Nicole Fortin, Andrew Hill และ Jeff Huang ตีพิมพ์งาน Superstition in the Housing Market ในวารสาร Economic Inquiry ปี 2014 บทคัดย่อระบุว่าเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่หนักแน่นว่าความเชื่อของคนจีนมีผลกับราคาบ้านในตลาดอเมริกาเหนือที่มีผู้อพยพมาก ข้อมูลในงานนี้คือการซื้อขายบ้านเกือบ 117,000 รายการ ผลคือบ้านที่เลขที่ลงท้ายด้วย 4 ขายได้ต่ำกว่าบ้านเลขอื่น 2.2% ส่วนบ้านที่ลงท้ายด้วย 8 ขายได้สูงกว่า 2.5%
ในวัฒนธรรมจีน ความเชื่อที่รู้กันทั่วไปคือเสียงของเลขสี่ใกล้กับคำว่าตาย และเสียงของเลขแปดใกล้กับคำว่าร่ำรวย งานนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าบ้านเลขแปดนำโชค สิ่งที่วัดได้คือผู้ซื้อบางกลุ่มยอมจ่ายต่างกันเพราะความเชื่อนั้น
ส่วนต่าง 2.5% มีความหมายแค่ไหนกับโครงการหนึ่งโครงการ
ถ้านำสัดส่วนนี้มาคิดเป็นตัวอย่างกับบ้านราคา 5 ล้านบาท ส่วนต่างเท่ากับราว 125,000 บาทต่อหลัง ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณเพื่อให้เห็นขนาด ไม่ใช่ผลที่วัดในตลาดไทย และงานวิจัยพบส่วนต่างนี้เฉพาะในย่านที่มีผู้ซื้อที่ถือความเชื่อมาก สำหรับโครงการที่มีหลายสิบยูนิต ส่วนต่างระดับนี้มากพอที่เจ้าของโครงการควรเก็บข้อมูลของตัวเองก่อนตัดสินใจ แต่ก็น้อยพอที่ทำเล ขนาด และสภาพบ้านจะมีผลกับราคามากกว่าเลขที่บ้าน
ทำไมผลจึงเกิดแค่บางย่าน
บทคัดย่อระบุว่าผลต่างของราคาพบในสองกรณี กรณีแรกคือย่านที่มีสัดส่วนผู้อยู่อาศัยชาวจีนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ผู้วิจัยอธิบายว่าสอดคล้องกับความชอบทางวัฒนธรรม กรณีที่สองคือบ้านที่ถูกซื้อขายซ้ำ ซึ่งผู้วิจัยอธิบายว่าสอดคล้องกับพฤติกรรมเก็งกำไร หมายความว่าผู้ซื้อบางรายอาจไม่ได้เชื่อเอง แต่คาดว่าผู้ซื้อคนถัดไปจะเชื่อและยอมจ่ายเพิ่ม ในย่านที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่ได้ถือความเชื่อนี้ เลขบ้านก็ไม่ได้ขยับราคาแบบเดียวกัน
ความเชื่อเรื่องตัวเลขในประเทศอื่นให้ผลแบบเดียวกันหรือไม่
ไม่เสมอไป เอกสารงานวิจัยของ Stavros Poupakis บน SSRN ปี 2025 ศึกษาความเชื่อเรื่องเลข 13 ในอังกฤษและเวลส์ ซึ่งมีรายงานในสื่อบ่อยว่าบ้านเลข 13 ขายได้ถูกกว่า ผู้วิจัยพบว่าส่วนต่างที่เห็นในภาพรวมเกิดจากลักษณะอื่นของบ้าน โดยเฉพาะทำเลที่บ้านเลข 13 มีมากหรือน้อย เมื่อคุมปัจจัยเหล่านั้นแล้วไม่พบผลของเลข 13 เอกสารชิ้นนี้ยังไม่ได้ตีพิมพ์ในวารสารที่มีผู้ทรงคุณวุฒิตรวจ จึงควรอ่านเป็นผลเบื้องต้น แต่ช่วยเตือนว่าความเชื่อที่พูดกันมากไม่จำเป็นต้องมีผลกับราคาในทุกตลาด