สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายกมีพื้นที่เพาะปลูกมะยงชิดทั้งหมด และปริมาณผลผลิตมะยงชิดทั้งหมด ส่วนสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเก็บช่วงราคามะยงชิดเกรดขายในท้องตลาด
| ปี |
พื้นที่ (ไร่) |
ผลผลิต (ตัน) |
ช่วงราคา (บาท) |
| 2562 |
5,638 |
1,409 |
200-300 |
| 2564 |
7,025 |
2,177 |
200-300 |
| 2565 |
7,909 |
2,501 |
150-300 |
| 2566 |
7,524 |
3,612 |
100-250 |
| 2567 |
7,225 |
2,559 |
200-300 |
| 2568 |
7,225 |
ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล |
ปีที่ผลผลิตสูงที่สุดคือปี 2566 ซึ่งช่วงราคาต่ำที่สุดด้วย ปี 2567 ผลผลิตลดลงราวร้อยละ 29 และช่วงราคากลับขึ้นไปที่ 200-300 บาท
ช่วงราคาในไฟล์ของนครนายกใช้ตั้งราคาขายที่สวนได้หรือไม่
ใช้เป็นกรอบได้ ไม่ใช่ราคาขายส่ง ไฟล์ระบุว่าเป็นช่วงราคามะยงชิดเกรดขายในท้องตลาดจากรายงานข่าวตลาดของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ไม่ได้แยกขนาดผลหรือช่องทาง และไม่ได้ระบุหน่วย แม้จะน่าจะเป็นบาทต่อกิโลกรัม สวนที่ขายหน้าสวนใช้ช่วงนี้ดูว่าปีนั้นตลาดตึงหรือหลวมได้ เช่นปี 2566 ที่ผลผลิตมากและราคาต่ำสุดลงถึง 100 บาท แต่ต้องตั้งราคาจริงตามเกรดของสวนตัวเอง
มูลค่าการตลาดจากการแปรรูปมะยงชิดสอดคล้องกับผลผลิตหรือไม่
ไม่สอดคล้อง สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครนายกนับมูลค่าการตลาดจากการแปรรูปสินค้าจากมะยงชิดได้ 1,455.8 ล้านบาทในปี 2566 ขณะที่ผลผลิตทั้งจังหวัดปีเดียวกัน 3,612 ตัน ถ้าขายสดทั้งหมดที่ราคาสูงสุด 250 บาท จะได้ราว 903 ล้านบาท มูลค่าแปรรูปจึงสูงกว่ามูลค่าผลสดทั้งจังหวัด ไฟล์ไม่ได้บอกวิธีคิด ผู้ที่อ้างตัวเลขนี้ควรระบุว่าเป็นตัวเลขของหน่วยงานโดยไม่นำไปคำนวณต่อ