ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้ทำบัญชีใหม่ทั้งฉบับ และยกเลิกประกาศเรื่องเดียวกันปี 2557 กับฉบับแก้ไขปี 2559 ประกาศฉบับนี้ออกมาในช่วงที่มีโปรแกรมบัญชีซึ่งอ่านใบเสร็จและจับคู่รายการเงินให้อัตโนมัติวางขายทั่วไป งาน Data Entry และงานบุ๊คคีปเปอร์จึงถูกยกเป็นตัวอย่างอาชีพที่เสี่ยงเพราะ AI บ่อยครั้ง แต่กฎของกรมยังผูกงานบัญชีไว้กับคนหนึ่งคนที่มีชื่อ มีผลสอบ และมีเพดานจำนวนงาน เจ้าของ SME ที่กำลังคิดว่าจะซื้อโปรแกรมมาทำบัญชีเองหรือจ้างสำนักงานบัญชีต่อ ต้องรู้ก่อนว่าส่วนไหนโปรแกรมช่วยได้ และส่วนไหนกฎหมายยังให้คนรับผิดชอบ
AI ทำบัญชีได้แค่ไหน ประกาศผู้ทำบัญชี 2568 ยังต้องมีคนลงชื่อ

KEY TAKEAWAYS
3 ประเด็นประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่องคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2569
ผู้ทำบัญชีต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และผู้ทำบัญชีรายใหม่ต้องสอบผ่านระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant)
ข้อสอบมี 60 ข้อ เวลา 90 นาที ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
ตามหลักเกณฑ์ที่กรมประกาศเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568
ผู้ทำบัญชีหนึ่งคนรับทำได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน
เพดานนี้นับที่คน โปรแกรมหรือ AI ที่ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้นจึงไม่ได้ขยายเพดาน
ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่องผู้ทำบัญชีปี 2568 ใช้บังคับ 1 มกราคม 2569 ผู้ทำบัญชีรายใหม่ต้องสอบผ่านระบบ e-Accountant และรับทำได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปี
ผู้ทำบัญชีตามกฎหมายต้องเป็นใคร
เอกสารคำถามคำตอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อมูล ณ 24 พฤศจิกายน 2568 (สำเนาที่เปิดได้บนเว็บไซต์ภายนอก) อธิบายประกาศฉบับนี้ไว้ 27 ข้อ ผู้ทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ต้องมีคุณสมบัติครบตามประกาศและแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีต่อกรม ผ่านระบบงานผู้ทำบัญชีที่เรียกว่า e-Accountant เมื่อกรมรับแจ้งแล้ว ผู้ทำบัญชีตรวจหนังสือรับแจ้งได้ในระบบเดียวกัน ประกาศฉบับใหม่เปลี่ยนสองเรื่อง เรื่องแรกเขียนให้ชัดว่าผู้ทำบัญชีต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และต้องต่ออายุสมาชิกของปีถัดไปให้เสร็จภายใน 31 ธันวาคมของทุกปี เรื่องที่สองเพิ่มคุณสมบัติว่าต้องผ่านการทดสอบในระบบ e-Accountant
เอกสารเดียวกันนิยามผู้ทำบัญชีว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ซึ่งก็คือตัวธุรกิจ ให้รับผิดชอบการจัดทำบัญชีและงบการเงิน และเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในแบบนำส่งงบการเงินของธุรกิจ ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งการรับทำบัญชีและการยกเลิกให้กรมทราบภายใน 30 วัน และต้องยืนยันการทำบัญชีในระบบก่อนที่ธุรกิจจะนำส่งงบการเงิน
