ตัวเลขที่ใช้วินิจฉัยได้ดีที่สุดในหมายเหตุนี้คือสองตัวที่บริษัทวางไว้ในประโยคเดียวกัน RIM ขาย PlayBook เข้าช่องทางจำหน่าย (sell-in) ราว 1.3 ล้านเครื่องในปีงบ 2012 และประเมินว่ายอดขายถึงมือผู้ใช้ (sell-through) อยู่ที่ราว 1.1 ล้านเครื่อง
ส่วนต่างราว 2 แสนเครื่องได้จากการเอาตัวเลขประมาณการสองตัวของบริษัทมาลบกัน บริษัทไม่ได้เขียนตัวเลขนี้ไว้เอง เครื่องกลุ่มนี้คือเครื่องที่ออกจากบริษัทไปแล้ว แต่ยังค้างอยู่ที่ตัวแทนหรือร้านค้า เอกสารยังบันทึกอีกรายการหนึ่งที่มักถูกมองข้าม คือค่าธรรมเนียมและหนี้สินกับผู้ผลิตตามสัญญาซื้อที่ยกเลิกไม่ได้ สำหรับจำนวนที่เกินกว่าความต้องการที่คาดไว้ แปลว่ามีทั้งสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วและชิ้นส่วนที่สั่งไว้ล่วงหน้าต้องจัดการ
เอกสารบอกไหมว่าโปรโมชันได้ผลอย่างไร
บอกเป็นถ้อยคำ แต่ไม่มีตัวเลข RIM เขียนว่าตั้งแต่เริ่มโปรโมชันใหม่ในช่องทางผู้บริโภคและองค์กรในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ช่วงปลายไตรมาสสาม บริษัทเห็นความต้องการ PlayBook เพิ่มขึ้นมาก และเชื่อว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้และองค์กรหันมาใช้แพลตฟอร์มที่ใช้ QNX เป็นฐาน ก่อนสมาร์ทโฟน BlackBerry 10 จะออก เอกสารไม่ได้ให้ยอดขายรายไตรมาสหลังโปรโมชัน ผู้อ่านจึงวัดผลของโปรโมชันจากเอกสารนี้ไม่ได้
สัญญาซื้อที่ยกเลิกไม่ได้กลายเป็นภาระได้อย่างไร
ผู้ผลิตที่สั่งชิ้นส่วนและจองกำลังการผลิตของโรงงานรับจ้างผลิตไว้ล่วงหน้าตามยอดขายที่คาดไว้ตอนวางแผน จะเจอปัญหานี้เมื่อยอดขายจริงต่ำกว่าที่คาด เพราะสัญญาบางส่วนยกเลิกไม่ได้ ผู้ผลิตต้องรับของหรือจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ผลิตชิ้นส่วน RIM บันทึกรายการนี้แยกไว้เป็นค่าประมาณการสำหรับจำนวนที่เกินกว่าความต้องการที่คาดไว้ เอกสารไม่ได้ระบุยอดเงินของรายการนี้แยกจากสำรอง 485 ล้านดอลลาร์ แต่การที่บริษัทต้องเขียนถึงแสดงว่าปัญหาไม่ได้จบที่สินค้าในร้าน ยังย้อนไปถึงคำสั่งซื้อที่ออกไปก่อนหน้า