พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 แยกเพดานเวลาโฆษณาและการบริการธุรกิจไว้สองกรณี ทีวีที่ใช้คลื่นความถี่ตามมาตรา 23 วรรคสอง มีเพดานชั่วโมงละ 12 นาทีครึ่ง และค่าเฉลี่ยตลอดวันต้องไม่เกิน 10 นาทีต่อชั่วโมง ส่วนทีวีที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ เช่น เคเบิลและดาวเทียม ตามมาตรา 28 วรรคสอง โฆษณาได้ไม่เกินชั่วโมงละ 6 นาที และเฉลี่ยทั้งวันไม่เกินชั่วโมงละ 5 นาที
12 นาทีครึ่งกับเฉลี่ย 10 นาทีต่างกันอย่างไร
12 นาทีครึ่งคือเพดานของชั่วโมงใดชั่วโมงหนึ่ง ส่วน 10 นาทีคือค่าเฉลี่ยเมื่อรวมทั้งวัน สถานีที่ใช้เต็ม 12 นาทีครึ่งในช่วงที่มีผู้ชมมาก จึงต้องลดเวลาโฆษณาในช่วงอื่นลง เพื่อให้ค่าเฉลี่ยทั้งวันไม่เกิน 10 นาที เวลาโฆษณาที่สถานีขายได้จึงมีจำนวนจำกัดตามกฎหมาย และความยาวของสปอตกินเวลาในก้อนนี้โดยตรง สปอต 30 วินาทีใช้เวลาเป็นสองเท่าของสปอต 15 วินาทีในชั่วโมงเดียวกัน
ศาลปกครองสูงสุดนับเวลาโฆษณาอย่างไร
บทวิเคราะห์ของสำนักงาน กสทช. เรื่องการกำกับดูแลระยะเวลาโฆษณาในกิจการโทรทัศน์สรุปว่า กสทช. เคยนับเวลาโฆษณาตามชั่วโมงของนาฬิกา แต่ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยให้นับตามแต่ละชั่วโมงของรายการ โดยเริ่มนับจากเวลาเริ่มรายการ รายการยาว 1 ชั่วโมงโฆษณาได้ไม่เกิน 12 นาทีครึ่ง และรายการที่สั้นกว่า 1 ชั่วโมงให้เฉลี่ยตามสัดส่วน บทวิเคราะห์ฉบับนั้นเสนอให้ศึกษาแนวทางของต่างประเทศเพื่อออกหลักเกณฑ์การนับให้ชัดต่อไป
ใครรับผิดถ้าโฆษณาเกินเวลา
ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นผู้รับผิดชอบ ประกาศ กสทช. เรื่องการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ถือว่าการออกอากาศโฆษณาเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ถ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กสทช. มาตรา 77 ของกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ให้ปรับทางปกครองไม่เกินห้าล้านบาท และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งแสนบาท แบรนด์ที่ซื้อเวลาจึงควรได้ผังเวลาที่ยืนยันตำแหน่งสปอตจากสถานี