ข้อสอบ e-Accountant วัดอะไร
หลักเกณฑ์การทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงนามเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568 แบ่งเนื้อหาเป็นสี่หมวด กฎหมายการบัญชีและประกาศเรื่องผู้ทำบัญชีร้อยละ 30 กฎหมายวิชาชีพบัญชีและจรรยาบรรณร้อยละ 20 หลักการบัญชีเบื้องต้นและมาตรฐานการรายงานทางการเงินร้อยละ 30 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีร้อยละ 20 ซึ่งรวมกฎหมายหุ้นส่วนและบริษัท บริษัทมหาชน และการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ข้อสอบเป็นปรนัย 60 ข้อ ทำภายใน 90 นาที ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ผลสอบมีอายุหนึ่งปี ถ้าสอบไม่ผ่านสองครั้งต้องเว้น 30 วันก่อนสอบใหม่
ผู้ทำบัญชีเดิมต้องสอบใหม่หรือไม่
ไม่ต้อง ถ้ายังมีสถานะเป็นผู้ทำบัญชีและไม่ขาดคุณสมบัติ เอกสารถามตอบระบุว่าผู้ทำบัญชีเดิมที่ต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีของปี 2569 ภายใน 31 ธันวาคม 2568 ถือเป็นผู้ทำบัญชีต่อไปได้ ผู้ที่ต้องสอบคือผู้ทำบัญชีรายใหม่ ผู้ที่ขาดต่ออายุสมาชิก และผู้ที่เคยยกเลิกแล้วขอกลับมาหลัง 1 มกราคม 2569 ถ้ายกเลิกไปไม่เกินหนึ่งปีและเคยสอบผ่านแล้วไม่ต้องสอบซ้ำ
ผู้ทำบัญชีต้องต่ออายุสมาชิกเมื่อไร
ทุกปี ภายในวันที่ 31 ธันวาคม สำหรับสมาชิกภาพของปีถัดไป เอกสารถามตอบยกตัวอย่างไว้ว่าผู้ทำบัญชีที่ไม่ได้ต่ออายุสมาชิกของปี 2569 ภายใน 31 ธันวาคม 2568 ถือว่าขาดคุณสมบัติเมื่อประกาศใหม่มีผล และต้องสมัครสมาชิกใหม่ แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีใหม่ และสอบผ่านระบบ e-Accountant ก่อน เจ้าของธุรกิจที่จ้างผู้ทำบัญชีรายบุคคลจึงควรขอดูหลักฐานการต่ออายุทุกต้นปี เพราะผู้ทำบัญชีที่ขาดคุณสมบัติกลางทางอาจยืนยันงบการเงินของปีนั้นไม่ได้ทันกำหนด
เพดาน 100 งบการเงินในวันที่มี AI
เอกสารถามตอบข้อ 19 เขียนว่าผู้ทำบัญชีหนึ่งคนรับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน และข้อ 20 กำหนดให้ผู้ทำบัญชีพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ หรือ CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี โดยเป็นเนื้อหาด้านบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมีโทษปรับเป็นพินัย และต้องเก็บชั่วโมงชดเชยในปีถัดไป
เพดาน 100 งบการเงินนับที่คน โปรแกรมที่อ่านใบเสร็จได้เร็วขึ้นสิบเท่าไม่ได้ทำให้ผู้ทำบัญชีคนเดิมรับงานได้ 1,000 งบ สำนักงานบัญชีที่อยากโตจึงยังต้องเพิ่มคนที่สอบผ่านและขึ้นทะเบียน ส่วนเวลาที่ประหยัดได้จากโปรแกรม สำนักงานเลือกเอาไปใช้ตรวจรายการหรือคุยกับลูกค้าได้ ข้อสรุปเรื่องเพดานนี้มาจากตัวกฎ ไม่ได้มาจากการสำรวจสำนักงานบัญชี
