Haring สรุปว่าการแลกเปลี่ยนสินค้าในอียิปต์ยุคฟาโรห์เป็นการแลกของที่อ้างอิงหน่วยมูลค่าคงที่ ราคาไม่ว่าจะมาจากธรรมเนียมหรือจากอุปสงค์และอุปทาน ดูเสถียรกว่าตลาดสมัยใหม่ ราคาของสิ่งของ อสังหาริมทรัพย์ สัตว์ และทาส เขียนเป็นหน่วยของสินค้าชนิดใดก็ได้ แต่ที่ใช้บ่อยที่สุดคือข้าว ทองแดง และเงิน ผ้าลินินก็เป็นสื่อชำระที่นิยม และพบในการซื้อขายสิ่งของและที่ดินมาตั้งแต่อาณาจักรเก่า
ชาวอียิปต์ไม่มีเงินตราตามความหมายปัจจุบัน แต่มีคุณสมบัติบางข้อของเงิน คือมาตรฐานวัดมูลค่าและสื่อชำระ คำที่ใกล้เคียงคำว่าเงินที่สุดคือคำว่า "เงิน" ที่หมายถึงโลหะเงิน ในอาณาจักรใหม่และยุคหลัง คำนี้ใช้หมายถึงการชำระเงินทั่วไป แม้การชำระนั้นไม่ได้จ่ายด้วยโลหะเงินจริง จนถึงยุคกลางที่สามยังไม่พบธนาคารหรือรัฐที่รับประกันมูลค่าของสื่อชำระ และไม่มีเหรียญหรือแท่งรูปแบบตายตัว เหรียญที่มีจารึกภาษาอียิปต์เริ่มในราชวงศ์ที่ 30 และสมัยปโตเลมีจึงผลิตเหรียญจำนวนมากพร้อมกับมีธนาคาร แต่คนยังชำระด้วยสิ่งของกันทั่วไป
เดเบนหนักเท่าไร
หน่วยน้ำหนักของโลหะคือเดเบน Haring ระบุว่าหนักราว 90 กรัมในสมัยรามเสสและหลังจากนั้น และเบากว่านี้มากในยุคก่อน หนึ่งในสิบของเดเบนเรียกว่าคิเต ซึ่งนิยมใช้กับโลหะมีค่า อัตราเงินต่อทองแดงคงที่ที่ 1 ต่อ 100 ตลอดช่วงยาวของอาณาจักรใหม่ แล้วเปลี่ยนเป็น 1 ต่อ 60 ในปลายราชวงศ์ที่ 20 ทองคำหนึ่งหน่วยเท่ากับเงินสองหน่วย
ตัวเลขนี้มีเรื่องที่น่าสังเกต ก่อนปลายอาณาจักรกลาง เงินน่าจะมีค่ามากกว่าทองคำ เพราะเอกสารเศรษฐกิจยุคนั้นเขียนเงินไว้ก่อนทองคำทุกครั้ง ตามธรรมเนียมที่เรียงสินค้าแพงที่สุดขึ้นก่อน อียิปต์มีแหล่งแร่เงินน้อยแต่มีทองคำมาก เมื่ออียิปต์ขยายอำนาจเข้าไปในลิแวนต์ช่วงต้นอาณาจักรใหม่ เงินไหลเข้ามามากขึ้น มูลค่าของเงินจึงลดลง ราคาของโลหะสองชนิดนี้ขยับตามปริมาณที่หาได้ ไม่ได้ขึ้นกับว่าโลหะชนิดไหนดูมีค่ากว่า
ในเมโสโปเตเมีย พ่อค้าอัสซีเรียก็คิดราคาผ้าและดีบุกเป็นน้ำหนักของเงินเช่นกัน แต่สิ่งที่หลงเหลือมาถึงวันนี้เป็นจดหมายต่อรองระหว่างญาติพี่น้องมากกว่ารายการราคา เรื่องการจดบัญชีฝั่งนั้นอยู่ในประวัติศาสตร์การค้าเมโสโปเตเมีย จากนับของสู่จดชื่อคนในบัญชี