มาตรา 3 นิยามว่า "ของเก่า" หมายความว่าทรัพย์ที่เสนอขาย แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายโดยประการอื่นอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว รวมถึงของโบราณด้วย นิยามนี้ไม่ได้จำกัดชนิดสินค้า เสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา โทรศัพท์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้แล้วจึงอยู่ในความหมายเดียวกัน
มาตรา 4 ห้ามบุคคลใดประกอบอาชีพค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้รัฐมนตรีประกาศยกเว้นของเก่าบางประเภทหรือบางชนิดในราชกิจจานุเบกษาได้ ถ้าภายหลังเพิกถอนการยกเว้น ผู้ค้าประเภทนั้นต้องรับใบอนุญาตภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศ บทนี้ไม่พบประกาศยกเว้นที่ยังใช้บังคับในเอกสารของกรมการปกครองที่เปิดอ่าน
ขายของใช้ส่วนตัวที่ไม่ใช้แล้วต้องมีใบอนุญาตไหม
ตัวบทใช้คำว่า "ประกอบอาชีพ" ค้าของเก่า และไม่ได้กำหนดจำนวนชิ้นหรือยอดขายขั้นต่ำไว้ การขายเสื้อผ้าของตัวเองที่เลิกใส่เป็นครั้งคราวจึงต่างจากการรับซื้อของจากคนอื่นมาขายต่อเป็นประจำ เส้นแบ่งระหว่างสองแบบนี้กฎหมายไม่ได้เขียนเป็นตัวเลข ผู้ขายที่ไม่แน่ใจควรถามหน่วยรับคำขอในท้องที่ ซึ่งคือที่ทำการปกครองอำเภอ หรือกรมการปกครองสำหรับกรุงเทพมหานคร ก่อนขยายการรับซื้อ
ร้านรีเซลที่รับซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมมาขายต่อเข้าข่ายไหม
ร้านที่รับซื้อหรือรับของที่ใช้แล้วจากคนทั่วไปมาเสนอขายต่อเป็นประจำ ตรงกับลักษณะในมาตรา 3 และมาตรา 4 ทั้งสองข้อ คือเป็นทรัพย์ที่ใช้แล้วและเป็นการประกอบอาชีพ ร้านแบบนี้จึงควรถือว่าต้องมีใบอนุญาต เว้นแต่อำเภอยืนยันเป็นอย่างอื่น ถ้าร้านรับซื้อเครื่องประดับทองหรืออัญมณีด้วย อัตราค่าธรรมเนียมจะเปลี่ยนเป็นประเภทที่สูงกว่า ตามหลักในกฎกระทรวงที่อธิบายในหัวข้อถัดไป