ข้อความจากลูกค้าที่เขียนว่า "ขอให้ลบข้อมูลของฉันออกจากระบบของร้าน" อาจมาถึงทางแชต อีเมล หรือคอมเมนต์ใต้โพสต์ และร้านที่ไม่เคยวางขั้นตอนไว้ต้องตอบให้ได้ว่าจะลบอะไร จากที่ไหน ภายในกี่วัน ข้อมูลของลูกค้าคนเดียวอาจอยู่ทั้งในระบบสมาชิก ไฟล์รายชื่อที่อัปโหลดไปทำโฆษณา รายชื่ออีเมล และแชตของแอดมิน บทนี้ไล่สิทธิที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยให้ไว้กับเจ้าของข้อมูล ตั้งแต่สิทธิขอดู ขอโอน ขอลบ ไปจนถึงขอระงับและขอแก้ไข ว่าแต่ละสิทธิใช้เมื่อไร ธุรกิจปฏิเสธได้ในกรณีไหน และต้องตอบภายในกี่วัน เพื่อให้ SME วางขั้นตอนรับคำขอได้ก่อนคำขอแรกมาถึง
ตัวบททั้งหมดมาจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในไฟล์ที่ สคส. เผยแพร่ โดยอ่านมาตรา 30 ถึง 36 เมื่อ 27 ก.ย. 2569 สำหรับมาตรา 30 คณะกรรมการออกหลักเกณฑ์เรื่องการขอเข้าถึงและขอสำเนาแล้วในประกาศปี 2569 ที่ลงราชกิจจานุเบกษา 16 ก.ค. 2569 ใช้บังคับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน 2569 และมาตรา 33 มีประกาศเรื่องการลบตั้งแต่ปี 2567 ส่วนมาตราอื่นในกลุ่มนี้ คณะกรรมการอาจมีหลักเกณฑ์เพิ่มเติมที่บทนี้ไม่ได้ลงรายละเอียด ธุรกิจที่มีกรณีเฉพาะควรปรึกษานักกฎหมายของตัวเอง
ฉบับเดิมของหน้านี้สรุป PDPA กับการตลาดแบบกว้าง ฉบับนี้เลือกเรื่องสิทธิของเจ้าของข้อมูล เพราะเป็นส่วนที่ธุรกิจต้องลงมือทำจริงทุกครั้งที่ลูกค้าส่งคำขอเข้ามา




