แบรนด์ที่เกิดและเติบโตบนโลกออนไลน์ (Digital-Native Brands) อย่างร้านเสื้อผ้าใน Instagram, Cloud Kitchen ที่ขายผ่านแอปเดลิเวอรี่เท่านั้น หรือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ (SaaS) มักเจอกำแพงเดียวกัน คือมียอดวิวและผู้ติดตามจำนวนมาก แต่ลูกค้ายังไม่กล้าโอนเงินก้อนใหญ่ เมื่อทุกแบรนด์ทำเว็บไซต์สวยและยิงโฆษณาได้เหมือนกัน การทำให้ลูกค้าเชื่อใจผ่านหน้าจอก็ยากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ค่าโฆษณา (CAC หรือ Customer Acquisition Cost) สูงขึ้นจนกินกำไร เนื้อหาต่อจากนี้ไล่ตั้งแต่ความเสี่ยงของการอยู่บนออนไลน์อย่างเดียว ความหมายของ Reverse Phygital กลยุทธ์ที่เจ้าของแบรนด์ออนไลน์เลือกใช้ได้ ไปจนถึงลำดับการลงมือตามระดับความเสี่ยง
Reverse Phygital คือการพาแบรนด์ดิจิทัล 100% อย่าง E-commerce หรือ Cloud Kitchen ออกมาสร้างจุดสัมผัสในโลกกายภาพโดยไม่ต้องเช่าพื้นที่ระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาค่าโฆษณาที่พุ่งสูงจนกินกำไร และสร้างความน่าเชื่อถือที่หน้าจอสี่เหลี่ยมเพียงอย่างเดียวให้ไม่ได้ ทำให้ลูกค้ากล้าตัดสินใจซื้อสินค้าราคาสูงมากขึ้น จุดที่ต้องคิดก่อนลงมือคือลำดับ เพราะแต่ละวิธีมีต้นทุนและความเสี่ยงหน้างานไม่เท่ากัน และทีมที่ไม่เคยทำงานหน้าร้านมาก่อนต้องใช้เวลาฝึก
คำถาม "ยอดวิวกระฉูด ยอดฟอลโลว์หลักแสน แต่ทำไมลูกค้าถึงยังไม่กล้าโอนเงินก้อนใหญ่?" สะท้อนกำแพงที่สูงที่สุดของแบรนด์กลุ่มนี้
ขนาดของสนามนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ผลสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของ ETDA ที่เผยแพร่เมื่อ พ.ค. 2567 ซึ่งเก็บจากผู้ประกอบการกว่า 3,440 ราย ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2566 ระบุว่ามูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 2565 อยู่ที่ 5.43 ล้านล้านบาท และคาดว่าปี 2566 จะแตะ 5.96 ล้านล้านบาท · ที่น่าสนใจกว่าตัวเลขรวมคือ ผู้ประกอบการเองระบุว่าปัจจัยภายในที่ส่งผลต่อมูลค่าอีคอมเมิร์ซมากที่สุดคือการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ไม่ใช่การเพิ่มงบโฆษณา · รายงานเดียวกันยังพบว่าช่องทางขายที่นิยมที่สุดคือมาร์เก็ตเพลส 24.58% ตามด้วยเว็บไซต์และแอปของกิจการเอง 23.60% ซึ่งใกล้เคียงกันมาก แปลว่าช่องทางของตัวเองยังมีที่ยืนจริง ไม่ได้ถูกมาร์เก็ตเพลสกลืนไปทั้งหมด




