รายงานตั้งชื่อหน้า 18 ว่าผู้บริโภคสุขภาพที่กำหนดทางเองได้ ตัวเลขชุดนี้อ้างที่มาจาก Ipsos Global Trends รายงานด้านบริการสุขภาพ และ PwC
| สิ่งที่ Gen X ไทยตอบ |
ร้อยละ |
| อยากคุมการตัดสินใจเรื่องสุขภาพของตัวเองมากขึ้น |
84 |
| หาข้อมูลสุขภาพเองเสมอ แทนการพึ่งคำแนะนำของหมออย่างเดียว |
88 (ค่าเฉลี่ยทั่วโลก 59) |
| มักตัดสินใจเรื่องสุขภาพเอง เช่น ซื้อยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ โดยไม่ปรึกษาหมอหรือบุคลากรการแพทย์ |
72 |
| รับได้ถ้า AI แนะนำการรักษาจากประวัติสุขภาพ |
80 (ค่าเฉลี่ยทั่วโลก 51) |
| ตรวจสุขภาพประจำปี |
35 |
ตัวเลขแถวสุดท้ายขัดกับแถวอื่นอย่างเห็นได้ชัด คนที่อยากดูแลสุขภาพเองเกือบเก้าในสิบคน แต่ไปตรวจสุขภาพประจำปีแค่ราวหนึ่งในสามคน รายงานหน้า 17 เพิ่มว่า Gen X ไทยร้อยละ 89 อยากใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนมากขึ้น ร้อยละ 86 จะใช้เวลากับรูปลักษณ์มากขึ้น และร้อยละ 81 วางแผนจะออกกำลังกายมากขึ้น
หน้า 24 มีตัวเลขอีกคู่ที่ร้านควรรู้ Gen X ไทยร้อยละ 64 บอกว่ารอคอยวัยชรา แต่ร้อยละ 46 บอกว่ามักถูกเลือกปฏิบัติเพราะอายุ ข้อความที่ปฏิบัติกับคนอายุห้าสิบเหมือนคนชราที่ต้องมีคนช่วย จึงเสี่ยงทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกตัดสินจากตัวเลขอายุ
ตลาดที่ได้รับผลตรงที่สุดคือความงาม รายงานหน้า 20 อ้าง The Report Cube และ Mintel ว่าตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของไทยเกิน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะโตเฉลี่ยปีละร้อยละ 5.39 ถึงปี 2573 โดยรายงานมองว่ากลุ่มชะลอวัยขยับจากสินค้าเฉพาะกลุ่มมาเป็นสินค้าหลัก ตัวเลขตลาดชุดนี้ไม่ได้แยกว่าเป็นเงินของ Gen X เท่าไร แต่ตรงกับตัวเลขร้อยละ 86 ที่บอกว่าจะใช้เวลากับรูปลักษณ์มากขึ้น
ลูกค้าที่หาข้อมูลเองต้องการอะไรจากร้าน
ต้องการของที่ตรวจต่อได้ ไม่ใช่คำยืนยันเพิ่ม ลูกค้าที่ค้นข้อมูลเองจะถามต่อว่าตัวเลขในโฆษณามาจากไหน ส่วนผสมแต่ละตัวมีหน้าที่อะไร และใครไม่ควรใช้ ร้านที่ตอบได้ครบในหน้าเดียวช่วยลดเวลาที่ลูกค้าต้องออกไปค้นเอง และทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำโดยไม่ต้องตรวจใหม่ทุกครั้ง