นักเรียนชั้น ม.4 ทักแชตร้านออนไลน์ตอนสามทุ่มว่าอยากสมัครคอร์สเรียนแบบตัดบัตรรายเดือน และขอให้ร้านเก็บเบอร์โทรไว้แจ้งโปรโมชัน แอดมินที่ตอบคำถามนี้กำลังตัดสินเรื่องทางกฎหมายสองเรื่องพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว คือการขายครั้งนี้มีผลสมบูรณ์หรือไม่ และความยินยอมให้เก็บเบอร์ใช้ได้หรือไม่ ทั้งสองเรื่องตอบได้ด้วยตัวบทชุดเดียวกันในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์วุฒิสภา และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในราชกิจจานุเบกษา บทความนี้ยกตัวบทมาให้อ่านตรง ๆ เพื่อให้ธุรกิจที่มีลูกค้าวัยเรียนวางขั้นตอนตอบแชตได้ถูกตั้งแต่ต้น และไม่ได้แทนคำปรึกษาจากนักกฎหมายในกรณีเฉพาะ
การตลาดเจาะกลุ่มนักเรียนมัธยม ผู้เยาว์ซื้อเองได้แค่ไหน

KEY TAKEAWAYS
3 ประเด็นตามมาตรา 19 ของกฎหมายแพ่ง คนไทยพ้นภาวะผู้เยาว์เมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์
นักเรียนมัธยมทุกชั้นจึงเป็นผู้เยาว์ และนิติกรรมที่ทำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมตกเป็นโมฆียะ
ผู้เยาว์ทำเองได้เพียงบางเรื่องตามมาตรา 22 ถึง 24
เช่นการที่สมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นในการเลี้ยงชีพตามสมควร ส่วนการซื้อที่เกินจากนั้นผู้ปกครองบอกล้างได้ และร้านต้องคืนเงินให้กลับสู่ฐานะเดิม
PDPA มาตรา 20 ใช้มาตรา 22 ถึง 24 ชุดเดียวกันเป็นเกณฑ์ว่าเด็กยินยอมให้เก็บข้อมูลเองได้หรือไม่
และ Meta ระบุว่าในไทย ผู้ใช้อายุ 13-19 ปีถูกนับเป็นวัยรุ่นที่ตัวเลือกกลุ่มเป้าหมายโฆษณาถูกจำกัด
ลูกค้าวัยมัธยมทุกคนยังเป็นผู้เยาว์ตามกฎหมายแพ่ง การซื้อที่ไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองอาจถูกบอกล้างได้ และความยินยอมตาม PDPA ก็ผูกกับเกณฑ์เดียวกัน
อายุยี่สิบปีคือเส้นของกฎหมายแพ่ง
เส้นแรกอยู่ที่มาตรา 19 คนที่อายุยังไม่ครบยี่สิบปีบริบูรณ์ถือเป็นผู้เยาว์ ส่วนมาตรา 20 เปิดอีกทางหนึ่งคือผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะเมื่อทำการสมรสตามที่กฎหมายกำหนด นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายเกือบทุกคนจึงยังเป็นผู้เยาว์ และนักศึกษาปีหนึ่งจำนวนมากก็ยังเป็น
มาตรา 21 วางหลักว่าผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใดที่ผู้เยาว์ทำลงไปโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น การซื้อของ การสมัครคอร์ส และการสมัครบริการรายเดือนล้วนเป็นนิติกรรม หลักนี้จึงครอบคลุมเกือบทุกอย่างที่ร้านขายผ่านแชต
โมฆียะแปลว่าอะไรสำหรับร้านค้า
