EPR ย่อมาจาก Extended Producer Responsibility คือหลักที่ให้ผู้ผลิตรับผิดชอบสินค้าของตัวเองต่อไปหลังจากผู้บริโภคใช้เสร็จแล้ว ในไทยหลักนี้อยู่ในร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ซึ่งกรมควบคุมมลพิษเผยแพร่ฉบับปรับปรุงเพื่อรับฟังความคิดเห็นไว้บนเว็บไซต์ของกรม ร่างนี้ตอบคำถามที่เจ้าของแบรนด์ขนาดกลางและเล็กควรรู้ก่อนเรื่องอื่น คือธุรกิจของตัวเองถูกนับเป็นผู้ต้องรับผิดชอบหรือไม่
บทนี้อ่านจากร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ฉบับรับฟังความคิดเห็น ความยาว 44 หน้า ซึ่งมีทั้งตัวร่าง บันทึกหลักการและเหตุผล และรายงานวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ทุกมาตราที่อ้างถึงคือเลขมาตราในร่าง ซึ่งอาจเปลี่ยนได้เมื่อร่างเข้าสู่ขั้นตอนนิติบัญญัติ บทนี้ไม่ได้พูดถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์หรือคำอ้างเรื่องสิ่งแวดล้อมบนฉลาก




