ตัวเลขที่ใกล้เคียงที่สุดที่เปิดดูได้ตอนนี้คือคำขอรับส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ ซึ่งแยกยอดตามพื้นที่เป้าหมายไว้ในรายงานครึ่งปี
| พื้นที่ |
โครงการ ม.ค.-มิ.ย. 2567 |
โครงการ ม.ค.-มิ.ย. 2568 |
เงินลงทุน ม.ค.-มิ.ย. 2567 (ล้านบาท) |
เงินลงทุน ม.ค.-มิ.ย. 2568 (ล้านบาท) |
| EEC รวม |
546 |
959 |
175,310 |
647,648 |
| ฉะเชิงเทรา |
50 |
103 |
12,663 |
24,622 |
| ชลบุรี |
303 |
541 |
89,872 |
304,246 |
| ระยอง |
193 |
315 |
72,775 |
318,780 |
| เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน |
1 |
3 |
37 |
107 |
ที่มา: รายงานสถานการณ์การลงทุนครึ่งแรกปี 2568 ของบีโอไอ หน้า 9
คำขอของ EEC ในครึ่งปีเดียวสูงกว่าเป้าขั้นต่ำ 500,000 ล้านบาทของทั้งช่วงแล้ว ขณะที่คำขอใน SEZ ชายแดนอยู่ที่ราวร้อยละ 1 ของเป้า 10,000 ล้านบาท รายงานฉบับนี้ไม่ได้แยกยอดของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาคไว้ในตารางเดียวกัน
ชลบุรีกับระยองต่างกันอย่างไรในตัวเลขคำขอ
ชลบุรีมีจำนวนโครงการมากที่สุด แต่ระยองมีเงินลงทุนรวมสูงกว่า เมื่อหารเงินลงทุนด้วยจำนวนโครงการในครึ่งแรกปี 2568 ระยองเฉลี่ยราว 1,012 ล้านบาทต่อโครงการ ชลบุรีราว 562 ล้านบาท และฉะเชิงเทราราว 239 ล้านบาท ระยองจึงมีโครงการน้อยกว่าแต่ใหญ่กว่า ส่วนชลบุรีมีโครงการขนาดกลางจำนวนมาก ซึ่งหมายถึงฝ่ายจัดซื้อจำนวนมากกว่าให้ SME เข้าไปเสนอสินค้า
คำขอรับส่งเสริมกับมูลค่าการลงทุนในผังเป็นตัวเลขเดียวกันหรือไม่
ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน คำขอรับส่งเสริมคือเงินลงทุนที่บริษัทยื่นแผนกับบีโอไอ บางโครงการอาจไม่ได้รับอนุมัติหรือไม่ได้ลงทุนจริงตามแผน ส่วนตัวชี้วัดในผังใช้มูลค่าการลงทุนตามแผนแม่บทของสภาพัฒน์ ตัวเลขบีโอไอจึงใช้ดูทิศทางได้ แต่ใช้แทนการวัดผลตามเป้าในผังไม่ได้