แปลว่าการขายมีผลไปก่อน แต่ถูกบอกล้างได้ภายหลัง มาตรา 175 ให้ผู้แทนโดยชอบธรรมบอกล้างได้ และให้ผู้เยาว์บอกล้างเองได้เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว มาตรา 176 กำหนดว่าเมื่อบอกล้างแล้วให้ถือว่าเป็นโมฆะมาตั้งแต่แรก และให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม ร้านจึงต้องคืนเงิน ส่วนมาตรา 181 กำหนดว่าบอกล้างไม่ได้เมื่อพ้นหนึ่งปีนับจากเวลาที่ให้สัตยาบันได้ หรือพ้นสิบปีนับจากวันทำนิติกรรม
นักเรียนที่ทำงานพาร์ตไทม์มีรายได้ของตัวเอง ซื้อของได้เต็มที่หรือไม่
รายได้ของตัวเองไม่ได้เปลี่ยนสถานะผู้เยาว์ มาตรา 27 ให้ผู้เยาว์มีฐานะเหมือนผู้ใหญ่เฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจหรือการจ้างแรงงานที่ผู้แทนโดยชอบธรรมยินยอมให้ทำ เช่นการรับค่าจ้างจากงานนั้น ส่วนการเอาค่าจ้างไปซื้อสินค้าราคาสูงหรือสมัครบริการรายเดือนยังอยู่ใต้หลักมาตรา 21 ร้านจึงใช้เกณฑ์เดียวกับลูกค้าวัยเรียนคนอื่น ไม่ว่าเด็กจะบอกว่าจ่ายด้วยเงินตัวเองหรือไม่ก็ตาม
ถ้าผู้ปกครองรู้แล้วไม่ว่าอะไร ร้านปลอดภัยหรือยัง
มาตรา 177 ให้ถือว่านิติกรรมสมบูรณ์มาตั้งแต่แรกเมื่อผู้มีสิทธิบอกล้างให้สัตยาบัน และมาตรา 178 กำหนดว่าการบอกล้างหรือการให้สัตยาบันต้องแสดงเจตนาต่อคู่กรณีอีกฝ่าย การที่ผู้ปกครองรู้เฉย ๆ จึงไม่ใช่การแสดงเจตนาต่อร้าน ร้านที่ขายของราคาสูงให้ลูกค้าวัยเรียนจึงควรมีข้อความยืนยันจากผู้ปกครองส่งถึงร้านโดยตรง ไม่ใช่แค่คำบอกเล่าของตัวนักเรียน
สามเรื่องที่ผู้เยาว์ทำได้เอง
ข้อยกเว้นที่มาตรา 21 พูดถึงอยู่ในมาตราถัดมา สามมาตรานี้คือเรื่องที่ผู้เยาว์ทำได้ทั้งสิ้นโดยไม่ต้องขอความยินยอม
| มาตรา | ผู้เยาว์ทำได้เองเมื่อ | ตัวอย่างที่ร้านเจอ |
|---|---|---|
| 22 | เป็นเพียงเพื่อจะได้ไปซึ่งสิทธิ หรือเพื่อให้หลุดพ้นจากหน้าที่ | รับของแจกฟรีที่ไม่มีเงื่อนไขผูกมัด |
| 23 | เป็นการที่ต้องทำเองเฉพาะตัว | เรื่องที่กฎหมายให้ต้องทำด้วยตัวเอง ไม่ใช่การซื้อขายทั่วไป |
| 24 | สมแก่ฐานานุรูปแห่งตนและเป็นการอันจำเป็นในการดำรงชีพตามสมควร | ซื้ออาหาร เครื่องเขียน ของใช้ประจำวันในราคาปกติ |
มาตรา 26 ยังเปิดอีกทางหนึ่ง ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมอนุญาตให้ผู้เยาว์จำหน่ายทรัพย์สินเพื่อการอันใดอันหนึ่งที่ระบุไว้ ผู้เยาว์ก็ทำได้ตามใจสมัครภายในขอบของการที่ระบุ และมาตรา 27 ให้ผู้เยาว์ที่ได้รับความยินยอมให้ประกอบธุรกิจทางการค้ามีฐานะเสมือนบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วในเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจนั้น ข้อหลังนี้เกี่ยวกับร้านที่รับนักเรียนเป็นตัวแทนขายหรือผู้ขายบนหน้าร้านของตัวเอง
ของแบบไหนนับว่าสมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นในการเลี้ยงชีพ
