ช่างเขียนไทยนิยมใช้แม่สีในรูปสีฝุ่นมากที่สุด วิทยานิพนธ์หน้า 39 อธิบายเหตุผลว่าพื้นสีฝุ่นแห้งและด้าน เวลาปิดทองแล้วเนื้อทองไม่กระจายไปติดส่วนอื่น คุมโทนสีได้ง่าย และเกลี่ยได้ง่าย สูตรพื้นฐานของสีคือเนื้อสี (รงควัตถุ) บวกตัวประสาน วิทยานิพนธ์ระบุส่วนผสมสำคัญในการปรุงสีไว้ห้าอย่าง
- เนื้อสี เช่น ชาดแดง เสน หรือสีฝุ่นชนิดอื่น
- โกฐจุฬาลัมพา พืชล้มลุกใบฝอย ใช้เป็นตัวดูดซับสี
- ดินขาว ช่วยให้ส่วนผสมเข้ากัน
- น้ำมันละหุ่ง ใช้ละลายสี
- พิมเสน ใช้ฆ่าเชื้อ
สีชนิดอื่นใช้แทนสีฝุ่นได้ไหม
วิทยานิพนธ์หน้า 38-39 เทียบสีห้าชนิดที่ใช้เขียนภาพไทย และบันทึกเหตุผลที่ช่างเลือกหรือไม่เลือกแต่ละชนิดไว้ดังนี้
| ชนิดสี |
สิ่งที่วิทยานิพนธ์บันทึก |
| สีฝุ่น |
ช่างนิยมที่สุด แสดงรายละเอียดบนผนังได้มาก แต่ภาพไม่ค่อยทนเพราะผนังชื้นในฤดูฝน |
| ปูนเปียก |
ช่างไม่นิยม ต้องเขียนเร็ว เก็บรายละเอียดไม่ได้ งานจึงไม่ประณีต |
| สีน้ำมัน |
สีคงทนมาก แต่ช่างไม่นิยม |
| สีอะคริลิก |
เหนียวเมื่อแห้ง ปิดทองยาก เนื้อทองกระจายไปติดส่วนอื่น |
| สีโปสเตอร์ |
เนื้อสีนวลซีด โดนน้ำแล้วหลุดง่าย โทนสีไม่ตรงบรรยากาศแบบไทย ต้องผสมมาก และราคาแพงกว่าสีฝุ่น |
แถวสีโปสเตอร์โยงกลับมาที่แม่สีโดยตรง หน้า 47 ระบุว่าแม่สีไทยเข้มกว่าสีทั่วไป สีสำเร็จรูปที่ตั้งต้นจากเฉดสดจึงต้องผสมหลายรอบกว่าจะได้โทนแบบไทย จานสีดิจิทัลมาตรฐานในโปรแกรมออกแบบก็ตั้งต้นจากเฉดสดเช่นกัน นักวาดภาพประกอบลายไทยจึงประหยัดเวลาได้ถ้าเริ่มจากค่า CMYK ของคราม แดงชาด และรงทองในระบบสีไทยโทน แล้วผสมต่อจากสามค่านั้น
ความเข้มของแม่สีส่งผลต่อสีผสมโดยตรง วิทยานิพนธ์หน้า 92 สังเกตว่าเมื่อนำครามไปผสมเป็นสีขั้นที่สองและขั้นที่สาม สีที่ได้หม่นมาก ผู้วิจัยจึงสันนิษฐานว่าช่างโบราณน่าจะใช้ครามฝรั่งร่วมด้วยเพื่อให้สีอย่างน้ำไหลหรือมรกตไม่หม่นเกินไป ครามฝรั่ง (รหัส T5020 ค่า C100 M80 Y0 K0) เป็นสีน้ำเงินสดจากหินลาพิสลาซูลี (Lapis Lazuli) ที่น่าจะนำเข้าผ่านจีน เพราะห่อสีมีหนังสือจีนกำกับ
ทำไมสีผสมจากครามจึงหม่น
ครามแท้มีสีดำแฝงอยู่ในเนื้อสีตั้งแต่ต้น ค่า CMYK ของครามในระบบสีไทยโทนจึงมี K10 ขณะที่ครามฝรั่งมี K0 เมื่อนำครามแท้ไปผสมกับเหลืองหรือแดง ความมืดของครามจะติดไปกับสีใหม่ทุกสี นักออกแบบที่ต้องการสีเขียวหรือม่วงแบบสด ๆ จากชุดสีไทยจึงควรเทียบค่าของสีที่ผสมจากครามฝรั่งด้วย ไม่ยึดครามแท้อย่างเดียว