัดมา |
ปีล่าสุด |
| รายได้ |
504.9 |
749.0 |
1,055.8 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ |
737.8 |
(732.1) |
(1,250.5) |
| กำไรจากการดำเนินงานแบบ non-GAAP |
27.1 |
127.2 |
129.5 |
10-K ระบุว่าบริษัทรับรู้ค่าตอบแทนเป็นหุ้นสะสมครั้งเดียว 975.7 ล้านดอลลาร์ สำหรับ RSU ที่ผ่านเงื่อนไขเมื่อเข้าตลาดหุ้น และจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เกี่ยวข้อง 411.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินสุทธิที่บริษัทได้จากการขายหุ้นใหม่ 12.5 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 33 ดอลลาร์ อยู่ที่ 393.1 ล้านดอลลาร์ ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขาย
ตัวชี้วัดธุรกิจหลักในเอกสารสองฉบับยังเดินต่อเนื่อง รายได้ปีล่าสุดเพิ่มขึ้น 306.8 ล้านดอลลาร์หรือ 41% ลูกค้าระดับรายได้ต่อปีเกิน 100,000 ดอลลาร์ต่อราย เพิ่มจาก 630 ราย เป็น 963 และ 1,405 ราย อัตรารักษารายได้สุทธิอยู่ที่ 122% 134% และ 136% ตามลำดับ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของหุ้นพนักงานสร้างภาระเงินสดก้อนใหญ่ในเดือนเดียว 10-K ระบุว่าในเดือนกรกฎาคมก่อนปิดการเสนอขายหุ้น บริษัทเบิกวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน 330.5 ล้านดอลลาร์ จากวงเงินรวม 500.0 ล้าน เพื่อจ่ายภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งที่เกี่ยวกับการชำระ RSU สุทธิ แล้วใช้เงินส่วนหนึ่งจากการเสนอขายหุ้นคืนหนี้ก้อนนี้ สัญญาวงเงินกำหนดให้สภาพคล่องไม่ต่ำกว่า 100.0 ล้านดอลลาร์ ณ วันสิ้นทุกไตรมาส
ทำไมกำไรแบบ non-GAAP ของ Figma ต่างจากกำไรสุทธิมาก
กำไรแบบ non-GAAP คือตัวเลขที่บริษัทปรับเองโดยตัดบางรายการออกจากตัวเลขตามมาตรฐานบัญชี เช่น ค่าตอบแทนเป็นหุ้น กรณีของ Figma ค่าตอบแทนเป็นหุ้นก้อนใหญ่ที่รับรู้ครั้งเดียวในสองปีหลังทำให้ขาดทุนสุทธิตามมาตรฐานบัญชีสูง ขณะที่ตัวเลข non-GAAP ยังเป็นกำไร ผู้อ่านควรเปิดตารางกระทบยอดในเอกสารเพื่อดูว่าบริษัทตัดรายการใดออก