ตัวบทไม่ได้ให้รายการหรือเพดานราคาไว้ คำว่าฐานานุรูปแห่งตนหมายความว่าดูจากฐานะของผู้เยาว์คนนั้นเอง ไม่มีตัวเลขเดียวใช้กับทุกคน ร้านจึงไม่ควรตั้งกติกาภายในจากการเดาว่าของราคาเท่าไรจะผ่านมาตรา 24 แนวที่ปลอดภัยกว่าคือแยกของใช้ประจำวันราคาปกติออกจากสินค้าราคาสูง สัญญาผ่อน และบริการที่ตัดเงินต่อเนื่อง แล้วให้กลุ่มหลังต้องมีการยืนยันจากผู้ปกครองเสมอ
ความยินยอมตาม PDPA ใช้เกณฑ์เดียวกัน
ฝั่ง PDPA เรื่องนี้อยู่ที่มาตรา 20 ซึ่งใช้กับเด็กที่ยังไม่ได้บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส และยังไม่ได้รับฐานะเหมือนผู้ใหญ่จากการประกอบธุรกิจตามมาตรา 27 ของกฎหมายแพ่ง ตัวบทแยกไว้สองกรณี
- เรื่องที่อยู่นอกมาตรา 22 23 และ 24 ของกฎหมายแพ่ง เด็กยินยอมคนเดียวไม่พอ พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องยินยอมร่วมกับเด็ก
- เด็กอายุสิบปีหรือน้อยกว่า ผู้ปกครองเป็นผู้ให้ความยินยอมแทน
ข้อสองเป็นเรื่องของเด็กเล็ก ซึ่งอธิบายไว้ในChatbot สถานรับเลี้ยงเด็ก ผู้ปกครองยินยอมตาม PDPA มาตรา 20 ส่วนนักเรียนมัธยมอยู่ในข้อแรก คือเด็กให้ความยินยอมเองได้ในเรื่องที่ผ่านมาตรา 22 ถึง 24 และเรื่องที่เกินจากนั้นต้องมีความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย คำว่าด้วยในตัวบทหมายความว่าต้องมีทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ผู้ปกครองแทนเด็ก
เก็บเบอร์นักเรียนไว้ส่งโปรโมชัน ต้องขอผู้ปกครองหรือไม่
ตัวบทไม่ได้ระบุว่าการยินยอมรับข่าวสารการตลาดผ่านมาตรา 22 ถึง 24 หรือไม่ การยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อรับโปรโมชันไม่ได้เป็นการได้สิทธิอย่างเดียวแบบมาตรา 22 และยากจะอธิบายว่าจำเป็นในการเลี้ยงชีพตามมาตรา 24 ร้านที่อยากเลี่ยงความเสี่ยงจึงขอความยินยอมจากผู้ปกครองควบคู่ หรือเลือกไม่ส่งโปรโมชันถึงลูกค้าที่แจ้งว่าอายุต่ำกว่า 20 ปี สิทธิของลูกค้าหลังให้ความยินยอม เช่นขอดูหรือขอลบข้อมูล มีรายละเอียดในPDPA กับการตลาด ลูกค้าขอดู ขอลบ ขอระงับข้อมูลต้องทำอะไร
โฆษณาถึงวัยรุ่นไทยบน Facebook และ Instagram
Meta อธิบายไว้ในหน้า About advertising to teens ของ Meta Business Help Center ว่าเมื่อกลุ่มเป้าหมายโฆษณามีคนอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือสูงกว่านั้นในบางประเทศ ตัวเลือกบางอย่างจะใช้ไม่ได้ อายุขั้นต่ำของผู้ใช้ Facebook และ Instagram คือ 13 ปี และหน้าWhat to do if your ad for teens is paused ของ Instagram Help Center ระบุว่าคำว่าวัยรุ่นในนโยบายนี้หมายถึงคนอายุ 13-19 ปีในประเทศไทย ซึ่งตรงกับช่วงก่อนบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแพ่ง
| ตัวเลือกที่ใช้ไม่ได้เมื่อยิงถึงวัยรุ่น | ตัวอย่าง |
|---|---|
| การเลือกกลุ่มจากข้อมูลส่วนตัว | เพศ ภาษา ความสนใจ พฤติกรรม ข้อมูลประชากร |
