ทีมของ Autor ใช้ดัชนีรายชื่ออาชีพตามตัวอักษรที่สำนักงานสำมะโนสหรัฐทำไว้ให้เจ้าหน้าที่ใช้ลงรหัสอาชีพ ดัชนีนี้มีชื่อตำแหน่งย่อยราว 35,000 ชื่อในแต่ละฉบับ ทุกครั้งที่ผู้ตอบสำมะโนจำนวนมากพอเขียนชื่องานที่ไม่เคยมีในรายการ เจ้าหน้าที่จะเพิ่มชื่อนั้นเข้าไปในฉบับถัดไป การเทียบดัชนีแต่ละทศวรรษจึงบอกได้ว่างานชนิดไหนเกิดขึ้นเมื่อไร
ผลที่ได้คือการจ้างงานปี 2018 ราว 60% อยู่ในชื่อตำแหน่งที่ยังไม่มีในปี 1940 ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณ เพราะดัชนีไม่ได้นับว่ามีคนอยู่ในแต่ละชื่อย่อยกี่คน ทีมวิจัยจึงคูณสัดส่วนชื่อใหม่ในแต่ละกลุ่มอาชีพด้วยจำนวนคนทำงานในกลุ่มนั้น
ความต่างระหว่างกลุ่มอาชีพก็ชัด กลุ่มวิชาชีพซึ่งเพิ่มคนทำงานมากที่สุดในแปดทศวรรษนี้มีการจ้างงานในตำแหน่งใหม่ถึง 74% ส่วนงานฝ่ายผลิตมีไม่ถึงครึ่ง คือ 46% งานฝ่ายผลิตโตช้าเป็นอันดับสองรองจากงานเกษตรในช่วงเดียวกัน
Autor นับตำแหน่งงานใหม่อย่างไร
ทีมวิจัยเทียบดัชนีรายชื่ออาชีพของสำมะโนสหรัฐตั้งแต่ฉบับปี 1940 ถึง 2018 ชื่อที่ปรากฏครั้งแรกในฉบับใดถือว่าเกิดในทศวรรษก่อนหน้า จากนั้นคัดเฉพาะชื่อที่สะท้อนงานใหม่จริง เช่นมีความเชี่ยวชาญ เครื่องมือ หรือคุณสมบัติที่ต่างจากเดิม แล้วตรวจกับความถี่ของคำใน Google Ngram ว่าชื่อเหล่านั้นเริ่มถูกใช้ในภาษาอังกฤษช่วงเดียวกันหรือไม่
ตัวอย่างชื่อตำแหน่งที่เพิ่มในแต่ละฉบับ
ตารางที่ 1 ในเอกสารยกตัวอย่างไว้สองฝั่ง ฝั่งซ้ายเป็นงานที่มาจากเทคโนโลยี ฝั่งขวาเป็นงานที่มาจากรสนิยม รายได้ และโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยน
| ฉบับ |
งานจากเทคโนโลยี |
งานจากความต้องการที่เปลี่ยน |
| 1950 |
ผู้ออกแบบเครื่องบิน |
ช่างสัก |
| 1970 |
วิศวกรโปรแกรมประยุกต์คอมพิวเตอร์ |
ที่ปรึกษาสุขภาพจิต |
| 1990 |
ผู้ออกแบบผังวงจร |
ผู้วางแผนการประชุม |
| 2000 |
ผู้เชี่ยวชาญปัญญาประดิษฐ์ |
พนักงานสวนสนุก |
| 2010 |
ช่างเทคนิคกังหันลม |
ซอมเมอลิเยร์ |
| 2018 |
นักวิเคราะห์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ |
นักบำบัดด้วยการละคร |
ครึ่งหนึ่งของตัวอย่างไม่ได้เกิดจากเครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ ช่างสักและผู้วางแผนการประชุมเกิดเพราะคนมีเงินและเวลาใช้กับเรื่องใหม่ งานใหม่จึงตามความต้องการของลูกค้าพอ ๆ กับตามเทคโนโลยี