ภาคงานแสดงสินค้ามีผู้เดินทางในประเทศ 21,970,638 คนในปีงบประมาณ 2567 เพิ่มจาก 14,983,624 คนในปีงบประมาณ 2566 หรือร้อยละ 46.6 รายได้ของภาคนี้เพิ่มจาก 48,157 ล้านบาทเป็น 72,182 ล้านบาท แต่ยังต่ำกว่าปีงบประมาณ 2562 ก่อนโควิด ซึ่งมีผู้เดินทาง 23,411,821 คน และรายได้ 91,514 ล้านบาท
| ไตรมาส (ปีงบประมาณ) |
2562 (คน) |
2566 (คน) |
2567 (คน) |
| 1 ตุลาคม-ธันวาคม |
5,469,910 |
7,308,525 |
7,148,785 |
| 2 มกราคม-มีนาคม |
5,878,376 |
2,771,706 |
4,098,590 |
| 3 เมษายน-มิถุนายน |
5,937,463 |
2,603,003 |
5,282,523 |
| 4 กรกฎาคม-กันยายน |
6,126,072 |
2,300,390 |
5,440,740 |
| รวม |
23,411,821 |
14,983,624 |
21,970,638 |
งานแสดงสินค้าเป็นสัดส่วนเท่าไรของไมซ์ในประเทศ
ปีงบประมาณ 2567 ผู้เดินทางไมซ์ในประเทศรวมทุกภาคมี 24,189,719 คน ภาคงานแสดงสินค้าคิดเป็นร้อยละ 90.8 ปีงบประมาณ 2566 คิดเป็นร้อยละ 88.9 จาก 16,851,621 คน ด้านรายได้ ภาคงานแสดงสินค้าปี 2567 คิดเป็นร้อยละ 91.7 ของรายได้ไมซ์ในประเทศ 78,747 ล้านบาท ตัวเลขชุดนี้บอกว่าผู้ให้บริการที่รับงานไมซ์ในประเทศ ส่วนใหญ่รับคนที่มาเดินงานแสดงสินค้า มากกว่าผู้เข้าประชุมหรือกลุ่มเดินทางรางวัล
ทำไมไตรมาสแรกของปี 2566 สูงกว่าไตรมาสอื่นมาก
ไตรมาสตุลาคมถึงธันวาคม 2565 มีผู้เดินทาง 7,308,525 คน ขณะที่อีกสามไตรมาสของปีงบประมาณ 2566 อยู่ระหว่าง 2.3 ถึง 2.8 ล้านคน ไฟล์ไม่ได้บอกเหตุผลของความต่างนี้ และไม่ได้แยกว่ามาจากงานใดงานหนึ่ง ปีงบประมาณ 2567 ไตรมาสเดียวกันยังสูงสุดที่ 7,148,785 คน ส่วนไตรมาสอื่นขยับขึ้นเป็น 4.1 ถึง 5.4 ล้านคน ช่องว่างระหว่างปลายปีกับช่วงอื่นจึงแคบลง
ผู้เดินทางในประเทศใช้จ่ายคนละเท่าไร
หารรายได้ด้วยจำนวนคน ปีงบประมาณ 2567 ได้คนละ 3,285 บาท ปีงบประมาณ 2566 ได้ 3,214 บาท และปี 2562 ได้ 3,909 บาท บทนี้หารเอง ทีเส็บไม่ได้รายงานค่าต่อหัวไว้ในไฟล์ และรวมคนที่เดินงานวันเดียวไว้กับคนที่ค้างคืน ร้านอาหารหรือร้านค้ารอบศูนย์ประชุมจึงควรตั้งราคาและชุดสินค้าจากยอดใช้จ่ายระดับนี้ ไม่ใช่จากยอดใช้จ่ายของผู้เดินทางต่างชาติ