AI เพิ่มจำนวนลูกค้าต่อผู้ทำบัญชีได้หรือไม่
ไม่เกินเพดาน ถ้านับเป็นงบการเงินที่ผู้ทำบัญชีต้องยืนยันในระบบ AI ช่วยให้ผู้ทำบัญชีทำงานแต่ละงบได้เร็วขึ้น และช่วยให้สำนักงานรับงานได้ใกล้เพดาน 100 งบต่อคนโดยไม่ต้องทำงานล่วงเวลา แต่ไม่ได้ขยายตัวเลข 100 ถ้าเจ้าของ SME เจอสำนักงานบัญชีที่บอกว่ารับลูกค้าได้ไม่จำกัดเพราะใช้ AI ควรถามว่ามีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกี่คน และแต่ละคนรับงานอยู่กี่งบ
ปีแรกที่เป็นผู้ทำบัญชีต้องเก็บ CPD หรือไม่
ขึ้นกับวันที่กรมรับแจ้ง ผู้ที่กรมรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีระหว่าง 1 ตุลาคมถึง 31 ธันวาคม ไม่ต้องเก็บ CPD ของปีนั้น ให้เริ่มในปีถัดไป ส่วนการแจ้งชั่วโมง CPD ทำได้หลังจบกิจกรรมแต่ต้องไม่เกิน 31 ธันวาคมของปีเดียวกัน ผ่านระบบ e-Accountant หรือระบบ CPD ออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี เอกสารแนะนำให้กลับไปตรวจว่าชั่วโมงที่แจ้งขึ้นสถานะอนุมัติแล้ว
งานบัญชีส่วนไหนเปลี่ยนเร็วที่สุด
เอกสารถามตอบ 27 ข้อของกรมไม่มีข้อไหนพูดถึงโปรแกรมหรือ AI กฎพูดถึงคน คือใครมีคุณสมบัติ ใครต้องสอบ ใครต้องแจ้ง และใครต้องยืนยัน เจ้าของธุรกิจจึงต้องตัดสินใจสองเรื่องแยกกัน เรื่องแรกเลือกเครื่องมือที่ใช้บันทึก เรื่องที่สองเลือกคนที่รับผิดชอบงบการเงิน
งานที่อยู่ก่อนถึงมือผู้ทำบัญชีเปลี่ยนเร็วที่สุด ได้แก่ การพิมพ์ตัวเลขจากใบเสร็จลงระบบ การจับคู่รายการเงินเข้ากับใบแจ้งหนี้ และการจัดหมวดรายจ่ายซ้ำ ๆ ทุกเดือน งานพวกนี้เคยเป็นงานหลักของ Data Entry และบุ๊คคีปเปอร์ ผู้ทำบัญชียังถืองานที่ต้องตัดสินไว้ เช่น รายการนี้ลงเป็นค่าใช้จ่ายหรือทรัพย์สิน รายการนี้เข้ามาตรฐานบัญชีข้อไหน และงบการเงินทั้งชุดพร้อมยืนยันหรือยัง เจ้าของธุรกิจช่วยให้งานส่วนนี้เร็วขึ้นได้เองโดยไม่ต้องรอโปรแกรมใหม่ เช่น ขอใบกำกับภาษีเป็นไฟล์ แยกบัญชีธนาคารของธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว และส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีทุกเดือนแทนการรวมส่งตอนสิ้นปี เอกสารที่ครบและตรงเวลาทำให้ผู้ทำบัญชีใช้เวลากับการตัดสินรายการยาก ๆ ได้มากขึ้น และยืนยันงบการเงินในระบบได้ก่อนกำหนดยื่น มาตรฐานบัญชีของ SME อธิบายต่อในTFRS for NPAEs คืออะไร ห้าทางเลือกที่มาตรฐานบัญชีเปิดให้ SME
คนทำ Data Entry ย้ายไปทำอะไรได้
ประกาศฉบับใหม่เปิดเส้นทางที่วัดได้ไว้เส้นหนึ่ง คนที่ทำงานป้อนข้อมูลและรู้จักเอกสารของธุรกิจอยู่แล้ว สมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและสอบในระบบ e-Accountant ได้ ถ้ามีคุณสมบัติด้านอื่นครบตามประกาศ ข้อสอบวัดความรู้ด้านกฎหมายและหลักการบัญชีรวมกันร้อยละ 80 ของเนื้อหา ซึ่งเป็นความรู้ที่งานป้อนข้อมูลไม่ได้ฝึกให้ ผู้ที่อยากย้ายสายจึงรู้ล่วงหน้าว่าต้องเรียนเพิ่มเรื่องอะไร คะแนนงานย่อยของสายครีเอทีฟวางเทียบกันไว้ในAI ทำงานครีเอทีฟแทนได้แค่ไหน ดูคะแนนงานย่อยจาก ILO 2025 สำหรับผู้ที่อยากเทียบวิธีแยกงานย่อยแบบเดียวกัน