| พื้นที่ที่เล็กกว่าระดับเมือง | รหัสไปรษณีย์ รัศมีรอบจุด |
| กลุ่มเป้าหมายที่สร้างจากข้อมูลของร้าน | ผู้เข้าเว็บไซต์ รายชื่อลูกค้า ผู้มีส่วนร่วมกับเพจ กลุ่มคล้าย (Lookalike) |
| เป้าหมายการส่งโฆษณาบางแบบ | ลีด การสนทนา การมีส่วนร่วมกับโพสต์ ยอดดูวิดีโอ |
สิ่งที่ยังใช้ได้ตามหน้าเดียวกันคืออายุ พื้นที่ระดับเมืองขึ้นไป และเป้าหมายอย่างการเข้าถึง การคลิกลิงก์ และคอนเวอร์ชันนอกแพลตฟอร์ม เรื่องกลุ่มคล้ายโดยละเอียดอยู่ในLookalike Audience ต้นทางที่ใช้ได้ กับขอบเขตที่ระบบขยายเอง
แคมเปญเดียวที่ยิงทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ต้องทำอย่างไร
หน้าช่วยเหลือของ Instagram แนะนำให้แยกเป็นสองโฆษณา ชุดหนึ่งสำหรับผู้ใหญ่ใช้การเลือกกลุ่มได้ตามปกติ อีกชุดสำหรับวัยรุ่นใช้เฉพาะตัวเลือกที่อนุญาต การแยกแบบนี้ยังช่วยให้ร้านเขียนข้อความคนละชุดได้ด้วย ชุดที่ถึงนักเรียนควรบอกชัดว่าสินค้าไหนต้องให้ผู้ปกครองยืนยันก่อนชำระเงิน เพื่อไม่ให้เด็กกดสั่งแล้วมาติดขั้นตอนตอนจ่าย
สี่จุดในขั้นตอนสั่งซื้อที่ต้องถามอายุ
ร้านที่มีลูกค้าวัยเรียนไม่ต้องถามอายุทุกคำสั่งซื้อ จุดที่ควรถามคือจุดที่ความเสี่ยงตามมาตรา 21 และ PDPA มาตรา 20 เกิดขึ้นจริง
- ตอนสมัครสมาชิกหรือขอเก็บข้อมูลติดต่อ ถ้าลูกค้าอายุต่ำกว่า 20 ปีและข้อมูลจะใช้ส่งข่าวสารการตลาด ให้ขอความยินยอมจากผู้ปกครองด้วย
- ตอนเลือกวิธีจ่ายแบบผ่อนหรือตัดบัตรรายเดือน สัญญาที่ผูกพันต่อเนื่องยากจะอธิบายว่าเป็นการจำเป็นในการเลี้ยงชีพ ให้ผู้ปกครองยืนยันก่อน
- ตอนยอดสั่งซื้อสูงกว่าของใช้ประจำวัน ร้านตั้งเกณฑ์ภายในเองว่ายอดเท่าไรต้องถามอายุ และเขียนไว้ในสคริปต์ของแอดมิน
- ตอนลูกค้ามาขอคืนเงินโดยอ้างว่าผู้ปกครองไม่รู้ มีขั้นตอนรับเรื่องที่คืนเงินได้ตามมาตรา 176 โดยไม่ต้องโต้เถียงกับเด็ก
ต้องขอบัตรประชาชนเพื่อยืนยันอายุหรือไม่
กฎหมายสองฉบับที่ยกมาไม่ได้บังคับวิธียืนยันอายุ และการขอสำเนาบัตรประชาชนคือการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่ม ซึ่งต้องมีเหตุผลรองรับตาม PDPA เช่นกัน ทางที่เก็บข้อมูลน้อยกว่าคือถามปีเกิดแล้วบันทึกคำตอบ และใช้ข้อความยืนยันจากผู้ปกครองเป็นหลักฐานหลักในรายการที่เสี่ยง วิธีนี้ยังพิสูจน์ได้ว่าร้านได้ความยินยอมแล้ว โดยไม่ต้องเก็บภาพบัตรไว้ในระบบ
นักศึกษามหาวิทยาลัยปีหนึ่งหลายคนยังอยู่ใต้เกณฑ์เดียวกันนี้ ส่วนเรื่องเงินที่นักศึกษาใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ในการตลาดเจาะกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ค่าครองชีพ กยศ. 2569 และกติกาโฆษณาที่มุ่งถึงเด็กเล็กอยู่ในการตลาดสำหรับเด็ก โฆษณาบน YouTube Kids และอายุผู้แสดงตาม อย.
