ข้ามไปเนื้อหาหลัก

แนว​เพลง Pop คือ​อะไร ทำนอง​แบบ​ไหน​ติด​หู​จาก​ข้อมูล​คน 3,000 คน

อัปเดตล่าสุด 27 กันยายน 2569
เวลาอ่านประมาณ 11 นาที
แนว​เพลง Pop คือ​อะไร ทำนอง​แบบ​ไหน​ติด​หู​จาก​ข้อมูล​คน 3,000 คน

KEY TAKEAWAYS

3 ประเด็น

แนว​เพลง Pop คือ​เพลง​ที่​คน​ฟัง​วง​กว้าง​และ​วัด​ความ​นิยม​กัน​ด้วย​ชาร์ต​เพลง

งาน​วิจัย​ของ Kelly Jakubowski และ​คณะ​ใน​วารสาร Psychology of Aesthetics, Creativity, and the Arts (2017) ใช้​ชาร์ต​เพลง​สห​ราช​อาณาจักร​กับ​คำ​ตอบ​ของ​คน 3,000 คน เพื่อ​หา​ว่า​เพลง​แบบ​ไหน​วน​อยู่​ใน​หัว​คน​ฟัง​เอง

เพลง​ติด​หู​มี​ลักษณะ​ทำนอง​สาม​ข้อ​ที่​ต่าง​จาก​เพลง​ทั่วไป

จังหวะ​เร็ว​กว่า (เฉลี่ย 124.10 เทียบ 115.79 bpm) เส้น​ทำนอง​โดย​รวม​เป็น​แบบ​ที่​พบ​บ่อย​ใน​เพ​ลง​ป๊อป และ​ช่วง​ขึ้น​ลง​ของ​ทำนอง​ระหว่าง​จุด​เปลี่ยน​ทิศ​เป็น​แบบ​ที่​พบ​ไม่​บ่อย

ลักษณะ​ทำนอง​อธิบาย​ได้​เพียง​ส่วน​หนึ่ง

โมเดล​ของ​ทีม​วิจัย​แยก​เพลง​ติด​หู​ออก​จาก​เพลง​ทั่วไป​ได้​ถูก 62.5% ความ​ดัง​ใน​ชาร์​ตก็​มี​ผล​ร่วม​ด้วย ผู้​วิจัย​จึง​มอง​ว่า​เพลง​ติด​หู​น่า​จะ​มี​หลาย​สูตร การ​ทำ​เพลง​สั้น​ให้​ธุรกิจ​จึง​ควร​ทดสอบ​กับ​คน​ฟัง​จริง​ก่อน​ใช้

แนว​เพลง Pop คือ​อะไร ผ่าน​งาน​วิจัย​ของ Jakubowski และ​คณะ (2017) ที่​เทียบ​เพลง​ติด​หู 100 เพลง​กับ​เพลง​ไม่​ติด​หู 100 เพลง แล้ว​พบ​ลักษณะ​ทำนอง​สาม​ข้อ​ที่​แยก​สอง​กลุ่ม​ได้

ร้าน​กาแฟ​แห่ง​หนึ่ง​จ้าง​คน​แต่ง​เพลง​สั้น​ยาว​สิบ​ห้า​วินาที​ไว้​ใช้​ท้าย​คลิป​ทุก​ตัว​ของ​ร้าน โจทย์​ที่​ส่ง​ไป​มี​ประโยค​เดียว​ว่า "ขอ​ให้​ติด​หู" ผู้​แต่ง​ส่ง​ทำนอง​กลับ​มา​สาม​แบบ ทุก​คนใน​ร้าน​ชอบ​ไม่​ตรง​กัน และ​ไม่มี​ใคร​บอก​ได้​ว่า​แบบ​ไหน​จะ​วน​อยู่​ใน​หัว​ลูกค้า​มากกว่า​กัน

คำ​ว่า "ติด​หู" มี​คน​วัด​ไว้​แล้ว บท​นี้​ใช้งาน​วิจัย Dissecting an Earworm ของ Jakubowski, Finkel, Stewart และ Müllensiefen ซึ่ง​เผย​แพร่​ออนไลน์​วัน​ที่ 3 พฤศจิกายน 2016 และ​ตี​พิมพ์​ใน​วารสาร Psychology of Aesthetics, Creativity, and the Arts เล่ม​ที่ 11 ปี 2017 เป็น​แหล่ง​หลัก เพื่อ​แปลง​คำ​ว่า​ติด​หู​ให้​เป็น​โจทย์​ที่​ผู้​แต่ง​เพลง​ทำงาน​ต่อ​ได้ บท​ก่อน​หน้า​ใน​ซี​รีส์​คือหนัง Musical ซึ่ง​เป็น​บท​สุดท้าย​ของ​ชุด​แนว​หนัง

แนว​เพลง Pop คือ​อะไร

แนว​เพลง Pop หรือ​เพ​ลง​ป๊อป คือ​เพลง​ที่​ตั้งใจ​ให้​คน​ฟัง​วง​กว้าง และ​ความ​สำเร็จ​ของ​เพลง​วัด​กัน​ด้วย​ยอด​ฟัง ยอด​ขาย และ​อันดับ​ใน​ชาร์ต​เพลง ผู้​วิจัย​ใน​งาน​นี้​เขียน​ถึง​แนว​เพ​ลง​ป๊อป​สมัย​ใหม่​ว่า​มี​เพลง​หลาก​หลาย​มาก และ​ใช้​ข้อมูล​จา​กชาร์ต​เพลง​สห​ราช​อาณาจักร​เป็น​ตัว​วัด​ความ​ดัง​ของ​เพลง

ความ​ตั้งใจ​ให้​คน​ฟัง​จำ​ได้​ทำให้​คำ​ว่า "ติด​หู" ผูก​กับ​เพ​ลง​ป๊อ​ปมา​ตลอด งาน​วิจัย​นี้​ใช้​คำ​ทาง​จิตวิทยา​ว่า involuntary musical imagery หรือ INMI คือ​การ​ที่​ทำนอง​เพลง​ผุด​ขึ้น​มา​เอง​ใน​หัว​แล้ว​วน​ซ้ำ คน​ทั่วไป​เรียก​ว่า earworm ซึ่ง​แบบสอบถาม​ใน​งาน​วิจัย​ก็​ใช้​คำ​นี้​กับ​ผู้​ตอบ

เพลง​ติด​หู​หรือ earworm คือ​อะไร

เพลง​ติด​หู​หรือ earworm คือ​ทำนอง​ที่​ผุด​ขึ้น​มา​ใน​หัว​เอง​โดย​ไม่​ได้​ตั้งใจ​นึก แล้ว​วน​ซ้ำ​อยู่​ช่วง​หนึ่ง นัก​จิตวิทยา​เรียก​ปรากฏการณ์​นี้​ว่า involuntary musical imagery (INMI) งาน​วิจัย​ก่อน​หน้าที่ Jakubowski และ​คณะ​รวบรวม​ไว้​พบ​ว่า​เกิด​ขึ้น​บ่อย​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน และ​ตัว​กระตุ้น​ที่​ถูก​รายงาน​บ่อย​ที่สุด​คือ​การ​เพิ่ง​ได้ยิน​เพลง​นั้น

3,000 คน 3,806 คำ​ตอบ 1,558 เพลง

ทีม​วิจัย​ใช้​คำ​ตอบ​จาก​แบบสอบถาม​ออนไลน์​ชื่อ The Earwormery ซึ่ง​ถาม​คน​ว่า​เพลง​ไหน​เคย​ติด​อยู่​ใน​หัว แล้ว​คัด​ข้อมูล​เป็น​ขั้น

ขั้น ตัวเลข​ตาม​งาน​วิจัย
ผู้​ตอบ​แบบสอบถาม​ที่​นำ​มา​ใช้ 3,000 คน อายุ 12-81 ปี (เฉลี่ย 35.9 ปี)
ผู้​ตอบ​ที่​ไม่​ได้​ตอบ​คำถาม​เรื่อง​เพลง 410 คน (13.67%)
คำ​ตอบ​ที่​ใช้ได้ 3,806 รายการ
เพลง​ที่​มี​ข้อมูล​ใน​ชาร์ต​เพลง​สห​ราช​อาณาจักร 1,558 เพลง
เพลง​ที่​นำ​มา​วิเคราะห์​ทำนอง เพลง​ติด​หู 100 เพลง จับ​คู่​กับ​เพลง​ไม่​ติด​หู 100 เพลง
ลักษณะ​ทำนอง​ที่​วัด 83 ตัว

ข้อ​มูล​ชาร์​ตมา​จาก​ฐาน​ข้อมูล​ที่​เก็บ​เพลง​ใน​ชาร์ต​ตั้งแต่​ปี 1952 ทีม​วิจัย​นับ​จำนวน​สัปดาห์​ที่​เพลง​อยู่​ใน​ชาร์ต อันดับ​สูงสุด​ที่​เพลง​เคย​ได้ และ​จำนวน​วัน​นับ​จาก​วัน​ที่​เพลง​หลุด​ชาร์ต​จนถึง​วัน​ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2013

ขั้น​ที่​สำคัญ​ที่สุด​คือ​การ​จับ​คู่ เพลง​ไม่​ติด​หู 100 เพลง​คือ​เพลง​ที่​ไม่มี​ผู้​ตอบ​คน​ไหน​เอ่ย​ชื่อ​เลย แต่​ความ​ดัง​ใน​ชาร์ต ช่วง​เวลา ศิลปิน และ​สไตล์​ใกล้​เคียง​กับ​เพลง​ติด​หู​แต่ละ​เพลง การ​จับ​คู่​แบบ​นี้​ทำให้​ความ​ต่าง​ที่​เหลือ​ระหว่าง​สอง​กลุ่ม​มา​จาก​ตัว​ทำนอง​มาก​ขึ้น

เพลง​ที่​ติด​หู​คน​มาก​ที่สุด​ใน​งาน​วิจัย​คือ​เพลง​อะไร

เพลง​ที่​ผู้​ตอบ​เอ่ย​ชื่อ​มาก​ที่สุด​คือ Bad Romance ของ Lady Gaga ถูก​เอ่ย​ถึง 33 ครั้ง รอง​ลง​มา​คือ Can't Get You Out of My Head ของ Kylie Minogue 24 ครั้ง และ Don't Stop Believing ของ Journey 21 ครั้ง ตาม​ตาราง​ที่ 1 ใน​งาน​วิจัย​ของ Jakubowski และ​คณะ ซึ่ง​ใช้​คำ​ตอบ​จาก​คน 3,000 คนใน​แบบสอบถาม The Earwormery

เพลง​ดัง​กับ​เพลง​ที่​เพิ่ง​ออก​จา​กชาร์ต

ผล​แรก​ของ​งาน​วิจัย​เป็น​เรื่อง​ความ​ดัง เพลง​ที่​ขึ้น​อันดับ​สูง​กว่า อยู่​ใน​ชาร์​ตนา​นก​ว่า และ​หลุด​ชาร์​ตมา​ไม่​นาน ถูก​เอ่ย​ชื่อ​ว่า​ติด​หู​บ่อย​กว่า เพลง​ที่​ถูก​เอ่ย​ถึง​บ่อย​ที่สุด​เก้า​อันดับ​แรก​มี​ข้อ​มูล​ชาร์​ตดัง​นี้

อันดับ เพลง ถูก​เอ่ย​ถึง (ครั้ง) อันดับ​สูงสุด​ใน​ชาร์ต สัปดาห์​ใน​ชาร์ต
1 Bad Romance · Lady Gaga 33 1 47
2 Can't Get You Out of My Head · Kylie Minogue 24 1 25
3 Don't Stop Believing · Journey 21 6 59
4 Somebody That I Used to Know · Gotye 19 1 46
5 Moves Like Jagger · Maroon 5 17 2 52
6 California Gurls · Katy Perry 15 1 26
7 Bohemian Rhapsody · Queen 14 1 17
8 Alejandro · Lady Gaga 12 7 10
9 Poker Face · Lady Gaga 11 1 66

ผู้​วิจัย​อธิบาย​ว่า​เพลง​ที่​ขึ้น​อันดับ​สูง​และ​อยู่​ใน​ชาร์​ตนา​นมี​โอกาส​ถูก​เปิด​ทาง​วิทยุ​และ​บริการ​ฟัง​เพลง​ออนไลน์​บ่อย​กว่า คน​ฟัง​จึง​คุ้น​กว่า ส่วน​เพลง​ที่​เพิ่ง​หลุด​ชาร์​ตก็​มี​โอกาส​ที่​คน​เพิ่ง​ได้ยิน​มา​ไม่​นาน งาน​ของ Byron และ Fowles (2013) ที่​ผู้​วิจัย​อ้าง​ถึง​ก็​ชี้​ทาง​เดียวกัน คน​ที่​ได้ยิน​เพลง​ใหม่​หก​ครั้ง​มี​เพลง​นั้น​ติด​หู​มากกว่า​คน​ที่​ได้ยิน​สอง​ครั้ง

เพลง​ดัง​ใน​ชาร์ต​ติด​หูก​ว่า​ไหม

ใน​งาน​วิจัย​ของ Jakubowski และ​คณะ เพลง​ที่​ขึ้น​อันดับ​สูง อยู่​ใน​ชาร์ต​สห​ราช​อาณาจักร​นาน และ​หลุด​ชาร์ต​ไม่​นาน ถูก​เอ่ย​ชื่อ​ว่า​ติด​หู​บ่อย​กว่า ผู้​วิจัย​อธิบาย​ว่า​เพลง​กลุ่ม​นี้​มี​โอกาส​ถูก​เปิด​บ่อย​และ​คน​เพิ่ง​ได้ยิน แต่​เมื่อ​เทียบ​เพลง​ที่​ดัง​พอ ๆ กัน ลักษณะ​ทำนอง​ยัง​ช่วย​อธิบาย​เพิ่ม​ได้​อย่าง​มี​นัย​สำคัญ

ลักษณะ​ทำนอง​สาม​ข้อ​ของ​เพลง​ติด​หู

ทีม​วิจัย​วัด​ลักษณะ​ทำนอง 83 ตัว​ด้วย​โปรแกรม​วิเคราะห์​ทำนอง​ชื่อ FANTASTIC แล้ว​ใช้​วิธี​ทาง​สถิติ​ที่​เรียก​ว่า random forest คัด​ตัว​ที่​แยก​เพลง​ติด​หู​ออก​จาก​เพลง​ไม่​ติด​หู​ได้​ดี​ที่สุด เหลือ​สาม​ตัว

ลักษณะ ผล​ใน​งาน​วิจัย
จังหวะ เพลง​ติด​หู​เร็ว​กว่า เฉลี่ย 124.10 bpm เทียบ​กับ 115.79 bpm
เส้น​ทำนอง​โดย​รวม เพลง​ติด​หู​มี​รูปการ​ขึ้น​ลง​ของ​ทำนอง​แบบ​ที่​พบ​บ่อย​ใน​คลัง​เพ​ลง​ป๊อป ตัวอย่าง​ใน​งาน​วิจัย​เป็น​วลี​ทำนอง​รูป​โค้ง​ขึ้น​แล้ว​ลง
ช่วง​ขึ้น​ลง​ระหว่าง​จุด​เปลี่ยน​ทิศ เพลง​ติด​หู​มี​ความ​ชัน​ของ​ทำนอง​ระหว่าง​จุด​ที่​ทำนอง​เปลี่ยน​จาก​ขึ้น​เป็น​ลง​แบบ​ที่​พบ​ไม่​บ่อย เช่น​กระโดด​ข้าม​โน้ต​หลาย​ครั้ง​หรือ​กระโดด​กว้าง​ผิด​ปกติ

ผล​จาก​แผนภาพ​ต้นไม้​ใน​งาน​วิจัย​ช่วย​ให้​เห็น​ภาพ เพลง​ที่​เส้น​ทำนอง​โดย​รวม​เข้า​กับ​รูป​แบบ​ทั่วไป​ของ​เพ​ลง​ป๊อป​เกิน​เกณฑ์​ที่​ผู้​วิจัย​กำหนด ราว 80% เป็น​เพลง​ที่​ผู้​ตอบ​เอ่ย​ว่า​ติด​หู ส่วน​เพลง​ที่​เส้น​ทำนอง​โดย​รวม​ไม่​เข้า​กับ​รูป​แบบ​ทั่วไป จะ​ติด​หู​ได้​เมื่อ​การ​ขึ้น​ลง​ของ​ทำนอง​แปลก​กว่า​ปกติ

ผู้​วิจัย​สรุป​ผล​สาม​ข้อ​นี้​ไว้​ว่า ถ้า​รูป​ทำนอง​ตรง​กับ​แบบ​ที่​คน​คุ้น เพลง​มี​โอกาส​ติด​หู​มาก​ขึ้น ถ้า​ไม่​ตรง ทำนอง​ต้อง​มี​การ​ขึ้น​ลง​ที่​แปลก​มาก​จึง​จะ​ติด​หู

จังหวะ​เร็ว​แค่​ไหน​ถึง​ติด​หู

งาน​วิจัย​ของ Jakubowski และ​คณะ​พบ​ว่า​เพลง​ติด​หู​มี​จังหวะ​เฉลี่ย 124.10 bpm ส่วน​เพลง​ไม่​ติด​หู​เฉลี่ย 115.79 bpm แต่​ผู้​วิจัย​ระบุ​ว่า​ตัวแปร​จังหวะ​มี​นัย​สำคัญ​เพียง​เล็ก​น้อย​ใน​การ​วิเคราะห์​ถดถอย และ​ค่า​เฉลี่ย​ของ​ทั้ง​สอง​กลุ่ม​อยู่​ใกล้ 120 bpm ซึ่ง​เป็น​จังหวะ​ที่​ผู้ใหญ่​เคลื่อนไหว​หรือ​รับ​รู้​ได้​สบาย​ตาม​งาน​วิจัย​อื่น จังหวะ​จึง​เป็น​ส่วน​ประกอบ​หนึ่ง ไม่ใช่​เงื่อนไข​เดียว

สิ่ง​ที่​งาน​วิจัย​นี้​ยัง​ตอบ​ไม่​ได้

ผู้​วิจัย​เขียน​ข้อ​จำกัด​ของ​งาน​ไว้​เอง​หลาย​ข้อ ข้อ​เหล่า​นี้​กำหนด​ว่า​ธุรกิจ​ควร​ใช้​ผล​วิจัย​นี้​แค่​ไหน

  1. แม่น​ระดับ​หนึ่ง​เท่านั้น โมเดล​ที่​ใช้​ลักษณะ​ทำนอง​สาม​ข้อ​แยก​เพลง​ติด​หู​ออก​จาก​เพลง​ไม่​ติด​หู​ได้​ถูก 62.5%
  2. วิเคราะห์​แค่​ตัว​โน้ต​ของ​ทำนอง งาน​นี้​ไม่​ได้​วัด​ความ​ดัง​ของ​เสียง สี​เสียง ความ​ชัด​ของ​จังหวะ คอร์ด การ​ออก​เสียง หรือ​เนื้อ​เพลง ซึ่ง​อาจ​มี​ผล​เช่น​กัน
  3. ข้อมูล​ส่วน​ใหญ่​เป็น​เพ​ลง​ป๊อป​ที่​ขึ้น​ชาร์ต ผู้​วิจัย​บอก​ว่า​ต้อง​ศึกษา​ต่อว่า​รูป​ทำนอง​แบบ​นี้​ใช้​กับ​แนว​เพลง​อื่น​ได้​หรือ​ไม่
  4. เพลง​ติด​หู​อาจ​มี​หลาย​สูตร ผู้​วิจัย​เขียน​ว่า​เพ​ลง​ป๊อป​สมัย​ใหม่​หลาก​หลาย​มาก สมมติฐาน​ว่า​มี​หลาย​สูตร​จึง​น่า​เชื่อ​กว่า​สูตร​เดียว​ที่​ใช้ได้​กับ​ทุก​เพลง
  5. ไม่​ได้​วัด​ตัว​คน​ฟัง ผู้​วิจัย​เสนอ​ให้​งาน​ต่อ​ไป​รวม​ประวัติการ​ฟัง ความ​ผูกพัน​ส่วน​ตัว​กับ​เพลง และ​อารมณ์​ของ​คน​ฟัง​เข้าไป​ด้วย

ผู้​วิจัย​ยัง​เขียน​ว่า​ผล​งาน​นี้​อาจ​เป็น​ประโยชน์​กับ​นัก​แต่ง​เพลง​และ​นัก​โฆษณา​ที่​อยาก​ให้​เพลง​วน​อยู่​ใน​หัว​คน​นาน​หลัง​ได้ยิน ข้อความ​นี้​ยืนยัน​ว่า​เอา​ผล​ไป​ใช้ได้ แต่​ข้อ​จำกัด​ห้า​ข้อ​ด้าน​บน​บอก​ว่า​ต้อง​ใช้​คู่​กับ​การ​ทดสอบ

ทำ​ตาม​ลักษณะ​เหล่า​นี้​แล้ว​เพลง​จะ​ติด​หู​แน่​ไหม

ไม่​แน่ โมเดล​ของ Jakubowski และ​คณะ​แยก​เพลง​ติด​หู​ได้​ถูก 62.5% ความ​ดัง​และ​การ​ได้ยิน​บ่อย​ก็​มี​ผล​ร่วม และ​ผู้​วิจัย​มอง​ว่า​เพลง​ติด​หู​น่า​จะ​มี​หลาย​สูตร ลักษณะ​ทำนอง​สาม​ข้อ​จึง​ใช้​เป็น​จุด​เริ่ม​ของ​โจทย์​ได้ แต่​ต้อง​ตาม​ด้วย​การ​ทดสอบ​กับ​คน​ฟัง​กลุ่ม​เป้า​หมาย​และ​การ​เปิด​เพลง​ให้​คน​ได้ยิน​ซ้ำ

โจทย์​ทำนอง​ห้า​ข้อ​สำหรับ​ผู้​แต่ง​เพลง

ห้า​ข้อ​นี้​เป็น​วิธี​ของ​ฟิจิ⁠ทัล​ที่​แปลง​ผล​วิจัย​เป็น​ขั้น​ตอน​ทำงาน ทีม​วิจัย​ไม่​ได้​เขียน​เป็น​คำ​แนะนำ​ไว้

  1. ระบุ​ช่วง​ความเร็ว​ใน​โจทย์ เพลง​ติด​หู​ใน​งาน​วิจัย​เฉลี่ย​ราว 124 bpm ใช้​เป็น​จุด​ตั้ง​ต้น​ของ​การ​คุย แล้ว​ปรับ​ตาม​ภาพ​ของ​ร้าน
  2. ขอ​ทำนอง​อย่าง​น้อย​สอง​รูป แบบ​หนึ่ง​ขึ้น​ลง​เป็น​รูป​ที่​คน​คุ้น อีก​แบบ​มี​จุด​กระโดด​ที่​แปลก​หู เพราะ​งาน​วิจัย​พบ​ว่า​ติด​หู​ได้​ทั้ง​สอง​ทาง
  3. วัด​ก่อน​เลือก ให้​ลูกค้า​กลุ่ม​เล็ก​ฟัง​แต่ละ​แบบ แล้ว​ถาม​ใน​วัน​ถัด​ไป​ว่า​จำ​ท่อน​ไหน​ได้ หรือ​มี​ท่อน​ไหน​ผุด​ขึ้น​มา​เอง
  4. วางแผน​ให้​คน​ได้ยิน​ซ้ำ งาน​วิจัย​พบ​ว่า​ความ​ดัง​และ​การ​เพิ่ง​ได้ยิน​มี​ผล เพลง​สั้น​ของ​ร้าน​จึง​ต้อง​มี​จุด​ที่​ลูกค้า​ได้ยิน​ซ้ำ เช่น​ท้าย​คลิป​ทุก​ตัว​หรือ​ใน​ร้าน
  5. เก็บ​ค่าที่​วัด​ได้​ไว้​เทียบ จด​ความเร็ว รูป​ทำนอง และ​ผล​ทดสอบ​ของ​ทุก​แบบ เพื่อ​ใช้​เป็น​ข้อมูล​เมื่อ​ทำ​เพลง​ชิ้น​ถัด​ไป

เรื่อง​สิทธิ์​ของ​เพลง​ที่​ธุรกิจ​จ้าง​แต่ง และ​เสียง​ของ​ผู้​ร้อง​หรือ​ผู้​พากย์​ที่​ต้อง​ขอ​ความ​ยินยอม อยู่​ใน​บทแต่ง​เพลง​ประจำ​แบรนด์​และ​พากย์​เสียง เสียง​คน​ต้อง​ขอ​ยินยอม​แค่​ไหน ส่วน​การ​แยก​ว่า​เพลง​หนึ่ง​เพลง​มี​เจ้าของ​กี่​ชั้น อยู่​ใน​บทMusic Marketing เพลง​หนึ่ง​เพลง​มี​เจ้าของ​กี่​ชั้น แนว​เพลง​ถัด​ไป​ใน​ซี​รีส์​คือแนว​เพลง Rock

เพลง​สั้น​ประจำ​ร้าน​ควร​ยาว​แค่​ไหน

งาน​วิจัย​ของ Jakubowski และ​คณะ​ไม่​ได้​วัด​ความ​ยาว​เพลง จึง​ไม่มี​ตัวเลข​ที่​ใช้​ตอบ​ข้อ​นี้​ได้​ตรง ๆ สิ่ง​ที่​งาน​วิจัย​บอก​คือ​การ​ได้ยิน​บ่อย​และ​การ​เพิ่ง​ได้ยิน​มี​ผล​ต่อ​การ​ติด​หู ความ​ยาว​ที่​เหมาะ​จึง​ขึ้น​กับ​จุด​ที่​ลูกค้า​จะ​ได้ยิน​เพลง เช่น​ท้าย​คลิป​สั้น​หรือ​ใน​ร้าน แล้ว​ทดสอบ​ว่า​ลูกค้า​จำ​ท่อน​ไหน​ได้

สรุป

แนว​เพลง Pop คือ​เพลง​ที่​ตั้งใจ​ให้​คน​ฟัง​วง​กว้าง​และ​วัด​ความ​สำเร็จ​ด้วย​ชาร์ต งาน​วิจัย​ของ Jakubowski และ​คณะ​ใช้​คำ​ตอบ​จาก​คน 3,000 คน​และ​ข้อ​มูล​ชาร์ต​สห​ราช​อาณาจักร เทียบ​เพลง​ติด​หู 100 เพลง​กับ​เพลง​ที่​ดัง​พอ ๆ กัน​แต่​ไม่มี​ใคร​เอ่ย​ชื่อ 100 เพลง แล้ว​พบ​ว่า​เพลง​ติด​หู​เร็ว​กว่า มี​รูป​ทำนอง​โดย​รวม​แบบ​ที่​คน​คุ้น และ​มี​การ​ขึ้น​ลง​ระหว่าง​จุด​เปลี่ยน​ทิศ​แบบ​ที่​พบ​ไม่​บ่อย ความ​ดัง​และ​การ​เพิ่ง​ได้ยิน​ก็​มี​ผล​ร่วม แต่​โมเดล​แม่น​เพียง 62.5% และ​ผู้​วิจัย​เชื่อ​ว่า​มี​หลาย​สูตร ธุรกิจ​ที่​ทำ​เพลง​สั้น​ของ​ตัว​เอง​จึง​ใช้​สาม​ข้อ​นี้​เขียน​โจทย์ แล้ว​ทดสอบ​กับ​คน​ฟัง​จริง​ก่อน​ใช้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

The Earwormery คือ​แบบสอบถาม​ออนไลน์​เรื่อง​ประสบการณ์​เพลง​ติด​หู​ที่​มี​อยู่​ก่อน​งาน​วิจัย​นี้ (Williamson และ​คณะ 2012) ตอน​เขียน​งาน​วิจัย​มี​ผู้​ตอบ​ครบ​แล้ว 5,989 คน ทีม​เลือก​ใช้​คำ​ตอบ​ของ 3,000 คน​ด้วย​เหตุผล​ด้าน​การ​ทำงาน เพราะ​ต้อง​คัด​และ​จัด​ข้อมูล​คำ​ตอบ​ด้วย​มือ

ไม่​ได้​ใช้ ข้อมูล​ความ​ดัง​มา​จา​กชาร์ต​เพลง​สห​ราช​อาณาจักร และ​เพลง​ที่​วิเคราะห์​เป็น​เพลง​ที่​ผู้​ตอบ​แบบสอบถาม​เอ่ย​ชื่อ​และ​มี​ข้อมูล​ใน​ชาร์​ตนั้น ผล​วิจัย​จึง​ควร​ใช้​เป็น​แนวทาง​ตั้ง​ต้น แล้ว​ทดสอบ​กับ​คน​ฟัง​ใน​ไทย​ก่อน​สรุป

random forest คือ​วิธี​ทาง​สถิติ​ที่​สร้าง​แผนภาพ​ตัดสิน​ใจ​จำนวน​มาก​แล้ว​รวม​ผล​เข้า​ด้วย​กัน ทีม​วิจัย​ใช้​วิธี​นี้​เพราะ​รับ​ตัวแปร​จำนวน​มาก​ได้ และ​แต่ละ​แผนภาพ​ไม่​จำเป็น​ต้อง​ใช้​สูตร​เดียวกัน ซึ่ง​เข้า​กับ​สมมติฐาน​ว่า​เพลง​ติด​หู​มี​หลาย​สูตร

งาน​วิจัย​ชิ้น​นี้​ไม่​ได้​วัด​โดยตรง แต่​ผู้​วิจัย​อ้าง​งาน​บันทึก​ประจำ​วัน​ก่อน​หน้าที่​พบ​ว่า​เพลง​ติด​หู​จำนวน​มาก​เกิด​ระหว่าง​การ​เคลื่อนไหว​ซ้ำ ๆ เช่น​การ​เดิน​หรือ​วิ่ง และ​เสนอ​ให้​ศึกษา​ต่อว่า​จังหวะ​เพลง​เกี่ยวข้อง​กับ​การ​เคลื่อนไหว​หรือ​ไม่

Bohemian Rhapsody ของ Queen ถูก​เอ่ย​ถึง 14 ครั้ง ทั้ง​ที่​หลุด​ชาร์​ตมา​แล้ว 13,621 วัน​นับ​ถึง​วัน​อ้างอิง​ของ​งาน​วิจัย ผล​นี้​แสดง​ว่า​ความ​ใหม่​ไม่ใช่​ปัจจัย​เดียว ผู้​วิจัย​เสนอ​ให้​ศึกษา​ต่อว่า​อายุ​ของ​ผู้​ตอบ​กับ​ช่วง​เวลา​ที่​เพลง​ออก​มี​ผล​ร่วม​กัน​หรือ​ไม่

PHYGITAL INSIGHT

ฟิจิ⁠ทัล​แปลง​ผล​สาม​ข้อ​ของ Jakubowski และ​คณะ​เป็น​คำถาม​สาม​ข้อ​ใน​โจทย์ ความเร็ว​ของ​เพลง​อยู่​ช่วง​ไหน ทำนอง​หลัก​ขึ้น​ลง​เป็น​รูป​ที่​คน​คุ้น​หรือ​ไม่ และ​มี​จุด​ไหน​ที่​ทำนอง​กระโดด​ให้​คน​จำ คำถาม​เหล่า​นี้​ทำให้​เจ้าของ​ธุรกิจ​กับ​ผู้​แต่ง​คุย​กัน​ด้วย​สิ่ง​ที่​วัด​ได้ แทน​คำ​ว่า​ชอบ​หรือ​ไม่​ชอบ บริการ​แต่ง​เพลง​สั้น​ประจำ​ร้าน​ของ​ฟิจิ⁠ทัล​ส่ง​ทำนอง​ให้​เลือก​หลาย​แบบ​พร้อม​ค่า​ความเร็ว​และ​รูป​ทำนอง​ของ​แต่ละ​แบบ แล้ว​เปิด​ให้​ลูกค้า​กลุ่ม​เล็ก​ฟัง​จริง​ก่อน​ตัดสิน​ใจ

ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง

โจทย์ "ขอ​ให้​ติด​หู" เขียน​เป็น​ความเร็ว​และ​รูป​ทำนอง​ได้

ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วย​เขียน​โจทย์​ทำนอง​และ​ทดสอบ​เพลง​สั้น​ของ​ธุรกิจ​คุณ​กับ​คน​ฟัง​จริง

PARANATH PANARATANA

WRITTEN BY

PARANATH PANARATANA

CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY

ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย