สีที่ลูกค้าเห็นบนผนังเกิดจากแสงของหลอดคูณกับการสะท้อนแสงของวัสดุ เอกสารของกระทรวงพลังงานสหรัฐเขียนไว้ตรง ๆ ว่าวัตถุไม่มีสีในตัว แต่สะท้อนพลังงานแสงแต่ละช่วงคลื่นในสัดส่วนต่างกัน เมื่อแสงที่ตกกระทบเปลี่ยน สีที่เห็นของวัตถุก็เปลี่ยน มากหรือน้อยขึ้นกับหลอด
หลอด LED สีขาวส่วนใหญ่สร้างแสงขาวด้วยการเคลือบสารเรืองแสง (phosphor) สีเหลืองบนชิปที่เปล่งแสงสีน้ำเงินหรือม่วง อีกแบบคือผสมแสงจากชิปหลายสี เช่น แดง เขียว และน้ำเงิน เอกสารระบุว่าแหล่งแสงที่ดูขาวเท่ากันอาจมีการกระจายพลังงานตามช่วงคลื่น (spectral power distribution) ต่างกันมาก และความต่างนี้คือสิ่งที่กำหนดว่าสีของวัตถุจะออกมาอย่างไร
ทำไมสีขาวในร้านไม่เหมือนในภาพออกแบบ
เพราะภาพสามมิติและแผ่นตัวอย่างสีถูกดูภายใต้แสงคนละชุดกับแสงของร้าน ภาพบนจอแสดงสีขาวด้วยการผสมแสงของพิกเซล ส่วนผนังในร้านสะท้อนแสงจากหลอดที่ติดจริง ถ้าหลอดมีพลังงานช่วงสีแดงน้อย ผนังขาวที่มีเนื้อสีอมชมพูเล็กน้อยจะดูเทาลง ทางตรวจที่ตรงที่สุดคือทาสีแผ่นตัวอย่างขนาดใหญ่แล้วดูใต้หลอดรุ่นที่จะติดจริงก่อนอนุมัติ
สายตาคนยังปรับตัวกับแสงได้ เอกสารเรียกกลไกนี้ว่า chromatic adaptation และเทียบกับการตั้งค่าไวต์บาลานซ์ของกล้อง ลูกค้าที่อยู่ในร้านนาน ๆ จึงยังเห็นผนังเป็นสีขาว แต่เมื่อผนังสองส่วนใช้หลอดต่างรุ่นกันและอยู่ในสายตาเดียวกัน ความต่างจะเห็นได้ทันที