ตัวเลขในบทนี้เป็นมูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากรแม่สอดตามรายงานพาณิชย์จังหวัดตาก ไม่ใช่รายได้ของคนในอำเภอ และบทนี้ไม่ได้ประเมินสถานการณ์ภายในประเทศเพื่อนบ้าน
ศูนย์ส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก สรุปไว้ในรายงานประจำเดือนธันวาคม 2568 ว่า
| ปี (ม.ค.-ธ.ค.) |
ส่งออก |
นำเข้า |
การค้ารวม |
ดุลการค้า |
| 2567 |
68,538.78 |
7,930.67 |
76,469.45 |
60,608.11 |
| 2568 |
52,644.20 |
24,966.74 |
77,610.94 |
27,677.46 |
| เปลี่ยนแปลง |
−23.19% |
+214.81% |
+1.49% |
−54.3% |
หน่วยเป็นล้านบาท รายงานเดียวกันระบุสินค้าส่งออกห้าอันดับแรกของทั้งปีคือโทรศัพท์พร้อมอุปกรณ์ รถจักรยานยนต์ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำมันปาล์ม และแร่พลวงในคลังทัณฑ์บน ส่วนสินค้านำเข้าห้าอันดับแรกคือแร่พลวงที่ใช้สิทธิ์คลังทัณฑ์บน พลวงที่ไม่ได้ขึ้นรูปในเขตปลอดอากร เศษอะลูมิเนียม พริกสด และพริกแห้ง
การค้ารวมเพิ่มขึ้น ทำไมธุรกิจในแม่สอดยังรู้สึกว่ายอดหาย
เพราะส่วนที่หายกับส่วนที่เพิ่มเป็นคนละกลุ่มสินค้า ส่งออกซึ่งเป็นสินค้าไทยที่ร้านค้าส่ง คลังสินค้า และรถขนส่งในแม่สอดเกี่ยวข้องโดยตรง ลดลงราว 15,900 ล้านบาท ขณะที่นำเข้าที่เพิ่มขึ้นราว 17,000 ล้านบาทนำโดยแร่พลวงที่ผ่านคลังทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร ซึ่งเป็นสินค้าวัตถุดิบที่ไม่ได้ขายให้คนในเมือง ยอดรวมที่ใกล้เคียงเดิมจึงไม่ได้แปลว่ากำลังซื้อในอำเภอเท่าเดิม