ในฤดูกาลล่าสุด 167 จาก 240 นัดมีคนดูต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หรือราว 70% ของนัดทั้งหมด ค่าเฉลี่ยลอยสูงกว่านัดส่วนใหญ่เพราะมีสนามหนึ่งที่ใหญ่กว่าที่อื่นมาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเล่นเกมเหย้า 15 นัด มีผู้ชมรวม 273,039 คน เฉลี่ย 18,203 คน นัดเหย้าที่คนน้อยที่สุดของบุรีรัมย์ยังมี 13,477 คน ซึ่งมากกว่านัดที่คนมากที่สุดของสโมสรส่วนใหญ่ในลีก
ถ้าตัดเกมเหย้าของบุรีรัมย์ออก ค่าเฉลี่ยของ 225 นัดที่เหลือลดเหลือ 4,337 คน และค่ามัธยฐานอยู่ที่ 3,825 คน ตัวเลขสองตัวนี้ใกล้กันขึ้นมาก แปลว่าส่วนต่างระหว่างค่าเฉลี่ยกับค่ามัธยฐานของทั้งลีกมาจากสโมสรเดียวเป็นหลัก
| สโมสร (เกมเหย้า 15 นัด) |
ผู้ชมเฉลี่ยต่อนัด |
ผู้ชมรวม |
| บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด |
18,203 |
273,039 |
| บีจี ปทุม ยูไนเต็ด |
8,560 |
128,396 |
| สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด |
6,804 |
102,055 |
| ชลบุรี เอฟซี |
6,186 |
92,793 |
| ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (ต่ำสุดของลีก) |
2,065 |
30,981 |
ค่ามัธยฐานต่างจากค่าเฉลี่ยอย่างไร
ค่าเฉลี่ยคือผลรวมหารด้วยจำนวน ส่วนค่ามัธยฐานคือค่าที่อยู่ตรงกลางเมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก เมื่อมีข้อมูลไม่กี่ตัวที่สูงกว่าตัวอื่นมาก ค่าเฉลี่ยจะถูกดึงขึ้นตาม แต่ค่ามัธยฐานแทบไม่ขยับ ไทยลีก 1 ฤดูกาลล่าสุดจึงมีค่าเฉลี่ย 5,203 คน ขณะที่ค่ามัธยฐานอยู่ที่ 3,977 คน เพราะสนามบุรีรัมย์มีคนดูหลักหมื่นทุกนัด
ร้านค้าเจอตัวเลขแบบเดียวกัน
ร้านที่มีลูกค้าองค์กรสั่งครั้งละหลายหมื่นบาทปนกับลูกค้าหน้าร้านที่จ่ายหลักร้อย จะเห็นยอดเฉลี่ยต่อบิลสูงกว่าบิลส่วนใหญ่ของร้าน ถ้าตั้งราคาโปรโมชัน ขนาดแพ็ก หรือเป้ายอดต่อบิลจากค่าเฉลี่ย ร้านจะวางแผนให้ลูกค้าที่มีอยู่ไม่กี่ราย แทนลูกค้าส่วนใหญ่ที่เดินเข้าร้านทุกวัน