นักวิเคราะห์การเงินระดับต้นอยู่ใต้ประกาศนี้หรือไม่
ไม่อยู่ ประกาศฉบับนี้กำกับผู้ทำบัญชีที่มีชื่อในแบบนำส่งงบการเงินเท่านั้น งานวิเคราะห์ตัวเลขเพื่อการตัดสินใจภายในบริษัท เช่น ทำรายงานกำไรรายสินค้าหรือประมาณการกระแสเงินสด ไม่ต้องมีคุณสมบัติตามประกาศ งานกลุ่มนี้จึงไม่มีกฎที่ผูกไว้กับคนเหมือนงานผู้ทำบัญชี และเปลี่ยนตามเครื่องมือได้อิสระกว่า ภาพรวมของอาชีพที่หายไปเริ่มจากอาชีพที่หายไปตามยุค งานราว 60% ในปี 2018 ไม่มีชื่อในปี 1940 ซึ่งเป็นบทแม่ของชุดอาชีพที่หายไปทั้งชุด
สิ่งที่ SME ตรวจกับผู้ทำบัญชีเมื่อจะซื้อโปรแกรม
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขไว้ที่ตัวผู้ทำบัญชี เจ้าของ SME จึงควรคุยกับผู้ทำบัญชีก่อนเลือกโปรแกรม เพราะโปรแกรมที่เลือกต้องใช้ร่วมกับคนที่ลงชื่อในงบการเงิน
- ผู้ทำบัญชีของเราขึ้นทะเบียนกับกรมแล้วหรือยัง ขอดูหนังสือรับแจ้งจากระบบ e-Accountant
- ผู้ทำบัญชีรับงานอยู่กี่งบในปีนี้ เพดานอยู่ที่ 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน
- โปรแกรมที่จะซื้อส่งออกข้อมูลในรูปแบบที่ผู้ทำบัญชีใช้ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ผู้ทำบัญชีต้องพิมพ์ซ้ำ งานที่ประหยัดได้ก็หายไป
- ใครตรวจรายการที่โปรแกรมจัดหมวดให้อัตโนมัติ และตรวจบ่อยแค่ไหน
- ถ้าเปลี่ยนผู้ทำบัญชีกลางปี ข้อมูลในโปรแกรมย้ายตามได้หรือไม่ ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งยกเลิกและแจ้งรับงานใหม่กับกรมภายใน 30 วัน
ใครรับผิดเมื่อโปรแกรมบันทึกรายการผิด
เอกสารของกรมไม่ได้เขียนกรณีนี้แยกไว้ จึงตอบได้เท่าที่กฎบอก ผู้ทำบัญชีเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการจัดทำบัญชีและงบการเงิน และต้องยืนยันการทำบัญชีในระบบก่อนธุรกิจยื่นงบ ส่วนธุรกิจเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมาย ความรับผิดชอบจึงอยู่กับคนและธุรกิจตามบทบาทของแต่ละฝ่าย ไม่มีข้อไหนในเอกสารที่ย้ายความรับผิดชอบไปไว้กับผู้ผลิตโปรแกรม
สัญญาใช้งานของโปรแกรมแต่ละรายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ธุรกิจต้องอ่านเอง ก่อนซื้อควรดูว่าผู้ผลิตรับผิดชอบความผิดพลาดของระบบไว้แค่ไหน และข้อมูลของธุรกิจถูกเก็บไว้ที่ใด เจ้าของธุรกิจที่อยากรู้ว่าตัวเองรับผิดในกรณีใดบ้างควรถามผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของตัวเองโดยตรง
สรุป
ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่องคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 แทนฉบับปี 2557 และ 2559 ผู้ทำบัญชีต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและต่ออายุทุกปีภายใน 31 ธันวาคม ผู้ทำบัญชีรายใหม่ต้องสอบผ่านระบบ e-Accountant ซึ่งมีข้อสอบ 60 ข้อ เวลา 90 นาที และต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ผู้ทำบัญชีหนึ่งคนรับทำได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน และต้องเก็บ CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี เอกสารของกรมไม่พูดถึงโปรแกรมหรือ AI เลย กฎผูกงานบัญชีไว้กับคนที่มีชื่อในแบบนำส่งงบการเงิน AI จึงเปลี่ยนงานป้อนข้อมูลและงานจับคู่รายการได้เร็ว แต่ไม่ได้ขยายเพดานงานต่อคนและไม่ได้รับความรับผิดชอบแทนผู้ทำบัญชี เจ้าของ SME ที่จะซื้อโปรแกรมบัญชีควรตรวจก่อนว่าผู้ทำบัญชีของตัวเองขึ้นทะเบียนแล้ว และใช้โปรแกรมนั้นร่วมได้จริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
วันที่ 1 มกราคม 2569 ฉบับนี้แทนประกาศเรื่องเดียวกันปี 2557 และฉบับแก้ไขปี 2559
เอกสารของกรมระบุว่าผู้ทำบัญชีเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในแบบนำส่งงบการเงินและต้องยืนยันในระบบก่อนธุรกิจยื่นงบ ธุรกิจที่ต้องยื่นงบการเงินจึงต้องมีคนที่มีคุณสมบัติตามประกาศเป็นผู้รับผิดชอบ โปรแกรมเป็นเครื่องมือของคนคนนั้น
ต้องเป็นก่อน เอกสารถามตอบระบุว่าต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีจึงจะเข้าทดสอบในระบบได้ และต้องลงทะเบียนขอชื่อผู้ใช้งานก่อนสอบ
ไม่ทำให้ขาดคุณสมบัติ เพราะ CPD เป็นเงื่อนไขหลังเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว แต่ผู้ที่ทำไม่ครบมีโทษปรับเป็นพินัยและต้องเก็บชั่วโมงชดเชย
ผู้ทำบัญชีที่กรมรับแจ้งแล้วมีหนังสือรับแจ้งในระบบงานผู้ทำบัญชี เจ้าของธุรกิจขอดูหนังสือนี้ และขอดูหลักฐานการต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีของปีปัจจุบันได้ ถ้าผู้ทำบัญชีเป็นพนักงานของสำนักงานบัญชี ให้ขอชื่อของคนที่จะยืนยันงบของธุรกิจจริงแทนชื่อสำนักงาน
ต้องแจ้งยกเลิกเป็นผู้ทำบัญชีผ่านระบบงานผู้ทำบัญชี วันที่แจ้งยกเลิกนับเป็นวันสิ้นสุด หลังจากนั้นไม่ต้องทำตามเงื่อนไข เช่น CPD อีก
PHYGITAL INSIGHT
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง
เจ้าของธุรกิจที่ค้นหาผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียนในย่านของคุณ เจอหน้าสำนักงานของคุณพร้อมคำตอบเรื่องคุณสมบัติครบในหน้าเดียว
ทีม PHYGITAL AGENCY คัดคำค้นที่ลูกค้าใช้ตอนหาผู้ทำบัญชี จัดหน้าของสำนักงานให้ตอบเรื่องประกาศปี 2568 และวัดอันดับของคำที่นำลูกค้าที่มีงบต้องยื่นเข้ามา

WRITTEN BY
PARANATH PANARATANA
CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY
ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย


