แบรนด์ที่ลงงบจัดงานเปิดตัวสินค้า นิทรรศการ หรือบูธในห้างสรรพสินค้า มักเจอปัญหาเดียวกันหลังงานจบ คือได้เห็นรอยยิ้ม แจกโบรชัวร์และสินค้าทดลองไปมาก แต่ไม่รู้ว่าคนที่เดินออกจากบูธเป็นใคร จะกลับมาซื้อไหม หรือจะจำชื่อแบรนด์ได้ในวันรุ่งขึ้นหรือเปล่า เมื่อวัดผลได้แค่จำนวนคนเดินผ่าน งบก้อนนั้นก็พิสูจน์ความคุ้มค่าไม่ได้ นักจัดอีเวนต์และนักการตลาดจะได้เห็นว่าหลุมพรางของงานแบบเดิมอยู่ตรงไหน พื้นที่จัดงานกลายเป็นจุดเก็บข้อมูลได้อย่างไร มีไอเดียอะไรให้เลือก ทำอย่างไรให้ประสบการณ์ต่อเนื่องหลังจบงาน และควรเลือกไอเดียไหนให้ตรงกับเป้าหมายของงาน
Phygital Event คือการเปลี่ยนพื้นที่จัดงานให้กลายเป็นตาข่ายดักจับ Data ผู้เข้าร่วมงานอย่างแนบเนียน แทนที่จะวัดผลด้วยแค่จำนวนคนเดินผ่านบูธหรือของแจกที่หมดไป ระบบนี้ทำให้ประสบการณ์ของลูกค้ายังคงต่อเนื่องหลังจบงาน และวัดผล ROI ของทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปได้อย่างเป็นรูปธรรม หัวใจไม่ได้อยู่ที่จำนวนเทคโนโลยีที่ใส่เข้าไป แต่อยู่ที่การออกแบบให้ผู้ร่วมงานได้อะไรกลับไปทันทีในจังหวะที่ยอมให้ข้อมูล
การจัดงานอีเวนต์ (Event Marketing) ไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัวสินค้า นิทรรศการ หรือบูธแสดงสินค้าตามห้างสรรพสินค้า ล้วนเป็นการลงทุนที่ใช้งบประมาณสูง แบรนด์ต่างคาดหวังให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ตรง (Physical) ที่หาไม่ได้จากหน้าจอสมาร์ตโฟน ปัญหาคลาสสิกที่นักจัดอีเวนต์และนักการตลาดต้องเจอคือ "เมื่อคนเดินออกจากบูธไป เราก็เสียพวกเขาไปตลอดกาล"
ขนาดของสนามนี้ในไทยไม่เล็ก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ตั้งเป้าปีงบประมาณ 2568 ไว้ที่นักเดินทางไมซ์ 34 ล้านคน สร้างรายได้ 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขเป้าหมายระดับอุตสาหกรรม ไม่ใช่ยอดที่เกิดขึ้นจริง แต่บอกได้ว่างบประมาณที่หมุนอยู่ในงานประชุม นิทรรศการ และอีเวนต์ของไทยมีขนาดเท่าไร และทำให้คำถามเรื่องการวัดผลของแต่ละงานมีน้ำหนักขึ้นมาก




