หลังผลไตรมาสสาม Netflix เปลี่ยนวิธีให้ประมาณการ จดหมายวันที่ 24 ตุลาคมระบุว่าจากนี้บริษัทจะให้ช่วงประมาณการกำไรส่วนเกินแยกของดีวีดีในประเทศ สตรีมมิงในประเทศ และต่างประเทศ แทนเป้าอัตรากำไรจากการดำเนินงานรวมของในประเทศแบบเดิม และจะเน้นจำนวนสมาชิกของแต่ละแพ็กเกจแทนจำนวนสมาชิกไม่นับซ้ำ
| ประมาณการไตรมาสสี่ (จดหมาย 24 ต.ค.) |
สมาชิก |
รายได้ |
กำไรส่วนเกิน (contribution profit) |
| สตรีมมิงในประเทศ |
20.0-21.5 ล้าน |
462-477 ล้านดอลลาร์ |
30-42 ล้านดอลลาร์ |
| ดีวีดีในประเทศ |
10.3-11.3 ล้าน |
354-368 ล้านดอลลาร์ |
177-192 ล้านดอลลาร์ |
| ต่างประเทศ |
1.6-2.0 ล้าน |
25-30 ล้านดอลลาร์ |
ขาดทุน 60-70 ล้านดอลลาร์ |
จดหมายฉบับเดียวกันระบุเรื่องอื่นที่ตามมา บริษัทจะเปิดบริการในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ในไตรมาสแรกของปีถัดไปตามแผน แล้วหยุดเปิดตลาดต่างประเทศใหม่จนกว่าจะกลับมามีกำไรระดับโลก และบอกผู้ถือหุ้นว่าบริษัทจบเรื่องการเปลี่ยนราคาแล้ว ราคา 7.99 ดอลลาร์ของทั้งสองแพ็กเกจจะใช้ต่อไปอีกนาน
ทำไม Netflix เปลี่ยนมาให้ประมาณการแยกดีวีดีกับสตรีมมิง
จดหมายให้เหตุผลว่าต้องการให้นักลงทุนเห็นแต่ละธุรกิจชัดขึ้น จำนวนสมาชิกของแต่ละแพ็กเกจเป็นตัวที่กำหนดรายได้ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ บริษัทจึงเลือกรายงานตัวเลขนั้นแทนจำนวนสมาชิกรวม แต่ยังบอกว่าคาดว่าจำนวนสมาชิกไม่นับซ้ำในสหรัฐฯ จะเพิ่มเล็กน้อยในไตรมาสสี่
ธุรกิจดีวีดีของ Netflix ยังทำกำไรหรือไม่หลังแยกแพ็กเกจ
จดหมายไตรมาสสามระบุว่าที่ราคา 7.99 ดอลลาร์ ธุรกิจดีวีดียังมีกำไร บริษัทไม่คาดว่าจะต้องลงทุนอุปกรณ์เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ และคลังดีวีดีส่วนใหญ่ตัดค่าเสื่อมราคาครบแล้ว ประมาณการไตรมาสสี่ให้กำไรส่วนเกินของดีวีดีสูงกว่าสตรีมมิงในประเทศ เพราะบริษัทเพิ่มงบซื้อลิขสิทธิ์เนื้อหาสตรีมมิง และระบุว่างบเนื้อหาของปีถัดไปจะเกือบเป็นสองเท่าของปีนี้ อัตรากำไรส่วนเกินของสตรีมมิงในประเทศไตรมาสสี่จึงคาดไว้ราว 8% ที่จุดกึ่งกลางของประมาณการ