พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 4 นิยามโรงแรมว่าเป็นสถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นในทางธุรกิจ เพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน ที่พักที่เข้านิยามนี้ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามมาตรา 15
มาตราเดียวกันยกเว้นที่พักสามกลุ่มไม่ให้เป็นโรงแรม
| ที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามมาตรา 4 |
เงื่อนไข |
| (1) ที่พักของหน่วยงานรัฐ หรือเพื่อการกุศลหรือการศึกษา |
ต้องไม่ใช่การหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน |
| (2) ที่พักที่คิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไปเท่านั้น |
ต้องจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักอาศัยรายเดือนขึ้นไปเท่านั้น |
| (3) ที่พักอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนด |
ปัจจุบันคือที่พักไม่เกิน 8 ห้องและ 30 คนที่ได้รับหนังสือรับแจ้ง |
ผู้ที่เปิดโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษตามมาตรา 59 คือจำคุกได้ถึงหนึ่งปี ปรับได้ถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งสองอย่าง และค่าปรับจะเดินต่อวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน ค่าปรับรายวันนี้ทำให้ต้นทุนของการเปิดก่อนแล้วค่อยขอใบอนุญาตสูงขึ้นทุกวันที่ล่าช้า
อาคารที่ให้เช่าทั้งรายวันและรายเดือนนับเป็นโรงแรมหรือไม่
ข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (2) เขียนว่าต้องให้บริการโดยคิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไป "เท่านั้น" อาคารที่เปิดให้เช่ารายวันด้วยจึงไม่เข้าข้อยกเว้นนี้ ถ้าจำนวนห้องเกินเกณฑ์ของกฎกระทรวง อาคารนั้นเข้านิยามโรงแรมและต้องมีใบอนุญาต เจ้าของอาคารที่ต้องการเปิดห้องบางส่วนให้เช่ารายวันจึงควรตัดสินใจก่อนว่าจะขอใบอนุญาต หรือจะคงไว้เฉพาะการเช่ารายเดือน แล้วเขียนเงื่อนไขนั้นในประกาศหาผู้เช่าให้ตรงกัน
ผู้เช่ารายเดือนที่เป็นชาวต่างชาติต้องแจ้งที่พักหรือไม่
ต้องแจ้ง แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมายคนเข้าเมือง ไม่ใช่กฎหมายโรงแรม ห้องเช่ารายเดือนที่ไม่เป็นโรงแรมจึงยังมีหน้าที่นี้อยู่ ผู้มีหน้าที่แจ้งตามกฎหมายนั้นรวมทั้งเจ้าของห้องเช่าและผู้จัดการโรงแรม รายละเอียดอยู่ในทุนญี่ปุ่น ตลาด Long-stay วัยเกษียณ เริ่มจากเงื่อนไขวีซ่า เจ้าของอาคารที่มีทั้งห้องรายวันและห้องรายเดือนควรแยกแฟ้มหลักฐานการแจ้งของผู้เช่ารายเดือนออกจากทะเบียนผู้พักรายวัน เพราะทั้งสองชุดอยู่ใต้กฎหมายคนละฉบับและส่งให้หน่วยงานคนละแห่ง