สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขียนไว้ในแบบฟอร์มว่าการไฟฟ้าจ่ายไฟให้ผู้ซื้อที่ความถี่ 50 เฮิรตซ์ หลอดไฟที่ต่อกับระบบนี้อาจกะพริบตามจังหวะไฟฟ้า แม้ตาคนมองไม่เห็น
เอกสาร Characterizing Photometric Flicker ของกระทรวงพลังงานสหรัฐ (กุมภาพันธ์ 2016) ระบุว่าการกะพริบเป็นเรื่องที่ต้องกังวลเมื่อใช้อุปกรณ์วิดีโอ เพราะการกะพริบทำปฏิกิริยากับอัตราการจับภาพของกล้อง จนได้ภาพที่รบกวนสายตา เอกสารอธิบายว่าหลอดไฟแบบดั้งเดิมกะพริบที่สองเท่าของความถี่ไฟฟ้า ในระบบ 50 เฮิรตซ์จึงเป็น 100 ครั้งต่อวินาที แต่หลอด LED ไม่เป็นไปตามกฎนี้เสมอ ความถี่การกะพริบของ LED ต่างกันได้มากตามวงจรของแต่ละรุ่น
ถ่ายงานอีเวนต์ใต้ไฟ LED ของสถานที่แล้วภาพเป็นแถบ ต้องแก้ตรงไหน
ต้องแก้ที่การตั้งค่ากล้องให้สัมพันธ์กับจังหวะกะพริบของไฟในสถานที่ และทดสอบก่อนเริ่มงานจริง ทีมถ่ายควรเข้าไปถ่ายทดสอบใต้ไฟชุดที่จะใช้จริงก่อนวันงาน ตรวจภาพบนจอมอนิเตอร์ ไม่ใช่ดูด้วยตาเปล่า และบันทึกค่าที่ใช้ได้ไว้ในใบงาน ถ้าไฟของสถานที่เป็น LED รุ่นที่กะพริบไม่ตามความถี่ไฟฟ้า ค่ามาตรฐานที่ใช้ได้กับหลอดแบบเดิมอาจไม่ได้ผล ทางแก้ที่แน่นอนกว่าคือขอเปลี่ยนหรือหรี่ไฟชุดนั้น หรือใช้ไฟของทีมถ่ายเองในมุมหลัก
เอกสารฉบับเดียวกันระบุว่าปริมาณการกะพริบของหลอด LED มักขึ้นกับวงจรขับ (driver) หรือการจับคู่ระหว่างสวิตช์หรี่ไฟกับวงจรขับ ตัวชี้วัดที่ใช้กันมากที่สุดมีสองค่า คือ Percent Flicker ซึ่งอยู่ในช่วง 0 ถึง 100% และ Flicker Index ซึ่งอยู่ในช่วง 0 ถึง 1 ข้อจำกัดที่เจ้าของงานควรรู้คือ ณ วันที่ออกเอกสาร ยังไม่มีวิธีทดสอบมาตรฐานสำหรับวัดการกะพริบ และผู้ผลิตหลอดแทบไม่รายงานค่านี้ สเปกบนกล่องหลอดจึงบอกไม่ได้ว่าไฟชุดไหนจะมีปัญหากับกล้อง
| สิ่งที่เจ้าของงานตรวจได้ |
ทำไมต้องตรวจ |
| ไฟของสถานที่ปรับหรี่อยู่หรือไม่ |
การหรี่ไฟเปลี่ยนการทำงานของวงจรขับ และเปลี่ยนการกะพริบได้ |
| ไฟหลายชุดในงานเป็นรุ่นเดียวกันหรือไม่ |
LED ต่างรุ่นกะพริบที่ความถี่ต่างกันได้ ค่ากล้องที่ใช้ได้กับชุดหนึ่งอาจใช้ไม่ได้กับอีกชุด |
| ภาพทดสอบบนจอมอนิเตอร์มีแถบหรือไม่ |
ตาคนมองไม่เห็นการกะพริบที่ความถี่สูง แต่กล้องจับได้ |