รายงานเล่าว่ากลุ่มเซ็นทรัลเริ่มจากร้านเล็กของครอบครัวในกรุงเทพฯ ที่เตียง จิราธิวัฒน์ ก่อตั้ง ต่อมาในปี 2499 สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ บุตรชาย ขยายกิจการเป็นห้างเซ็นทรัลสาขาแรกที่ย่านวังบูรพา รายงานระบุว่าผู้ก่อตั้งทั้งสองนำแนวคิดค้าปลีกหลายอย่างเข้ามาใช้ในไทยเป็นครั้งแรก เช่น ป้ายราคาตายตัว การใช้บาร์โค้ดในการชำระเงิน และระบบสมาชิก
Central Retail ปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้งและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 Harng Central Department Store (HCDS) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ถือหุ้น 35.06%
| ข้อมูลตามรายงาน ณ 31 ธ.ค. 2568 |
ตัวเลข |
| จำนวนร้านรวม |
3,723 สาขา |
| ร้านในไทย |
3,596 สาขาใน 63 จังหวัด |
| ร้านในเวียดนาม |
127 สาขาใน 26 จังหวัด |
| พื้นที่ขายสุทธิ |
3,735,007 ตารางเมตร |
| ศูนย์การค้าของบริษัท |
77 แห่ง |
| ซัปพลายเออร์ |
กว่า 20,000 ราย |
| ลูกค้าในไทยและเวียดนาม |
ราว 27 ล้านคน |
Central Retail ใช้รูปแบบร้านหลายขนาดอย่างไร
รายงานอธิบายว่าบริษัทเปิดร้านระดับบนในใจกลางเมืองสำหรับลูกค้ากำลังซื้อสูง ร้านสำหรับตลาดกว้างในย่านชานเมือง ร้านขนาดเล็กในชุมชนเมืองที่พื้นที่จำกัด และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในต่างจังหวัด เมื่อความต้องการของลูกค้า การแข่งขัน หรือกฎระเบียบในพื้นที่เปลี่ยน บริษัทจะเปิดแบรนด์หรือรูปแบบร้านใหม่ในพื้นที่นั้น หรือเปลี่ยนไปใช้รูปแบบที่เหมาะกว่า รายงานยกตัวอย่างรูปแบบร้านผสม เช่น TOPS DAILY ที่รวมร้าน TOPS WINE CELLAR ไว้ในสาขาเดียว
รายได้ของ Central Retail มาจากธุรกิจกลุ่มใด
รายงานแบ่งรายได้เป็นสามกลุ่มธุรกิจ ปี 2568 กลุ่มอาหารมีรายได้ 108,894 ล้านบาท (40.5%) กลุ่มฮาร์ดไลน์ เช่น วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องเขียน 77,590 ล้านบาท (28.9%) และกลุ่มแฟชั่น 66,681 ล้านบาท (24.8%) รายได้รวม 268,675 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีรายได้จากธุรกิจห้างสรรพสินค้าในอิตาลีที่ขายออกไปแล้ว 15,510 ล้านบาท รายงานระบุว่าการขายหุ้นธุรกิจ Rinascente ในอิตาลีเสร็จสมบูรณ์ และมีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568