สรุป
ตามมาตรา 19 ของกฎหมายแพ่ง คนอายุไม่ถึงยี่สิบปีบริบูรณ์ยังเป็นผู้เยาว์ นักเรียนมัธยมทุกชั้นจึงอยู่ในกลุ่มนี้ และตามมาตรา 21 นิติกรรมที่ทำโดยไม่ได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นโมฆียะ ผู้ปกครองบอกล้างได้ตามมาตรา 175 และเมื่อบอกล้างแล้วร้านต้องคืนเงินตามมาตรา 176 ข้อยกเว้นมีสามมาตรา คือการที่ได้สิทธิอย่างเดียว การที่ต้องทำเองเฉพาะตัว และการที่สมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นในการเลี้ยงชีพตามสมควร ฝั่งข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 20 ของ PDPA ใช้สามมาตรานี้เป็นเกณฑ์ เรื่องที่อยู่นอกสามมาตราพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องยินยอมร่วม ส่วนบน Facebook และ Instagram วัยรุ่นไทยอายุ 13-19 ปีถูกจำกัดตัวเลือกกลุ่มเป้าหมายเหลือหลัก ๆ แค่อายุและพื้นที่ระดับเมือง ร้านที่มีลูกค้าวัยเรียนจึงควรถามอายุในสี่จุดของขั้นตอนสั่งซื้อ และให้ผู้ปกครองยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรในรายการที่เกินของใช้ประจำวัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ได้ในเรื่องที่สมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นในการเลี้ยงชีพตามสมควรตามมาตรา 24 เช่นของใช้ประจำวัน ส่วนการซื้อที่เกินจากนั้นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นโมฆียะ
มาตรา 176 ให้ถือว่านิติกรรมเป็นโมฆะตั้งแต่แรก และให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม ร้านคืนเงินและรับสินค้าคืน ถ้าคืนสินค้าไม่ได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายแทน
พอเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นเข้ามาตรา 22 ถึง 24 ของกฎหมายแพ่ง ถ้าข้อมูลจะถูกใช้ส่งโปรโมชัน ร้านที่อยากลดความเสี่ยงควรให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองยินยอมร่วมด้วย
ได้ แต่ Meta จำกัดตัวเลือกการเลือกกลุ่มสำหรับวัยรุ่น ซึ่งในไทยหมายถึงอายุ 13-19 ปี เลือกได้หลัก ๆ แค่อายุและพื้นที่ระดับเมืองขึ้นไป
ข้อความยืนยันจากผู้ปกครองที่ส่งถึงสถาบันโดยตรงพร้อมวันที่ เพราะมาตรา 178 กำหนดให้การให้สัตยาบันแสดงเจตนาต่อคู่กรณีอีกฝ่าย
PHYGITAL INSIGHT
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง
แอดมินรู้ว่าต้องเรียกผู้ปกครองตอนไหนจากสคริปต์หน้าเดียว
ทีม PHYGITAL AGENCY ไล่ขั้นตอนตอบแชตและสั่งซื้อของร้านทีละจุด ทำเครื่องหมายตรงที่ต้องถามอายุหรือขอความยินยอมจากผู้ปกครอง แล้วเขียนคำตอบสำเร็จรูปให้แอดมินใช้ได้ทันทีโดยไม่ทำให้ลูกค้าวัยเรียนรู้สึกถูกปฏิเสธ

WRITTEN BY
PARANATH PANARATANA
CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY
ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย


