ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) รวมเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปางไว้ในพื้นที่เดียวกัน แต่การค้ากับจีนทางบกของกลุ่มจังหวัดนี้ออกทางด่านในเชียงรายเป็นหลัก ผู้ส่งออกในเชียงใหม่ที่อยากรู้ว่าตลาดนี้ใหญ่แค่ไหนและขายสินค้าอะไร จึงต้องดูตัวเลขของด่านเชียงราย ตัวเลขชุดนี้เผยแพร่ในระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ และแยกตามปี ประเทศ สินค้า และด่าน
การค้าชายแดนเชียงราย NEC ส่งออกจีนตอนใต้ 51,837 ล้านบาท

KEY TAKEAWAYS
3 ประเด็นสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายรายงานมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนด้านเชียงรายปี 2567 ที่ 116,027.39 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 140.2% จากปี 2563 ที่มีมูลค่า 48,305.25 ล้านบาท
จีนตอนใต้เป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุด มูลค่ารวม 72,336.31 ล้านบาท หรือ 62.3% ของทั้งหมด
ไทยส่งออก 51,836.91 ล้านบาท และนำเข้า 20,499.40 ล้านบาท
ผลไม้สดเป็นสินค้าอันดับหนึ่งทั้งขาออกและขาเข้า
ปี 2567 ส่งออกผลไม้สด 47,265.01 ล้านบาท (62.28% ของมูลค่าส่งออก) และนำเข้าผลไม้สด 10,438.06 ล้านบาท (47.82% ของมูลค่านำเข้า)
การค้าชายแดนและผ่านแดนด้านเชียงรายปี 2567 มีมูลค่า 116,027 ล้านบาท ส่งออกไปจีนตอนใต้ 51,837 ล้านบาท ผลไม้สดเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่ง 62.28%
สถิติการค้าชายแดนด้านจังหวัดเชียงราย
ชุดข้อมูลสถิติค้าชายแดน แยกประเทศ 2563-2567 ซึ่งสำนักงานจังหวัดเชียงรายเผยแพร่ ใช้ชื่อตารางว่า "สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนด้านจังหวัดเชียงราย ปี 2563 – 2567" และระบุว่าข้อมูลมาจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย ตัวเลขทั้งหมดเป็นล้านบาท
| ปี | ส่งออก | นำเข้า | มูลค่าการค้ารวม | ดุลการค้า |
|---|---|---|---|---|
| 2563 | 38,300.70 | 10,004.55 | 48,305.25 | 28,296.15 |
| 2564 | 52,166.96 | 11,527.09 | 63,694.05 | 40,639.87 |
| 2565 | 77,878.60 | 20,027.36 | 97,905.96 | 57,851.24 |
| 2566 | 79,517.60 | 21,434.28 | 100,951.88 | 58,083.32 |
| 2567 | 91,616.47 | 24,410.92 | 116,027.39 | 67,205.55 |
มูลค่าการค้ารวมเพิ่มทุกปีตลอดห้าปี และไทยเกินดุลทุกปี ส่วนต่างระหว่างส่งออกกับนำเข้าเพิ่มจาก 28,296.15 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 67,205.55 ล้านบาทในปี 2567
ตัวเลขปี 2568 ใช้ได้หรือยัง
ยังไม่ควรใช้ ชุดข้อมูลมูลค่าการค้าชายแดน ของสำนักงานเดียวกันมีแถวปี 2567 และ 2568 แต่แถวปี 2567 เขียนมูลค่าส่งออกไว้ 35,522.11 ล้านบาท ต่างจากตารางข้างบนที่เขียน 91,616.47 ล้านบาท ส่วนตัวเลขปี 2563-2566 ของสองไฟล์ตรงกันทุกช่อง บทนี้จึงใช้เฉพาะปี 2563-2567 จากตารางข้างบน
จีนตอนใต้ เมียนมา และลาว
ตารางแยกคู่ค้าเป็นสามประเทศ จีนตอนใต้มีมูลค่าการค้ารวมมากที่สุดตั้งแต่ปี 2563 และสัดส่วนเพิ่มขึ้นทุกปี
| คู่ค้า | ปี 2563 | ปี 2567 | สัดส่วนปี 2567 |
|---|---|---|---|
| จีนตอนใต้ | 25,732.41 | 72,336.31 | 62.3% |
| เมียนมา | 16,260.72 | 34,473.67 | 29.7% |
| ลาว | 6,312.12 | 9,217.41 | 7.9% |
| รวม | 48,305.25 | 116,027.39 | 100% |
มูลค่าการค้ากับจีนตอนใต้เพิ่มขึ้น 181.1% ในห้าปี มากกว่าเมียนมาและลาว ส่วนลาวเป็นคู่ค้าที่เล็กที่สุดและขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ ปี 2565 มีมูลค่า 10,487.34 ล้านบาท แต่ปี 2566 ลดเหลือ 6,569.39 ล้านบาท
ไทยเกินดุลการค้ากับจีนตอนใต้เท่าไร
ตารางไม่ได้ใส่ดุลการค้ารายประเทศ แต่คำนวณจากตัวเลขส่งออกและนำเข้าได้ ปี 2567 ไทยส่งออกไปจีนตอนใต้ 51,836.91 ล้านบาท และนำเข้า 20,499.40 ล้านบาท ส่วนต่างคือ 31,337.51 ล้านบาท ขณะที่ฝั่งเมียนมาส่งออก 30,865.82 ล้านบาท และนำเข้าเพียง 3,607.85 ล้านบาท
การค้ากับเมียนมาเปลี่ยนอย่างไรในห้าปี
ไทยส่งออกไปเมียนมาผ่านด้านเชียงราย 14,798.89 ล้านบาทในปี 2563 และเพิ่มเป็น 30,865.82 ล้านบาทในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 108.6% ฝั่งนำเข้าจากเมียนมาอยู่ระหว่าง 1,461.83 ถึง 1,757.67 ล้านบาทในปี 2563-2566 แล้วเพิ่มเป็น 3,607.85 ล้านบาทในปี 2567 มากกว่าปีก่อนหน้า 2.3 เท่า การส่งออกคิดเป็น 89.5% ของมูลค่าการค้ากับเมียนมาในปี 2567 ตารางไม่ได้แยกว่าสินค้าไปเมียนมาเป็นสินค้าชนิดใด
สินค้าที่ส่งออกและนำเข้ามากที่สุด
ชุดข้อมูลมูลค่าการค้าชายแดนมีตารางสินค้าสิบอันดับแรกทั้งขาออกและขาเข้า รวมทุกประเทศ ตารางนี้ยกห้าอันดับแรกของปี 2567 มาเทียบกัน
| อันดับ | ส่งออก (ล้านบาท) | นำเข้า (ล้านบาท) |
|---|---|---|
| 1 | ผลไม้สด 47,265.01 (62.28%) | ผลไม้สด 10,438.06 (47.82%) |
| 2 | สินค้าอุปโภคบริโภค 9,803.38 (12.92%) | ผักสด 6,592.45 (30.20%) |
| 3 | น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่น 7,233.87 (9.53%) | ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2,707.65 (12.40%) |
| 4 | เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ 4,824.83 (6.36%) | ดอกไม้และไม้ประดับ 779.30 (3.57%) |
| 5 | อุปกรณ์ก่อสร้าง 2,147.48 (2.48%) | สินค้าเกษตร 327.11 (1.50%) |
ขาเข้าเป็นสินค้าเกษตรเกือบทั้งหมด ส่วนขาออกมีทั้งผลไม้ สินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมัน และเครื่องจักร ตารางสินค้ารวมทุกประเทศ จึงแยกไม่ได้ว่าผลไม้ที่ส่งออกไปประเทศใดเท่าไร
สัดส่วนผลไม้สดในมูลค่าส่งออกเปลี่ยนอย่างไรในห้าปี
ผลไม้สดคิดเป็น 46.75% ของมูลค่าส่งออกในปี 2563 เพิ่มเป็น 66.72% ในปี 2564 69.29% ในปี 2565 และ 70.02% ในปี 2566 ก่อนลดเหลือ 62.28% ในปี 2567 ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มจาก 6.69% ในปี 2566 เป็น 12.92% ในปี 2567
มูลค่านำเข้ารายด่าน เชียงของ แม่สาย เชียงแสน
ชุดข้อมูลเดียวกันมีไฟล์มูลค่าสินค้านำเข้าแยกตามอำเภอที่ตั้งด่านสามแห่ง คำอธิบายชุดข้อมูลระบุว่าด่านเชียงของเป็นจุดส่งออกหลัก ประมาณ 69% ตามด้วยด่านแม่สายและเชียงแสน
| ด่าน (อำเภอ) | นำเข้าปี 2563 (ล้านบาท) | นำเข้าปี 2567 (ล้านบาท) |
|---|---|---|
| เชียงของ | 8,171.96 | 18,591.26 |
| แม่สาย | 1,455.27 | 3,058.03 |
| เชียงแสน | 377.33 | 1,025.14 |
การนำเข้าผ่านเชียงของปี 2567 คิดเป็น 76.2% ของมูลค่านำเข้ารวมด้านเชียงราย และเพิ่มขึ้น 127.5% จากปี 2563 ส่วนสามด่านรวมกันมีมูลค่านำเข้า 22,674.43 ล้านบาท น้อยกว่ายอดรวมของจังหวัดเล็กน้อย
ทำไมตัวเลขในไฟล์รายด่านต้องหารด้วยหนึ่งล้าน
ไฟล์รายด่านใส่หน่วยว่า "ล้านบาท" แต่ตัวเลขเป็นหน่วยบาท เช่น เชียงของปี 2567 เขียนว่า 18,591,262,834.47 ถ้าอ่านเป็นล้านบาทจะมากกว่ามูลค่าการค้าชายแดนทั้งจังหวัดหลายเท่า บทนี้จึงหารด้วยหนึ่งล้านก่อนใช้ ผลที่ได้สอดคล้องกับยอดนำเข้ารวมของตารางหลัก
ปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือเชียงแสนและเชียงของ
การท่าเรือแห่งประเทศไทยเผยแพร่สถิติเรือและสินค้าผ่านท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนและเชียงของ เป็นรายเดือน หน่วยของเรือคือเที่ยว และหน่วยของสินค้าคือตัน ตารางนี้รวมเป็นรายปี
| ปี | เรือสินค้าเชียงแสน (เที่ยว) | สินค้าขาออกเชียงแสน (ตัน) | สินค้าขาเข้าเชียงแสน (ตัน) | สินค้าขาออกเชียงของ (ตัน) |
|---|---|---|---|---|
| 2561 | 3,044 | 215,999.58 | 2,574.47 | 67,177.25 |
| 2562 | 3,347 | 269,688.23 | 2,053.03 | 37,931.64 |
| 2563 | 1,846 | 86,361.48 | 4,106.93 | 1,132.24 |
| 2564 | 2,126 | 96,190.97 | 8,282.51 | 4.00 |
| 2565 | 2,165 | 72,978.60 | 4,352.08 | 272.00 |
| 2566 | 3,047 | 87,481.59 | 6,365.78 | 696.00 |
| 2567 | 3,801 | 132,791.10 | 10,937.68 | 196.00 |
| 2568 | 2,806 | 151,813.51 | 46,307.05 | 264.00 |
สินค้าขาออกทางเรือที่เชียงแสนปี 2568 ยังน้อยกว่าปี 2562 ส่วนสินค้าขาเข้าปี 2568 มากกว่าปี 2567 ราวสี่เท่า ไม่มีเรือโดยสารผ่านท่าเรือทั้งสองแห่งตลอดช่วงข้อมูล
ท่าเรือเชียงของยังมีสินค้าผ่านหรือไม่
มีน้อยมาก สินค้าขาออกทางเรือที่ท่าเรือเชียงของลดจาก 67,177.25 ตันในปี 2561 เหลือไม่ถึง 1,000 ตันต่อปีตั้งแต่ปี 2564 ไฟล์ไม่ได้บอกสาเหตุ ขณะที่ด่านเชียงของยังมีมูลค่านำเข้ามากที่สุดในจังหวัด ไฟล์มูลค่านำเข้ารายด่านไม่ได้แยกว่าสินค้าผ่านทางเรือหรือทางบก สองชุดข้อมูลนี้จึงนำมาหักลบกันไม่ได้
ฟิจิทัล เอเจนซี ช่วยผู้ส่งออกในภาคเหนืออย่างไร
ตัวเลขของด่านเชียงรายบอกว่าสินค้ากลุ่มไหนผ่านด่านมาก ทีมของฟิจิทัลใช้ตารางสินค้าเทียบกับสินค้าของลูกค้า เพื่อดูว่าลูกค้าอยู่ในกลุ่มที่มีมูลค่าสูงอยู่แล้ว หรืออยู่ในกลุ่มที่ยังมีมูลค่าน้อย สองกลุ่มนี้ต้องใช้วิธีขายต่างกัน
สินค้าในกลุ่มที่มีมูลค่าสูงอยู่แล้วอย่างผลไม้สดมีผู้ขายรายอื่นอยู่ในตลาด งานการตลาดจึงเน้นให้ผู้ซื้อแยกชื่อสวนหรือแบรนด์ออกจากรายอื่นได้ ส่วนสินค้าที่ยังไม่อยู่ในสิบอันดับ เช่น สินค้าแปรรูป ต้องเริ่มจากการหาผู้ซื้อรายแรกและอธิบายสินค้าให้ผู้ซื้อที่ยังไม่รู้จัก
ผู้ส่งออกรายเล็กควรเตรียมข้อมูลอะไรก่อนติดต่อผู้ซื้อ
เตรียมชื่อสินค้า ขนาดบรรจุ ปริมาณที่ส่งได้ต่อเดือน มาตรฐานหรือใบรับรองที่มี และภาพสินค้าจริงไว้เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน ข้อมูลเหล่านี้ใช้ได้ทั้งในใบเสนอราคา หน้าร้านออนไลน์ และการพูดคุยกับผู้ซื้อผ่านตัวแทน
ถ้าจะส่งผลไม้ไปจีน ให้เริ่มจากตารางสินค้าของด่าน
ผลไม้สดมีมูลค่าส่งออกผ่านด่านเชียงรายมากที่สุดทุกปีตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2567 และในปี 2567 จีนตอนใต้ซื้อสินค้าจากด่านนี้มากที่สุด ผู้ส่งออกรายใหม่จึงรู้ได้ว่ากำลังเข้าตลาดที่มีผู้ขายอยู่แล้ว
ตารางเดียวกันยังบอกว่าไทยนำเข้าผลไม้สดผ่านด่านนี้ 10,438.06 ล้านบาทในปี 2567 ผู้ขายผลไม้ในตลาดภาคเหนือจึงอาจต้องแข่งกับผลไม้นำเข้าด้วย การวางแผนขายควรดูตัวเลขทั้งขาออกและขาเข้า
สรุป
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายระบุมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนด้านเชียงรายปี 2567 ที่ 116,027.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.2% จากปี 2563 ไทยเกินดุล 67,205.55 ล้านบาท จีนตอนใต้เป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุด 72,336.31 ล้านบาท หรือ 62.3% ผลไม้สดเป็นสินค้าอันดับหนึ่งทั้งขาออก 47,265.01 ล้านบาท และขาเข้า 10,438.06 ล้านบาท ด่านเชียงของมีมูลค่านำเข้า 18,591.26 ล้านบาท คิดเป็น 76.2% ของยอดนำเข้า ส่วนท่าเรือเชียงแสนมีสินค้าขาออกทางเรือ 151,813.51 ตันในปี 2568 ตัวเลขปี 2568 ของมูลค่าการค้าชายแดนยังไม่ควรใช้ เพราะสองไฟล์ของสำนักงานเดียวกันให้ตัวเลขปี 2567 ไม่ตรงกัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ข่าวของกรมประชาสัมพันธ์วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 ระบุว่า NEC ประกอบด้วยเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง เป็นหนึ่งในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 แห่งที่ สศช. กำหนด ภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2564
ข่าวเดียวกันระบุว่าไตรมาสแรกของปี 2566 มีผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ 20 โครงการ มูลค่า 8,116 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเกษตรและแปรรูปอาหาร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัล บทนี้ไม่ได้ตรวจตัวเลขของปีหลังจากนั้น
ปี 2567 ไทยส่งออกไปลาว 8,913.74 ล้านบาท และนำเข้า 303.67 ล้านบาท รวม 9,217.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.3% จากปี 2566 ที่มีมูลค่ารวม 6,569.39 ล้านบาท แต่ยังน้อยกว่าปี 2565 ที่มีมูลค่ารวม 10,487.34 ล้านบาท
ไฟล์ไม่ได้แยกจังหวัดต้นทางของสินค้า ผลไม้ที่ผ่านด่านเชียงรายจึงอาจมาจากหลายจังหวัด ผู้ส่งออกในเชียงใหม่ใช้ตัวเลขนี้ดูขนาดของตลาดได้ แต่ใช้คำนวณส่วนแบ่งของเชียงใหม่ไม่ได้
ปี 2563 ผลส้มสดอยู่ในสิบอันดับสินค้าส่งออกของด่านเชียงราย มูลค่า 1,329.19 ล้านบาท เงื่อนไขการใช้ตราสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของส้มในเชียงใหม่อยู่ในทำเลฝาง-แม่อาย ขายส้มสายน้ำผึ้งด้วยตรา GI ให้ถูกขั้นตอน
ไฟล์การค้าชายแดนไม่ได้พูดถึงใบอนุญาต สำหรับรถบรรทุกที่ขนส่งเพื่อสินจ้าง เงื่อนไขใบอนุญาตขนส่งและน้ำหนักรถอธิบายไว้ในทำเลสารภี รถบรรทุกเกิน 2,200 กก. ต้องมีใบอนุญาตขนส่ง
บทนี้ไม่ได้ตรวจขั้นตอนนี้ ผู้ส่งออกควรสอบถามกรมวิชาการเกษตรเรื่องใบรับรองสุขอนามัยพืช และสอบถามด่านศุลกากรที่จะใช้ส่งออก เพราะเงื่อนไขอาจต่างกันตามชนิดผลไม้และประเทศปลายทาง
ไฟล์การค้าชายแดนไม่มีข้อมูลนี้ ตัวเลขรถโดยสารที่ออกจากสถานีขนส่งเชียงใหม่แยกตามสายอยู่ในฮับคมนาคมเชียงใหม่ ผู้โดยสารรถสายอำเภอ 3.5 ล้านคนในปี 2568
PHYGITAL INSIGHT
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง
ผลไม้สดมีมูลค่าส่งออกผ่านด่านเชียงรายสูงสุดทุกปี ผู้ส่งออกรายใหม่ต้องทำให้ผู้ซื้อแยกสินค้าของตนออกจากผู้ขายรายอื่นได้
ให้ PHYGITAL AGENCY เขียนข้อมูลสินค้าและเรื่องราวของสวนเป็นสามภาษา เตรียมเอกสารเสนอขาย และวางช่องทางออนไลน์สำหรับผู้ซื้อต่างประเทศ สำหรับผู้ส่งออกผลไม้ สินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป และธุรกิจโลจิสติกส์ในเชียงใหม่และภาคเหนือ

WRITTEN BY
PARANATH PANARATANA
CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY
ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย


